ตอนที่4
เช้าวันต่อมาปิ่นรักนั่งรอเพื่อนสนิทที่ประจำเหมือนอย่างทุกวัน ทว่าวันนี้น่านฟ้าไม่ได้มาคนเดียวแต่กลับมีหญิงสาวคนรักเดินควงแขนยิ้มร่ามาด้วยกัน
"เมื่อคืนขอโทษนะที่กลับก่อน" ชายหนุ่มรีบขอโทษขอโพยที่กลับโดยไม่บอกเพื่อน
"อืม ไม่เป็นไร"
"แล้วเมื่อคืนเธอกลับยังไง"
"จิไปส่ง" ปิ่นรักตอบอย่างไม่ปิดบังเพราะเธอไม่ได้คิดอะไรกับจิรายุเกินคำว่าเพื่อน
"ไอ้จิอีกแล้วเหรอ ช่วงนี้สนิทกับมันจังนะ ไปไหนกับมันบ่อยๆ ระวังสาวๆ ของมันด้วยแล้วกัน" น่านฟ้าเตือนด้วยความหวังดีเพราะจิรายุค่อนข้างเจ้าชู้ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เขาไม่อยากให้ปิ่นรักต้องมีปัญหากับผู้หญิงของเพื่อน
"อืม" เธอตอบแค่เพียงสั้นๆ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มน้อยๆ เผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาเป็นห่วง
"น่าน แก้มหิวแล้วอะไปหาอะไรกินกันเถอะ" เสียงหวานของหญิงสาวข้างกายน่านฟ้าเอ่ยขึ้นทำให้ปิ่นรักหลุดจากภวังค์ทันที
"ได้สิ ปิ่นกินอะไรไหม"
"ไม่ นายไปเถอะ" ปิ่นรักส่ายหน้าน้อยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมมองดูคู่รักหวานชื่นควงแขนกันไปซื้ออาหารเช้า
สายตาจดจ้องไปที่น่านฟ้าไม่ละสายตา เธออยากเดินควงแขนกับเขาได้เหมือนอย่างที่กรรวีกำลังทำอยู่ตอนนี้ อยากให้เขาแนะนำเธอในฐานะคนรักไม่ใช่ฐานะเพื่อนสนิท แค่คิดก็เริ่มเกิดความรู้สึกน้อยใจขึ้นมา
"อะนี่ซื้อมาให้ เห็นชอบแซนด์วิชทูน่า" น่านฟ้ายื่นแซนด์วิชทูน่าส่งให้เพื่อนสนิทอย่างปิ่นรัก
"ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันจ่ายเงินให้"
"ก็บอกว่าซื้อมาให้ไง แค่ไม่กี่บาทเองช่างมันเถอะ" เขาไม่ยอมรับเงินจากเธอซึ่งเป็นแบบนี้มาตลอด ทุกครั้งที่น่านฟ้าซื้อของมาให้เขาไม่เคยคิดที่จะรับเงินจากเธอเลยสักครั้งไม่ว่ามูลค่าของจะถูกหรือแพง
ปิ่นรักนั่งมองคู่รักกินข้าวด้วยกันอย่างกระหนุงกระหนิง ในใจเริ่มคิดว่าเธอมาทำอะไรตรงนี้ มานั่งดูพวกเขาพลอดรักกันให้ได้อะไร อย่างไรทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันดีจนเธอไม่มีสิทธิ์ก้าวข้ามเส้นของเพื่อนสนิทไปได้
"ปิ่นเป็นเพื่อนกับน่านมานานแล้วเหรอ" จู่ๆ กรรวีที่ไม่เคยคุยกับเธอก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
"ใช่ ตั้งแต่ประถมแล้วแหละ"
"ดีจัง อยากเห็นน่านตอนเด็กๆ บ้างจะหล่อแบบตอนนี้ไหมนะ" หญิงสาวคลอเคลียคนรักด้วยความออดอ้อน
"น่านก็หล่อตลอดนั่นแหละ ไม่เชื่อถามปิ่นสิ"
"จริงเหรอปิ่น?"
"อืม อย่างที่น่านพูดนั่นแหละ"
"แล้วเธอไม่คิดจะชอบน่านบ้างเหรอ" คำถามของกรรวีทำเอาปิ่นรักแทบสะอึก ทำไมเธอจะไม่คิดแบบนั้นทั้งที่ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ แต่จะให้บอกออกไปได้อย่างไร
"เห็นกันมาจนเบื่อแล้วน่ะสิ"
"ตอนเด็กๆ น่านมีคนมาจีบเยอะไหม"
"ก็เยอะอยู่นะ แต่ไม่เห็นคบใครจริงจังสักคน" ปิ่นรักตอบไปตามที่เห็น ทุกครั้งที่เขาปฏิเสธผู้หญิงพวกนั้นเธอแอบอมยิ้มอยู่เสมอ แต่ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องพับเก็บความคิดทั้งหมดไป เพราะเธอไม่มีสิทธิ์อยู่ดี
"แบบนี้แก้มก็เป็นแฟนคนแรกของน่านเลยน่ะสิ ดีใจจัง"
"พูดแบบนี้น่านก็เขินเหมือนกันนะแก้ม"
ขณะที่น่านฟ้าหันหน้าไปหาคนรัก ปิ่นรักสังเกตเห็นรอยจ้ำสีม่วงอมแดงบริเวณลำคอของเขาซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นรอยอะไร แม้แต่เด็กมัธยมก็ยังดูออกว่าเมื่อคืนพวกเขาทำอะไรกันมา
"น่าน ฉันไปรอที่ห้องนะ"
"ไปพร้อมกันสิ"
"จะไปอ่านหนังสือน่ะ" หญิงสาวเก็บของใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอไม่สามารถทนอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไป แค่นึกภาพตามว่าเมื่อคืนทั้งสองอยู่ด้วยกันเธอก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหวแล้ว
ปิ่นรักเดินคอตกมาถึงห้องเรียน ทันทีที่เปิดประตูห้องเธอก็เจอกับจิรายุที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่คนเดียวในห้อง แต่พอเขาเงยหน้ามาเห็นเธอก็รีบปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงทันที
"นั่งด้วยกันสิปิ่น" ชายหนุ่มยกกระเป๋าของตนเองออกเพื่อให้เก้าอี้ข้างๆ ว่าง
"อืม" ปิ่นรักปฏิเสธคนไม่เก่งจึงยอมเดินไปนั่งข้างจิรายุอย่างห้ามไม่ได้
"ได้ทำรายงานของอาจารย์พิสิทธิ์หรือยัง"
"ยังเลย เรื่องที่เราทำข้อมูลในเน็ตมันใช้อ้างอิงไม่ได้น่ะ สงสัยคงต้องไปยืมหนังสือที่ห้องสมุด"
"งั้นเหรอ ให้เราไปเป็นเพื่อนได้นะ" จิรายุนั่งมองคนตัวเล็กไม่วางตา จังหวะที่ริมฝีปากบางขยับไม่มาตอนที่เธอพูดทำให้เขาอยากลองสัมผัสดูสักครั้ง
"มองอะไร หน้าเรามีอะไรติดหรือเปล่า?" เธอรีบยกมือลูบหน้าตัวเองเพราะคิดว่ามีอะไรติดอยู่แต่เพื่อนไม่ยอมบอก
"ไม่มีหรอก ถ้าจะมีก็คงเป็นความสวยแหละมั้ง"
"คิกๆ ใช้มุกนี้จีบสาวบ่อยใช่ไหมเนี่ย" ปิ่นรักหัวเราะคิกคักไม่คิดว่าเพื่อนจะพูดจริงจัง
"ปกติใช้มุกอื่นนะ มุกนี้ใช้กับปิ่นคนเดียวเลย"
"พอเลย ไม่ต้องมาหยอด เราไม่หลงกลตามจิหรอก" อาจเป็นเพราะหัวใจของเธอมีแค่น่านฟ้าคนเดียวเลยไม่คิดจะเปิดใจให้ใครอีก
"ไม่ต้องหลงกล แต่หลงเราก็ได้" จิรายุยังไม่ละความพยายาม แต่อีกฝ่ายดูไม่หลงกลเขาจริงๆ
"เดี๋ยวสาวๆ ของจิก็มาแหกอกเราหรอก"
"สาวที่ไหน ไม่มีแล้ว ตอนนี้โสดสนิทเลย"
"เชื่อได้ที่ไหนล่ะ วันก่อนยังเห็นขับรถไปส่งรุ่นน้องคณะเภสัชอยู่เลย"
"เห็นด้วยเหรอ" จิรายุทำหน้าหงอยไม่คิดว่าปิ่นรักจะเห็นเข้าให้
"เห็นสิ น่านก็เห็น"
"แต่ตอนนี้ไม่ได้ให้ใครขึ้นรถแล้วนะ รอไปส่งปิ่นคนเดียว"
"ยังอีก ยังไม่หยุดหยอดอีกเหรอ"
"จะหยอดจนกว่าปิ่นจะใจอ่อน"
"คิกๆ ทำอย่างกับจะจีบกันอย่างนั้นแหละ" ปิ่นรักยังคงคิดว่าเพื่อนแกล้งเล่นยังคงหัวเราะร่าโดยไม่ได้คิดอะไร
"ก็จีบอยู่ไง นี่ไม่รู้เลยเหรอ"
"....ห๊ะ?" คนตัวเล็กหยุดหัวเราะทันควันก่อนจะร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
"นี่ปิ่นไม่รู้จริงๆ หรือแค่แกล้งกันเนี่ย"
"ระ...เราคิดว่าจิแค่แกล้งเล่นน่ะ" ปิ่นรักตอบตะกุกตะกักไปต่อไม่ถูก เสียงหัวเราะก่อนหน้านี้เงียบสงัดไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
"เราชอบ...."
"เฮ้ย! ไอ้จิ ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยวะ" ยังไม่ทันที่จิรายุจะได้สารภาพความในใจ น่านฟ้าก็โพล่งขึ้นเสียงดังขัดจังหวะของทั้งคู่ทำลายความเงียบและความอึดอัดภายในห้องไปจนหมด
"ไว้ค่อยคุยกันนะปิ่น"
"อืม" ปิ่นรักส่งยิ้มบางๆ ให้คนข้างๆ เธอไม่อยากทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดไปมากกว่านี้เลยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเรื่องก่อนหน้านี้
น่านฟ้านั่งลงด้านหลังของปิ่นรัก สายตาคมจับจ้องไปที่เพื่อนทั้งสองคนด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะเข้ามาทั้งสองคนคุยเรื่องอะไรกันอยู่ทำไมบรรยากาศมันถึงได้แตกต่างไปจากตอนนี้
"มองอะไรไอ้น่าน จ้องจนตัวจะพรุนแล้ว"
"เปล่า ไม่มีอะไร"
"แหม! คอแดงมาเลยนะ อยากประกาศให้คนรู้หรือไงว่ามีแฟน" จิรายุเอ่ยแซวเพื่อนทันทีที่เห็นรอยจ้ำที่คอของเพื่อน
"เห็นชัดเหรอวะ"
"เออดิ มองจากดาวอังคารก็เห็น"
"ปิ่น เห็นชัดจริงเหรอ" น่านฟ้าหันไปถามเพื่อนสนิทที่ไม่เคยโกหกเขา
"อืม ชัดแจ๋วเลย" ปิ่นรักตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแล้วหันกลับมาอ่านหนังสือเหมือนเดิม
"เออว่ะชัดจริงด้วย" ส่องกระจกดูถึงได้รู้ว่ารอยที่คอนั่นชัดจริงๆ อย่างที่ถูกทัก น่านฟ้าทำหน้าเครียดไม่คิดว่ากรรวีจะทำรอยจริงจังขนาดนี้ แต่ทว่าเมื่อคืนของเขากับเธอมันเกินกว่าที่จะบรรยายได้ แค่คิดก็พาลให้หัวใจกระชุ่มกระชวยเข้าแล้ว
