ตอนที่7
คู่รักที่กำลังหวานชื่นนั่งคลอเคลียออดอ้อนจนหลายคนอิจฉาหนึ่งในนั้นคือคนที่นั่งตรงข้ามพวกเขาทั้งคู่และทำได้แค่ส่งสายตามองทั้งสองคนพลอดรักกัน ปิ่นรักพยายามไม่สนใจแต่สายตาก็ชอบเหลือบไปมองให้ปวดใจอยู่ตลอด
“ปิ่น”
“ว่าไง” หญิงสาวขานรับทั้งที่ยังก้มหน้าอ่านหนังสือ
“เรื่องฝึกงานไม่ไปฝึกที่เดียวกับฉันจริงๆ เหรอ” น่านฟ้าถามเพื่อนสนิทอีกครั้งเผื่อว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปฝึกงานที่เดียวกัน
“บริษัทที่ฉันยื่นไปเขาตอบรับกลับมาแล้ว ไม่อยากปฏิเสธด้วยฉันเกรงใจจิน่ะ” ปิ่นรักได้รับความช่วยเหลือจากจิรายุที่ช่วยเป็นธุระหาที่ฝึกงานให้ ถ้าให้เธอปฏิเสธก็เหมือนหักหาญน้ำใจของเขา
“แน่ใจแล้วเหรอว่าจะไปทำกับจิ”
“อืม อาทิตย์หน้าเริ่มทำวันแรกแล้ว”
“แทนที่จะมาทำด้วยกันฉันจะได้ไปส่งเธอที่หอได้ แล้วนี่ไปทำตั้งไกลจะไปกลับยังไง ทำไมทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน” น่านฟ้าเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่ตัดสินใจทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน เมื่อก่อนเวลาจะไปไหนทำอะไรปิ่นรักจะต้องถามเขาเสมอ แต่ตอนนี้เธอกลับทำอะไรตามใจตัวเองเสียได้
“ฉันโตแล้วนะ แค่ไปฝึกงานจะต้องปรึกษานายด้วยหรือไง ยังไงเรียนจบก็ต้องแยกย้ายกันอยู่ดี”
กรรวีมองคู่เพื่อนสนิทที่เถียงกันไปมาราวกับคู่รักไม่ปาน บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าน่านฟ้ากับปิ่นรักดูไม่ใช่แค่เพื่อนสนิททั่วไป ทั้งคู่ทำตัวเหมือนกับคบกันมานานแล้วมากกว่าและบางทีเธอก็น้อยใจที่น่านฟ้านึกถึงปิ่นรักก่อนเสมอ ทำให้กรรวีกลายเป็นคนสำคัญน้อยกว่าปิ่นรักที่เป็นแค่เพื่อน
“น่าน” จู่ๆ เสียงหวานก็เรียกชื่อคนรักห้วนๆ เมื่อเริ่มไม่พอใจในพฤติกรรมของทั้งคู่
“มีอะไรแก้ม เรียกเสียงดังตกใจหมด”
“แก้มหิวน้ำค่ะ น่านไปซื้อน้ำให้แก้มหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวทำตาหวานออดอ้อนคนรักซึ่งแน่นอนว่าได้ผลเสมอเพราะน่านฟ้าแพ้ลูกอ้อนของเธอ
“ได้สิ เอาน้ำพันช์เหมือนเดิมนะ” น่านฟ้าลุกออกไปซื้อน้ำตามที่คนรักต้องการส่งผลให้ทั้งโต๊ะเหลือเพียงกรรวีและปิ่นรัก
“ปิ่นฉันขอถามหน่อยสิ”
“เรื่องอะไรล่ะ ถ้าเรื่องน่านฉันไม่มีอะไรจะบอกเธอแล้ว” ปิ่นรักตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเพราะกรรวีมักจะมาถามไถ่เรื่องของน่านฟ้าสมัยประถมอยู่บ่อยๆ จนเธอหมดเรื่องเล่าของเขาแล้ว
“ฉันอยากรู้ว่าเธอคิดยังไงกับน่าน” กรรวีเป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อนที่น่านฟ้าจะกลับมา
“หมายความว่าไง?” ปิ่นรักถึงกับต้องหยุดการกระทำทุกอย่างเมื่อได้ยินคำถามของอีกคน
“เธอกับน่านเคยชอบกันหรือเปล่า”
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่าแก้ม”
“ฉันอยากรู้น่ะ ตอบมาเถอะ” กรรวีอยากได้คำตอบจากปากของปิ่นรักเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“ฉันคิดกับน่านแค่เพื่อน อีกอย่างน่านมันไม่ชอบฉันหรอก เธอสบายใจเถอะ” คำตอบของปิ่นรักมีทั้งจริงและไม่จริงรวมอยู่ด้วยกัน น่านฟ้าไม่ได้ชอบเธอนั่นคือเรื่องจริง แต่เรื่องที่เธอคิดกับน่านฟ้าแค่เพื่อนนั่นโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
“ฉันคงคิดมากไปเอง ขอโทษนะที่ถามอะไรแปลกๆ”
“ไม่เป็นไร ถ้าเธอไม่สบายใจฉันจะเว้นระยะห่างกับน่านให้มากกว่านี้นะ” ปิ่นรักพยายามจะตีตัวออกห่างกับคนที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปี ไม่ใช่เพราะให้กรรวีสบายใจ แต่เพราะเธอต้องตัดใจจากเขาให้ได้เสียที
“คุยอะไรกันอยู่สาวๆ”
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่คุยกันเรื่อยเปื่อยน่ะ” กรรวีหันไปส่งยิ้มหวานให้คนรักทำเหมือนเรื่องที่คุยกับปิ่นรักก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
“ฉันไปรอที่ห้องนะ”
“อ้าว! ทำไมไปเร็วล่ะอีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาเรียน” น่านฟ้ารีบหันขวับไปหาเพื่อนสนิทจนกรรวีเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจ ปิ่นรักเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็ยิ่งต้องเว้นระยะห่างกับเขาตั้งแต่ตอนนี้
“ฉันนัดคุยงานกับจิน่ะ ไปก่อนนะ” เมื่อเขามีคนของใจอยู่แล้วสถานะเพื่อนสนิทอย่างเธอคงไม่จำเป็นอีกต่อไป
“ไอ้จิอีกแล้วเหรอ ทำไมช่วงนี้ได้ยินชื่อมันบ่อยจัง” น่านฟ้าบ่นพึมพำเบาๆ แต่การกระทำของเขายิ่งทำให้กรรวีที่เป็นคนรักไม่ค่อยสบอารมณ์มากนัก
“ถ้าแก้มไม่ได้เป็นแฟนน่าน แก้มคงคิดว่าน่านคบกับปิ่นอยู่นะคะ” คำพูดที่ดูไม่มีอะไรแต่เป็นการประชดประชันอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ น่านไม่ได้คิดอะไรกับปิ่นเกินเพื่อนเลยนะ”
“ก็น่านดูเป็นห่วงปิ่นมากยิ่งกว่าแฟนอีกนะ บางทีแก้มก็เริ่มน้อยใจแล้วนะคะ” กรรวีทำกอดอกเมินหน้าหนีเพื่อให้คนรักตามง้อ
“แก้ม...น่านขอโทษนะ น่านแค่เป็นห่วงปิ่นน่ะ แต่ยังไงแก้มก็ยังเป็นที่หนึ่งนะ” น่านฟ้าง้อคนรักให้หายงอน เขาผิดเองที่ไม่แยกเพื่อนกับแฟนให้ดี แต่เพราะเป็นห่วงเพื่อนเลยเผลอทำอะไรโดยไม่รู้ตัว
ปิ่นรักแอบมองคู่รักที่กำลังง้องอนกันอยู่ไกลๆ มือเล็กยกขึ้นกุมหน้าอกที่มีดวงใจน้อยๆ ที่กำลังเต้นอยู่ในทรวงอกอย่างเจ็บปวดทรมาน ความรู้สึกอึดอัดที่ไม่สามารถบอกใครได้ไร้ที่ระบายเพราะไม่ต้องการเปิดเผยความในใจให้ใครรู้
” ตัดใจสักทีเถอะปิ่น แกรักข้างเดียวมาหลายปีแล้วนะ “เวลาเกือบสิบปีที่เธอรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว นับตั้งแต่เริ่มขึ้นมัธยมต้นจวบจนปัจจุบันนี้ หากได้คบกันคงจะดีไม่น้อย
” เลิกคิดๆ นั่นเพื่อนนะ...เพื่อนสนิท” ท่องจำคำว่าเพื่อนให้ขึ้นใจ ตอกย้ำสถานะและหน้าที่ของตนเองว่าห้ามลุกล้ำเกินไปมากกว่านี้
ปิ่นรักสะบัดหัวไล่ความคิดคิดทั้งหมดออกไปจากหัว เธอต้องสวมบทเล่นละครเป็นเพื่อนที่แสนดีต่อไปจนกว่าเขาจะได้แต่งงานมีครอบครัว ถ้าวันนั้นมาถึงเธออาจจะตัดใจได้จริงๆ ว่าเธอไม่ใช่คนที่เขาเลือก
