ตอนที่9
ช่วงเวลาฝึกงานนับว่าเป็นครั้งแรกที่น่านฟ้ากับปิ่นรักไม่ได้เจอกันทุกวันเหมือนอย่างที่ผ่านมา ปิ่นรักได้ที่ฝึกงานไกลจากหอพักพอสมควรเธอจึงไม่ค่อยมีเวลามาเจอน่านฟ้าได้ ผิดกับจิรายุที่ฝึกงานบริษัทเดียวกันเลยได้เห็นหน้าทุกวัน
“เลิกงานแล้วเดี๋ยวเราไปส่งปิ่นที่หอนะ”
“จิไปส่งเราทุกวันเลย เกรงใจจัง” ปิ่นรักรู้สึกเกรงใจมากๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ถ้าปิ่นจะไปไหนบอกได้เลยนะ” จิรายุพยายามทำคะแนนอย่างเต็มที่เมื่อมีโอกาส เขาใช้เส้นสายของพ่อตัวเองเพื่อให้ปิ่นรักได้มาฝึกงานที่เดียวกัน มันไม่ใช่เรื่องที่ถูก แต่เขาจะมัวรอช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
“ขอบใจนะจิ”
“อืม งั้นเราไปกันเถอะ”
ชายหนุ่มอมยิ้มที่ได้ดูแลคอยไปรับไปส่งเธออยู่ทุกวัน หากเป็นคนอื่นจิรายุคงปฏิเสธไม่คิดสานสัมพันธ์กับใคร แต่นี่คือปิ่นรักผู้หญิงที่เขาคาดหวังให้มาเป็นแม่ของลูกในอนาคต ทั้งหน้าตา นิสัยใจคอของปิ่นรักตรงตามอุดมคติของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
รถสปอร์ตคันหรูจอดสนิทที่หน้าหอก่อนที่คนขับรถจะรีบวิ่งมาเปิดประตูฝั่งคนนั่งตามประสาสุภาพบุรุษ หญิงสาวก้าวลงจากรถยังไม่ทันจะได้ขอบคุณคนที่มาส่ง สายตาเหลือบไปเห็นน่านฟ้าที่ยืนมองตาเขม็งอยู่ไม่ไกล
“ไปไหนกันมา?” เสียงทุ้มเอ่ยถามทั้งคู่ที่เพิ่งมาถึงทั้งที่เลยเวลาเลิกนานไปนานนับชั่วโมง
“อ้าว! ไอ้น่านมาทำอะไรที่หอปิ่นวะ” จิรายุหันไปทักทายน่านฟ้าโดยไม่ยอมตอบคำถามที่อีกฝ่ายถามก่อน
“ฉันมาหาปิ่น แล้วแกล่ะ?”
“มาส่งปิ่นไง”
“แล้วทำไมกลับมืดกันจัง” คนเป็นห่วงเพื่อนสนิทจี้ถามจนกว่าจะได้คำตอบ
“นี่มันกรุงเทพนะเว้ย รถติดเป็นหางว่าว”
“ใช่ รถติดตั้งแต่หน้าบริษัทเลย แล้วนายมาหาฉันมีอะไรหรือเปล่าน่าน” ปิ่นรักหันไปถามเพื่อนสนิทที่มาหาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
“ฉันโทรหาเธอตั้งหลายสายทำไมไม่รับ ไอ้เราก็เป็นห่วงคิดว่าเป็นอะไรก็เลยมาหาไง” น่านฟ้างอแงเป็นเด็กน้อยที่จู่ๆ ก็ติดต่อเพื่อนไม่ได้ ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน โทรหาก็ไม่รับจนนึกว่าเธอป่วยหรือเป็นอะไรไป
“ฉันปิดเสียงตอนทำงานน่ะ โทษที”
“แกนี่งอแงเป็นเด็กเลยนะไอ้น่าน ทำอย่างกับเป็นแฟนปิ่นไปได้” จิรายุแกล้งแซวเพราะรู้ว่าน่านฟ้าไม่ได้คิดอะไรกับปิ่นรัก
“แกกลับไปได้แล้ว เป็นแฟนปิ่นหรือไงถึงได้ไปรับไปส่งแบบนี้”
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เว้ย แต่อีกไม่นานก็ไม่แน่หรอก” คำตอบของจิรายุทำเอาปิ่นรักหันขวับมองด้วยความตกใจไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดออกมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ แต่สายตาก็ยังแอบมองปฏิกิริยาของน่านฟ้าว่าเขามีท่าทีอย่างไร
“แบบนี้ต้องแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยไหมวะ” ท่าทางของน่านฟ้าไม่ได้แสดงท่าทีหึงหวงหรือความไม่พอใจออกมา เขากลับพูดอวยพรทั้งคู่ด้วยหน้าตาเรียบเฉยยิ่งทำให้ปิ่นรักชอกช้ำในใจที่เผลอคิดว่าเขาจะมีความรู้สึกกับเธอเกินเพื่อน
“นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วปิ่นว่าน่านกับจิกลับไปก่อนเถอะนะ” คนตัวเล็กอ่อนล้าและหมดแรงอยากพักเต็มที เธอไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว
“เออกลับไปได้แล้วไอ้จิ”
“เฮ้อ! งั้นเรากลับก่อนนะปิ่น พรุ่งนี้จะมารับเวลาเดิมนะ” จิรายุขี้เกียจยืนเถียงกับน่านฟ้าต่อจึงขอแยกตัวกลับก่อนทำให้ตอนนี้เหลือแค่น่านฟ้าและปิ่นรักเพียงสองคน
“นายไม่กลับหรือไง”
“เพื่อนมาหาทั้งทีไม่ชวนไปนั่งเล่นที่ห้องหน่อยเหรอ” น่านฟ้าส่งสายตาอ้อนวอนขอให้เพื่อนชวนไปนั่งเล่นที่ห้องเพราะยังไม่อยากกลับคอนโดตอนนี้
“วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ปวดหัวด้วย เอาไว้วันหลังนะน่าน”
“ทำงานเหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ เปลี่ยนที่ฝึกงานดีไหม ที่นั่นมันไกลด้วยเธอจะได้ไม่ต้องรบกวนให้จิมารับมาส่งไง” ร่างสูงสาวเท้าก้าวประชิดตัวเพื่อนสนิทที่แสดงสีหน้าอ่อนล้าออกมา มือหนาวางทับบนหน้าผากมนเพื่อเช็กดูอุณหภูมิในร่างกายของคนตรงหน้า
“ฉันไม่อยากเปลี่ยนที่ฝึกงานกลางคัน...ปล่อยได้แล้ว ฉันไม่ได้ไม่สบายสักหน่อย” ปิ่นรักปัดมือของเพื่อนออกทันควัน เธอไม่อยากให้เขาทำตัวอ่อนโยนแบบนี้กับเธออีก หัวใจคนอ่อนแอชอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขามีใจ
“ก็เห็นบ่นปวดหัว”
“แค่ปวดหัวเรื่องงานน่ะ”
“งั้นก็ย้ายมาที่เดียวกับฉันสิ”
“ก็บอกว่าไม่เอาไง”
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่าปิ่น ช่วงนี้เธอดูไม่ค่อยร่าเริงเลย “
“ไม่มีอะไร ไม่ต้องสนใจฉันหรอก” จะให้เธอปั้นหน้ายิ้มแสดงยินดีกับความรักของเขากับกรรวีได้อย่างไร แค่เห็นพวกเขารักกันเธอก็เจ็บจนหัวใจด้านชาไปหมดแล้ว
“ต้องสนใจสิ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอปิ่น มีเรื่องอะไรก็บอกกันสิ”
“ช่างเถอะ นายกลับไปได้แล้ว “
“ก็ได้ๆ แต่วันหยุดสุดสัปดาห์นี้เธอไปกินข้าวที่บ้านฉันนะ แม่พลอยบ่นถึงเธอน่ะ” น่านฟ้าเอ่ยชวนเพื่อนสนิทไปกินข้าวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทว่าครั้งนี้ปิ่นรักทำหน้ากระอักกระอ่วนดูไม่อยากไปเสียเท่าไหร่
“น่านคือว่า...”
“หยุดๆ ห้ามบอกว่าไปไม่ได้นะ เธอไม่ได้ไปกินข้าวที่บ้านฉันนานละนะ แล้วช่วงนี้เราก็ไม่ค่อยเจอกันด้วย” ชายหนุ่มยกมือห้ามไม่ให้เพื่อนพูดต่อ เขาไม่ยอมให้เธอปฏิเสธเป็นอันขาด
“...ก็ได้ ว่าแต่แก้มจะไปด้วยหรือเปล่า” ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ มีแต่ต้องยอมไปอย่างเดียวปิ่นรักจึงเลือกไม่ได้ แต่ถ้าหากต้องไปเจอกรรวีอีกเธอคงต้องเตรียมตัวรับความเจ็บปวดที่ทรวงอกอีกครั้ง
