สถานะรักข้างเดียว

39.0K · อัพเดทล่าสุด
เพลินฝัน
24
บท
260
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ในวันที่เขาไม่เหลือใครหน้าที่ของเธอคือการอยู่เคียงข้างเขา แม้จะไม่เคยได้รับความรักแต่เธอก็ยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อคนที่เธอแอบรักข้างเดียวมาตลอดหลายปี แค่ได้ใกล้ชิดในสถานะไหนเธอก็ยอม

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักนักศึกษารักแรกพบโตมาด้วยโรงแรม/มหาลัยดราม่าโรแมนติก18+

ตอนที่1

[โรงเรียนประถม]

นักเรียนหญิงชั้นประถมสี่ที่เพิ่งย้ายมาใกล้กลางเทอมด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้เธอไม่มีเพื่อนสนิท เพราะเพื่อนๆ คนอื่นได้ทำความรู้จักกันไปก่อนหน้านี้แล้ว เด็กหญิงตัวเล็กทำได้แค่นั่งหงอยมองเพื่อนในห้องพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“เธอชื่อปิ่นใช่ไหม” ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงของเด็กผู้ชายเพื่อนร่วมห้องเอ่ยถามเธอในขณะที่เพื่อนคนอื่นไม่ได้สนใจเธอเลย

“ชะ...ใช่” ปิ่นรักตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วราวกับเสียงลมผ่าน

“เราชื่อน่านฟ้า จะเรียกน่านก็ได้” เด็กหนุ่มแนะนำตัวเองอย่างเป็นมิตรพลางยื่นมือมาให้จับเป็นการทักทาย

“อะ...อืม ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“เพิ่งย้ายมาใหม่ให้เราพาไปเดินชมโรงเรียนไหม” น่านฟ้าอาสาพาเพื่อนใหม่เที่ยวชมรอบโรงเรียนตามประสาเด็กอัธยาศัยดี

“ไม่เป็นไร เกรงใจนายน่ะ”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เพื่อนกันนี่นาไปเถอะ คาบว่างเหลืออีกตั้งหนึ่งชั่วโมงนั่งในห้องน่าเบื่อจะตาย” น่านฟ้าจับจูงมือเพื่อนใหม่ให้เดินตามออกไป

เด็กหนุ่มพาเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ดูสถานที่ต่างๆ ในโรงเรียน ปิ่นรักเดินตามต้อยๆ ตั้งใจฟังเพื่อนสาธยายว่าอะไรเป็นอะไร ถึงจะยังไม่คุ้นชินที่จู่ๆ ก็มีคนมาคุยด้วย แต่ปิ่นรักกลับรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องโดดเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมา

“ทำไมถึงเพิ่งย้ายมาล่ะ” ด้วยความอยากรู้น่านฟ้าจึงเอ่ยถามออกไปโดยไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เขาเพียงแค่ใคร่รู้ตามประสาเด็กทั่วไป

“แม่เราย้ายมาอยู่แถวนี้น่ะ” ปิ่นรักตอบไปอย่างไม่ปิดบัง แต่ก็ไม่ได้บอกสาเหตุจริงๆ ให้เขารู้

เหตุผลที่ทำให้เธอกับแม่ต้องย้ายที่อยู่กะทันหันนั่นก็เพราะครอบครัวของเธอไม่ได้ดีพร้อมหรืออบอุ่นเหมือนครอบครัวอื่น พ่อของเธอติดเหล้า ติดการพนัน ชอบทำร้ายร่างกายแม่อยู่เสมอตอนที่ต้องการเงิน แต่พอแม่ไม่ยอมให้ก็จะทุบตี ปิ่นรักเห็นเหตุการณ์พวกนี้มาตั้งแต่จำความได้ จนสุดท้ายแม่ของเธอทนไม่ไหวขอหย่าขาดกับพ่อแล้วหนีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ สถานที่ที่ใครหลายคนเลือกให้เป็นที่สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่

เธอไม่กล้าเล่าความจริงให้เพื่อนที่เพิ่งเจอกันวันแรกฟัง เพราะกลัวว่าถ้าน่านฟ้ารู้แล้วจะรับไม่ได้ที่เธอเป็นเด็กไม่มีพ่อ เด็กประถมอย่างเธอต้องการมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนกับคนอื่นๆ แต่โชคชะตาได้กำหนดให้เป็นเช่นนี้ปิ่นรักจึงได้แต่จำใจยอมรับมัน

“แม่เราทำอาหารเก่งมากเลยนะ เธอไปบ้านเราไหม” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนใหม่ที่รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ

น่านฟ้าเติบโตมาในครอบครัวที่เพียบพร้อมทุกอย่าง เขามีพ่อแม่ที่ให้ความรัก ความอ่อนโยนกับเขาอยู่เสมอ ทำให้น่านฟ้าเป็นเด็กที่ค่อนข้างอัธยาศัยดี เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ฐานะทางบ้านก็ดี ครอบครัวฝั่งพ่อมีบริษัทเป็นของตนเอง ส่วนฝั่งแม่ก็ไม่น้อยหน้ากันแถมยังมีคุณป้าเป็นดารามีชื่อเสียงอยู่ในวงการบันเทิง

“ขอบคุณนะ แต่เราต้องขออนุญาตแม่ก่อนน่ะ” ปิ่นรักไม่กล้าตอบตกลงไปในทันทีกลัวผู้เป็นแม่จะดุเอาได้

“อืม ได้สิ เราอยากให้ปิ่นได้ชิมฝีมือแม่เราจริงๆ นะ แม่พลอยของเราทำอาหารอร่อยที่สุดในโลกแล้ว ทั้งไก่ทอดกรอบๆ แกงจืดร้อนๆ” น่านฟ้าโอ้อวดฝีมือแม่ตนเองให้เพื่อนฟังทำเอาปิ่นรักแอบน้ำลายสอเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนสาธยาย

“อึก...น่ากินจัง” เด็กหญิงเผลอลอบกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

“ใช่ไหมล่ะ ถ้าวันไหนอยากไปเที่ยวบ้านเราบอกได้เลยนะ แม่เราใจดี”

“อะ...อืม” ปิ่นรักพยักหน้ารับรู้ เธอส่งรอยยิ้มหวานให้กับเพื่อนคนแรกที่เพิ่งเจอกันแต่อีกฝ่ายกลับทำเหมือนกับว่าสนิทกับเธอมานานแรมปี

พอถึงเวลาเลิกเรียนนักเรียนต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านโดยมีผู้ปกครองมารับ ทว่าปิ่นรักต้องกลับรถประจำทางด้วยตนเองเนื่องจากแม่ของเธอยังไม่เลิกงาน เด็กหญิงวัยประถมที่ยังไม่คุ้นชินกับสถานที่เริ่มรู้สึกกลัวที่ต้องกลับคนเดียวแต่ไม่กล้าแสดงท่าทีประหม่าให้ใครเห็น

“พ่อครับ จอดก่อนครับ” เสียงเด็กหนุ่มเอ่ยบอกผู้เป็นพ่อให้จอดรถเมื่อเห็นปิ่นรักที่ยืนอยู่ริมข้างทางคนเดียวไร้ผู้ปกครองมารอรับเหมือนคนอื่นๆ

“มีอะไรน่านฟ้า” ผู้เป็นพ่อทำหน้ามึนงงที่จู่ๆ ลูกชายก็บอกให้จอดรถกะทันหัน

“นั่นปิ่นครับ เพื่อนในห้องน่าน”

“หืม? แล้วทำไมเขาอยู่คนเดียวล่ะ พ่อแม่ไปไหนกัน” นทีผู้เป็นพ่อของน่านฟ้าพึมพำเสียงเบาๆ ออกมา หัวอกคนเป็นพ่อพอได้เห็นก็อดเป็นห่วงไม่ได้

รถยนต์คันหรูขับมาจอดตรงหน้าเด็กหญิงที่ยืนรอข้ามถนน ปิ่นรักไม่รู้ว่าเป็นรถของใครจึงขยับไปอยู่อีกฝั่งอย่างระมัดระวังตามคำที่แม่ของเธอเคยบอกเอาไว้ให้ดูแลตนเอง อย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้า

“ปิ่น ปิ่น” น่านฟ้าเปิดกระจกรถแล้วส่งเสียงตะโกนเรียกเพื่อนให้หันมามอง

ปิ่นรักหันขวับตามเสียงเรียกของเพื่อนก่อนจะค่อยๆ เดินมาที่รถของน่านฟ้า ทันทีที่เห็นพ่อของเขาปิ่นรักจึงรีบยกมือไหว้สวัสดีอย่างมีมารยาท

“สวัสดีค่ะคุณลุง”

“รอใครมารับหรือเปล่าลูก” นทีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับเพื่อนของลูกชาย

“เปล่าค่ะ หนูกำลังจะกลับบ้าน”

“กลับคนเดียวเหรอ”

“ค่ะ แม่ยังไม่เลิกงานค่ะ” ปิ่นรักตอบไปตามความจริงให้คุณลุงที่หน้าตาหล่อเหลาดูใจดีแถมยังเป็นพ่อของน่านฟ้าฟัง

“ขึ้นรถสิเดี๋ยวลุงไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเกรงใจ”

“ขึ้นมาเถอะ ฝนจะตกแล้วกลับคนเดียวมันอันตราย” นทีเป็นห่วงหากต้องปล่อยให้หนูน้อยคนนี้กลับบ้านคนเดียว

“ขอบคุณค่ะคุณลุง” เมื่อปฏิเสธคำของผู้ใหญ่ไม่ได้ปิ่นรักจึงยอมเปิดประตูขึ้นนั่งด้านหลังอย่างเรียบร้อย ไม่กล้าแตะต้องอะไรมากเพราะกลัวจะทำของแพงๆ เสียหาย

“บ้านอยู่ไหนล่ะ ลุงจะได้ไปส่ง”

“ส่งหนูที่หน้าหมู่บ้านก็ได้ค่ะ”

“เอางั้นก็ได้ หมู่บ้านอะไรล่ะ” นทีเตรียมกดโทรศัพท์เพื่อระบุเส้นทางให้จีพีเอสนำไป

“หมู่บ้าน...” ปิ่นรักบอกชื่อหมู่บ้านที่ตนเพิ่งย้ายมาอยู่ให้คุณลุงใจดีรับรู้ ทว่าหลังจากที่เธอพูดจบสองพ่อลูกก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมาทันที

“ฮ่าๆ” น่านฟ้าปิดปากหัวเราะร่าทำเอาปิ่นรักขมวดคิ้วมองอย่างมึนงง

“ทำไมเหรอคะ?”

“เปล่าๆ แค่พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกันน่ะสิ” น่านฟ้าเฉลยให้เพื่อนเข้าใจ ที่เขาหัวเราะก็เพราะไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้

“จริงเหรอ?”

“อืม บ้านเราอยู่เฟสสิบสองน่ะ แล้วเธอล่ะ”

“เฟสสามน่ะ” เสียงหวานตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะรู้ว่าหมู่บ้านของตนมีแบ่งเฟสและมีแบบบ้านที่ต่างกัน ซึ่งเฟสที่น่านฟ้าอยู่นั้นเป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีแต่เหล่าคนรวยอาศัยอยู่ ส่วนบ้านของเธอเป็นแค่บ้านทาวน์เฮาส์ขนาดกลางๆ เท่านั้น

“แบบนี้เราก็แวะไปเล่นกับปิ่นได้ใช่ไหม งั้นวันเสาร์นี้เราไปหาปิ่นที่บ้านนะ”

“น่านฟ้า ไม่เอาลูก เพื่อนยังไม่ได้อนุญาตเลย” นทีรีบปรามลูกชายที่ถามเองตอบเองโดยที่เพื่อนไม่ทันได้เอ่ยปากชวน

“ถ้าจะมาก็ได้แหละ เดี๋ยวเราบอกแม่ไว้ก่อน”

“เย่!” น่านฟ้าทำหน้าตื่นเต้นดีใจที่จะได้ไปเล่นบ้านเพื่อน ถึงจะเป็นเพื่อนต่างเพศแต่เขาก็รู้สึกถูกชะตากับปิ่นรักมากจนอยากจะสนิทด้วย