ตอนที่5
น่านฟ้าพาคนรักมาแนะนำให้พ่อกับแม่ได้รู้จัก เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านยกเว้นปิ่นรักผู้เป็นเพื่อนสนิท ส่วนกรรวีเธอคือคนแรกที่มาในฐานะคนรักของเขา
"แม่ครับ พ่อครับนี่แก้มแฟนผมครับ" น่านฟ้าแนะนำแฟนสาวให้พ่อกับแม่ที่กำลังนั่งมองหน้ากันด้วยความมึนงง
"สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่"
"สวัสดีจ้ะ" พลอยฟ้าผู้เป็นแม่ของน่านฟ้ารับไหว้ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนให้คนตรงหน้าแล้วหันไปมองหน้าสามีที่คิ้วขมวดไม่ต่างกับเธอ
"น่านไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก ทำไมไม่เห็นบอกแม่เลย"
"ผมกับแก้มเราคบกันได้หลายเดือนแล้วครับ ที่ไม่ได้บอกพ่อกับแม่เพราะอยากเซอร์ไพรส์ไงครับ" น่านฟ้าอยากพากรรวีมาที่บ้านหลังจากมั่นใจแล้วว่าจะเลือกคนนี้ ปกติเขาไม่เคยพาใครมาที่บ้านเพราะส่วนใหญ่มักจะเลิกกันไม่ทันถึงสองเดือนเสียด้วยซ้ำ
"เซอร์ไพรส์จนแม่ตกใจเลยนะเนี่ย แล้วลูกจะอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันไหม" น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามลูกชายที่นานครั้งจะกลับบ้านเสียที
"แน่นอนสิครับ ผมคิดถึงอาหารฝีมือแม่จะตายอยู่แล้ว"
"จ้าๆ ถ้าง้้นหนูแก้มมาช่วยแม่เตรียมมื้อเย็นหน่อยได้ไหมจ๊ะ"
"ได้ค่ะคุณแม่" กรรวีอยากเอาใจแม่ของเขาจึงยอมรับคำอย่างว่าง่าย
ผู้เป็นแม่พาคนรักของลูกออกจากห้องนั่งเล่นไปเตรียมอาหารที่ห้องครัว ปล่อยให้พ่อลูกได้คุยกันเธอรู้ว่าสามีก็สงสัยเหมือนกับเธอ แต่ไม่กล้าถามออกไปตรงๆ
"น่าน"
"ครับพ่อ?" น่านฟ้าขานรับทันทีที่พ่อเรียก
"ลูกคบกับหนูแก้มจริงๆ ใช่ไหม"
"ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ ก็ต้องคบจริงสิครับพ่อผมตามจีบแก้มอยู่นานเลยนะ" น่านฟ้าเป็นฝ่ายเข้าหากรรวีก่อน ส่วนกรรวีก็ชอบพอในตัวเขาอยู่แล้วเลยไม่ปฏิเสธให้เสียเวลา
"คบจริงจังเลยเหรอถึงได้พามาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักแบบนี้"
"แน่นอนครับ ผมคิดว่าคนนี้แหละใช่เลย"
"อะไรๆ มันก็ยังไม่แน่นอนหรอกนะ ถ้าลูกมั่นใจพ่อก็ไม่ห้าม แต่อย่าลืมนะว่าลูกยังเรียนไม่จบ" นทีเอ่ยเตือนลูกชายด้วยความหวังดีและเป็นห่วง ถึงน่านฟ้าจะเป็นลูกชายแต่ถ้าหากพลาดพลั้งขึ้นมาก็ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ เขาไม่อยากให้ลูกถูกคนอื่นครหาเอาได้
"ผมรู้แล้วครับ เรื่องนั้นพ่อไม่ต้องห่วงพ่อสอนผมมาตั้งแต่มัธยมแล้วนะ"
"พ่อก็คิดว่าลูกกับหนูปิ่นคบกันซะอีก"
"พรู๊ด!" น่านฟ้าที่กำลังดื่มน้ำถึงกับสำลักออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นพ่อพูด
"พ่อว่าอะไรนะครับ ผมกับปิ่นเนี่ยนะ?"
"ทำไมล่ะ ก็เห็นสนิทกันไปไหนด้วยกันบ่อยๆ คิดว่าลูกจะชอบหนูปิ่น"
"ปิ่นกับผมเป็นแค่เพื่อนกันครับ เพื่อนกัน" น่านฟ้าเน้นย้ำคำว่าเพื่อนซ้ำๆ ให้พ่อเปลี่ยนความคิดใหม่
"ใครจะไปรู้ล่ะเห็นสนิทกันตั้งแต่เด็ก"
"ก็เพราะสนิทกันแต่เด็กไงครับ" ในสายตาของน่านฟ้า ปิ่นรักคือเพื่อนที่ดีที่สุดเป็นคนที่เขาไว้ใจสามารถเล่าให้ฟังได้ทุกเรื่องเพราะเธอเก็บความลับเก่งกว่าใคร
"เอาเถอะๆ เรื่องความรักมันห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว จะรักจะชอบใครพ่อก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่ามีเรื่องนอกใจนะน่าน"
"ผมรู้แล้วครับพ่อ" น่านฟ้ารับคำผู้เป็นพ่อ
ทว่าคนเป็นพ่อกลับมองลูกชายด้วยสายตาเป็นห่วง ตอนที่ตนอยู่ในวัยเดียวกับลูกเขาก็เคยมั่นใจในความรักมากๆ ผลสุดท้ายกลับไม่เป็นดั่งที่หวังไว้ นับว่าโชคดีที่ได้เจอกับพลอยฟ้าภรรยาคนปัจจุบันที่เข้าใจเขาทุกอย่างและคอยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด
นทีไม่ใช่คนที่จะกีดกันความรักของลูก เขาไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างที่จะต้องเลือกคู่ให้ลูก ครอบครัวของน่านฟ้าไม่ใช่หัวโบราณทั้งพ่อและแม่ต่างเคยผ่านอุปสรรคความรักแสนสาหัสมาแล้วเช่นกัน
น่านฟ้านั่งคุยสารทุกข์สุขดิบกับพ่อระหว่างรอแม่และกรรวีทำอาหารอยู่ในครัว เขาถูกพ่อถามไถ่เรื่องเรียนรวมถึงแผนการในอนาคตที่หลังเรียนจบต้องออกมาทำงานที่บริษัทของท่าน แต่บทสนทนาก็ต้องจบลงเมื่อหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาในบ้านด้วยความเคยชิน
"อ้าว หนูปิ่น" นทีเอ่ยเรียกปิ่นรักเพื่อนสนิทของลูกชายอย่างเอ็นดู
"คุณลุงสวัสดีค่ะ" ปิ่นรักยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้าที่เธอเคารพนับถือเหมือนพ่อของตนเอง
"ไม่บอกก่อนว่าจะมาที่บ้าน ฉันได้แวะรับเธอด้วย"
"ฉันไม่รู้ว่านายจะกลับบ้านนี่"
"หนูปิ่นมาก็ดีเลย วันนี้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันสิลูก" ผู้เป็นพ่อเอ่ยชวนหญิงสาวที่เห็นหน้าค่าตามาตั้งแต่เด็ก นทีเอ็นดูปิ่นรักเหมือนลูกสาวอีกคน เพราะเขาอยากมีลูกสาว แต่ทำอย่างไรก็ไม่มีเสียทียิ่งตอนนี้อายุมากขึ้นยิ่งต้องทิ้งความคิดนั้นไป
"ปิ่นแค่แวะเอาของฝากมาให้น่ะค่ะ พอดีแม่ปิ่นเพิ่งกลับจากจีนค่ะ"
"ขอบคุณมากนะ ฝากขอบคุณคุณเปิ้ลด้วยนะลูก"
"ค่ะ แล้วคุณป้าอยู่ไหนเหรอคะ" ปิ่นรักถามถึงแม่ของน่านฟ้าที่ชอบทำของอร่อยๆ ให้เธอชิมอยู่เสมอ
"อยู่ในครัวจ้ะ กำลังทำมื้อเย็นอยู่"
"ถ้างั้นหนูขอไปหาคุณป้าก่อนนะคะ"
ครอบครัวของทั้งคู่ค่อนข้างคุ้นเคยกันเพราะลูกๆ เป็นเพื่อนสนิทกัน แม่ของปิ่นรักต้องไปทำงานต่างประเทศอยู่บ่อยๆ เลยมักจะฝากเธอไว้ที่บ้านของน่านฟ้าในระหว่างที่ตนไม่อยู่ ปิ่นรักจึงสามารถเข้าออกบ้านของน่านฟ้าเหมือนเป็นบ้านของตนเองและเธอยังมีกุญแจสำรองที่พ่อของเขาเคยให้เอาไว้อีกด้วย
ด้านกรรวีกับแม่ของคนรัก เธอพยายามเอาอกเอาใจท่านทุกอย่างไม่ว่าท่านจะบอกให้หยิบจับอะไรเธอก็สามารถทำได้หมด แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าครัวทำอาหารก็ตาม แต่เพราะไม่อยากให้แม่ของเขาไม่ปลื้มตั้งแต่แรกเจอเธอเลยต้องเข้าเมืองตาหลิ่วตามไป
"หนูแก้มหั่นพริกให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ"
"ได้ค่ะ" กรรวีตอบรับมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไรเธอจึงได้แต่ยืนหมุนซ้ายหมุนขวาไม่กล้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนที่โตกว่า เพราะกลัวท่านจะคิดว่าเธอไม่เป็นแม่ศรีเรือนเสียเลย
