ตอนที่6
ขาเรียวหยุกชะงักเมื่อได้ยินเสียงของใครอีกคนที่ไม่ใช่แค่แม่ของน่านฟ้า น้ำเสียงที่แสนคุ้นหูของคนที่เธอไม่อยากเจอหน้า เพราะแค่เห็นเธอก็รู้สึกอิจฉาแต่ทำอะไรไม่ได้
"หนูปิ่น ป้ากำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย" พลอยฟ้าเรียกปิ่นรักเสียงดังทำให้คนตัวเล็กที่กำลังจะก้าวขาเดินออกไปจำต้องหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้
"สวัสดีค่ะคุณป้า หนูเอาชาที่คุณป้าชอบมาฝากด้วยนะคะ"
"คุณเปิ้ลกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ"
"ค่ะ แม่เพิ่งกลับมาเมื่อวานค่ะ แม่บอกว่าเห็นคุณป้าชอบชาที่ซื้อมาครั้งก่อนก็เลยซื้อมาให้อีกเยอะเลยค่ะ" ปิ่นรักเข้าขากันดีกับแม่ของเขา เพราะตอนเด็กๆ เธอมักจะมาอยู่กินนอนที่บ้านของน่านฟ้าจนแม่ของเขาเลี้ยงเธอเหมือนเป็นลูกของตนเอง
"แหมเกรงใจจังเลย ฝากขอบคุณแม่หนูด้วยนะ ยังมีน้ำใจซื้อมาฝากกันอีก"
"ค่ะ ถ้าหมดแล้วบอกได้เลยนะคะ แม่ต้องไปทำงานที่จีนอีกหลายครั้งค่ะ"
"ได้จ้ะ แต่ครั้งหน้าเดี๋ยวป้าฝากซื้อเองดีกว่า ซื้อมาฝากแบบนี้บ่อยๆ ป้าเกรงใจ"
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ ปิ่นก็มารบกวนคุณป้าอยู่บ่อยๆ"
"เอ่อคือ...คุณแม่คะ" กรรวีที่ยืนนิ่งราวกับเป็นอากาศค่อยๆ เอ่ยเสียงเบาๆ ออกมา
"อ๋อนี่หนูแก้มแฟนตาน่าน ปิ่นรู้จักแล้วใช่ไหมลูก"
"ค่ะ เคยเจอกันอยู่บ่อยๆ ค่ะ" ปิ่นรักส่งยิ้มให้กรรวีที่ถูกแนะนำว่าเป็นคนรักของน่านฟ้า แค่ได้ยินก็พาลให้หัวใจปวดหนึบอีกครั้ง
"หนูปิ่นมาพอดีช่วยหนูแก้มหั่นผักกับพริกหน่อยนะ แล้วเย็นนี้อยู่ทานข้าวด้วยกันเลยนะจ๊ะ"
"...ค่ะ" ปิ่นรักปฏิเสธคำชวนของผู้ใหญ่ไม่ได้จึงได้แต่ตอบรับคำเชิญชวนของท่าน แม้จะอยากหนีกลับบ้านมากก็ตาม
โต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของครอบครัว ปิ่นรักซึ่งเป็นคนนอกทำได้แค่ยิ้มตอบเห็นตามในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองคุยกัน เธอมองกรรวีที่สามารถพูดคุยกับพ่อแม่ของน่านฟ้าได้ราวกับรู้จักกันมานาน พวกเขาดูชอบพอว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคตคนนี้เหลือเกิน
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ไม่อร่อยเหรอหนูปิ่น"
"เปล่าค่ะ อร่อยมากค่ะคุณป้า"
"คุณแม่ทำอาหารอร่อยอย่างที่น่านบอกจริงๆ ด้วยนะคะ" กรรวีได้ทีเอ่ยชมเยินยอแม่คนรักเป็นการเอาใจ แต่คำชมของเธอออกมาจากใจจริงๆ
"ตาน่านไปคุยโวอะไรไว้อีกล่ะ แม่ไม่ได้ทำอร่อยขนาดนั้นหรอก"
หญิงสาวที่นั่งเยื้องออกมาจากทุกคนเหมือนเป็นเศษเกินของโต๊ะอาหาร ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ เวทนาตัวเองที่เป็นได้แค่เพื่อน แม้แต่คำเรียกผู้ใหญ่ทั้งสองท่านเธอยังไม่สามารถเรียกเหมือนกรรวีได้เลย ในขณะที่ปิ่นรักเรียกพวกท่านได้แค่คุณลุง คุณป้า แต่กรรวีที่มาเพียงวันเดียวกลับเรียกพ่อแม่ได้อย่างเต็มปาก
"เทอมหน้าต้องฝึกงานแล้วใช่ไหมลูก"
"ครับแม่ แต่ผมก็คงมาฝึกที่บริษัทของพ่อนั่นแหละครับ" น่านฟ้าเลือกที่จะฝึกงานในบริษัทของผู้เป็นพ่อเป็นการเตรียมหลังเรียนจบไปในตัว
"ถึงจะเป็นลูก แต่พ่อไม่เซ็นอนุมัติให้ง่ายๆ หรอกนะ"
"แม่ครับดูพ่อสิ ใจร้ายกับน่านอีกแล้ว"
"ก็จริงอย่างที่พ่อเขาว่านั่นแหละ น่านจะมาใช้สิทธิ์การเป็นลูกไม่ได้"
"อ้าว! ทำไมเห็นดีเห็นงามกันไปหมดล่ะครับ" น่านฟ้าทำหน้าหงอย แม่ไม่เข้าข้างเขาเสียเลย
"แล้วหนูปิ่นล่ะลูก ได้ดูที่ฝึกงานไว้หรือยัง"
"ค่ะ ปิ่นว่าจะไปฝึกงานในบริษัทที่เพื่อนแนะนำค่ะ"
"ใคร?" น่านฟ้าหันขวับกลับมาถามเพื่อนสนิทที่ไม่เห็นบอกเขามาก่อนว่าเลือกที่ฝึกงานที่อื่น
"จิแนะนำบริษัทเพื่อนพ่อเขาให้น่ะ ฉันเลยว่าจะไปฝึกที่นั่น"
"ไอ้จิอีกแล้ว เธอกับมันเป็นอะไรกันพักนี้สนิทกันจัง ดูผิดปกติล่ะนะ"
"ก็เป็นเพื่อนกันไงจะให้เป็นอะไรได้ล่ะ" เธอจะไปเป็นอะไรกับจิรายุได้อย่างไรในเมื่อในใจเธอมีแต่เขา
"ฉันบอกแล้วไงว่าให้ห่างๆ ไอ้จิมันไว้ มันเจ้าชู้จะตาย"
"ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกับจิสักหน่อย แค่เพื่อนกันเฉยๆ"
"ใครจะรู้ เธอไม่คิดแต่ไอ้จิอาจจะคิดก็ได้"
"ไร้สาระ"
"ไร้สาระตรงไหน"
"แล้วนายจะมายุ่งกับฉันทำไม" ปิ่นรักโพล่งขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะถามจี้เรื่องของเธอมากเกินไป
"ทำไมฉันจะยุ่งไม่ได้ ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ"
"..." ไร้การตอบกลับจากปิ่นรัก โต๊ะอาหารเงียบกริบบรรยากาศที่คึกคักก่อนหน้านี้กลายเป็นความอึดอัด
"เฮ้อ! ช่างเถอะ อยากจะทำอะไรก็เรื่องของเธอแล้วกัน" เขาแค่เป็นห่วงกลัวเธอจะเดือดร้อน หากมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเธอกับจิรายุคบกัน
"น่าน แก้มอยากลองชิมของโปรดที่น่านชอบบ้าง" กรรวีเอ่ยทำลายบรรยากาศความเงียบสงัดบนโต๊ะอาหารทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม
กรรวีเหลือบมองปิ่นรักด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ เธอรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ กับท่าทีของปิ่นรักที่ดูต่างออกไปจากเพื่อนคนอื่นๆ ทว่าเพราะอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของคนรักเธอจึงทักท้วงอะไรมากไม่ได้
ปิ่นรักก้มหน้าก้มตาไม่เงยหน้าขึ้นมามองคู่รักที่กำลังหวานชื่นปานน้ำผึ้งเดือนห้า คำพูดของน่านฟ้าทำให้เธอเผลอคิดไปไกล แต่ก็มาคิดได้ว่าเขาคงแค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อน ไม่ได้คิดเกินเลยไปมากกว่านี้
"ไม่ต้องหรอกหนูปิ่นเดี๋ยวป้าเก็บเองจ้ะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณป้าไปพักเถอะค่ะเดี๋ยวปิ่นทำให้เอง" ปิ่นรักอาสาเก็บจานทุกใบบนโต๊ะอาหารไปล้างทำความสะอาดให้เสร็จสรรพ ในขณะที่น่านฟ้าพากรรวีขึ้นไปด้านบนห้องของตนเอง
"หนูปิ่นกับน่านเป็นเพื่อนกันมานานแล้วเนอะ"
"ค่ะ ปิ่นก็มาเที่ยวเล่นที่นี่บ่อยๆ จนเกรงใจคุณลุงคุณป้ามากเลยค่ะ"
"ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกจ้ะ หนูปิ่นก็เหมือนลูกสาวป้าอีกคนนะ" พลอยฟ้าเอ็นดูเพื่อนสนิทของลูกชายมากอยากให้มาเป็นลูกของตนเสียด้วยซ้ำ หรือจะเป็นลูกสะใภ้ก็ยินดี แต่ตอนนี้คงคิดแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว
"นี่ก็จะมืดแล้ว หนูกลับก่อนดีกว่าค่ะ"
"ให้น่านไปส่งสิลูก เดินกลับมืดๆ อันตรายนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ปิ่นปั่นจักรยานมาค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" ปิ่นรักยกมือไหว้ร่ำลาพ่อและแม่ของเขาก่อนจะเดินออกจากบ้านไปโดยไม่บอกน่านฟ้าให้รู้เพราะไม่อยากรบกวนเวลาที่เพื่อนอยู่กับคนรัก
