บท
ตั้งค่า

Chapter 7 ไม่ได้รัก... แค่ไม่พอใจ 

Chapter 7

ไม่ได้รัก...แค่ไม่พอใจ

บรรยากาศภายในห้องอาหารของคฤหาสน์หลังโตนั้นเต็มไปด้วยความกดดันเมื่อสองหนุ่มสาวเพื่อนสนิทอย่างศรันย์และนารินนั่งรับประทานสเต๊ก แต่กลับถูกขัดจังหวะโดยว่าที่สามีของเธออย่างวีรัน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลา

“ไอ้รัณ...มึงมาทำอะไรที่นี่”

จากเสียงหัวเราะคลอเคล้ากลับกลายเป็นความเงียบเมื่อมีน้ำเสียงห้วนขัดจังหวะขึ้น ใบหน้าสวยหันไปมองชายร่างสูงกำยำที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องอาหาร

“วี ทำไมกลับมาเร็วจังวันนี้?” เธอเอียงคอถามสงสัย ปกติวีรันไม่กลับมาเร็วนัก

“ถามว่าไอ้รัณมาที่นี่ได้ยังไง?” เขาไม่ได้มีเรื่องราวอะไรกับศรัณย์หรอก ก็เคยสนิทกันสมัยเรียนมัธยมนี่แหละ หากแต่จะให้มาดูชายผู้นี้หัวร่อต่อกระซิกกับว่าที่ภรรยาถึงในเรือนหอมันก็ใช่เรื่อง

“ถามเพื่อน ๆ มา โทษทีที่กูไม่ได้มางานหมั้นของมึงกับริน แต่ตอนนี้เอาของขวัญย้อนหลังมาให้” ศรัณย์ยิ้ม ทำสีหน้ารู้สึกผิด

ร่างแกร่งก้าวเท้าเดินเข้ามา หยุดอยู่ด้านหลังนารินที่นั่งเก้าอี้ มือหนายกขึ้นโอบไหล่เล็กแสดงความเป็นเจ้าของ

สาวเจ้าก็หน้าแดงไปในทันทีเพราะตามปกติวีรันมักทำตัวเหินห่างกับเธอ นี่อาจเป็นคราแรกเสียด้วยซ้ำที่วีรันทำแบบนี้

“ไม่เป็นไร...ไว้รอมางานแต่งทีเดียวก็ได้”

คำตอบหนักแน่นแต่แฝงน้ำเสียงห้วนทำเอาศรัณย์กระตุกยิ้ม ส่วนนารินยังคงหน้าแดงผะผ่าวไม่แผ่ว

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานแต่งจะมีรึเปล่า...ทำไมพูดกับศรัณย์แบบนั้นนะ นารินคิดในใจ แต่ไม่ได้แย้งอะไรออกไป

“อืม รอมางานแต่งของมึงกับริน จะได้เจอเพื่อน ๆ ที่ไม่เจอกันนานด้วย” เขาว่าพลางยิ้ม

“เอาไวน์สักขวดไหม?” วีรันเอ่ยถามตามมารยาท แม้จะไม่อยากยืดเยื้อให้เพื่อนชายอยู่ใกล้ชิดกับนารินนาน แต่เขาก็มีมารยาทมากพอ

“ไม่ล่ะ...เดี๋ยวจะรีบไปทำธุระต่อ”

“อืม..งั้นเอาไว้เจอกัน”

คำพูดของวีรันนั้นเปรียบเสมือนการไล่ ศรัณย์รับรู้ดี สายตาคมคายเหลือบจับจ้องเงื้อมมือหนาที่โอบไหล่บางของนารินเอาไว้ ความรู้สึกเจ็บแปล๊บ เข้าเล่นงานหัวใจของศรัณย์

ของของเพื่อน ทำได้แค่มองแต่สัมผัสไม่ได้...

ช่วงค่ำในห้องนอนของนาริน เธอกำลังนั่งแต่งตัวที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งสุดหรูซึ่งเป็นงานทำมือจากช่างไม้ ศรัณย์กลับไปได้สักพักแล้ว

“แบบนี้...สวยพอรึยังนะ” เธอจ้องตัวเองในกระจกพร้อมคลี่ยิ้มบางเบาออกมา ชุดนอนสายเดี่ยวสีดำสุดเซ็กซี่ นารินยังคงพยายามอย่างมากกับการเอาใจว่าที่สามี

“ฉันก็แค่ต้องการให้ชีวิตคู่ของฉันดำเนินต่อไปได้ อยากมีความสุขเหมือนกับคู่รักคนอื่น ๆ แบบนี้ผิดมั้ยนะ?”

นารินจ้องมองตัวเองในกระจกพร้อมตั้งคำถาม...ชะตาลิขิตเอาไว้แล้วสำหรับเธอและวีรัน สองตระกูลต้องการผลประโยชน์ที่ลงตัว ซึ่งการแต่งงานของเธอและเขามันดีสำหรับทุกฝ่าย

ฮึดหายใจเข้าแรง ๆ อีกหนึ่งครั้งก่อนจะลุกขึ้นหยัดยืนเดินทอดกายสวยแสนเซ็กซี่ไปที่หน้าห้องนอนของวีรัน เธอฉีดน้ำหอมแบรนเนมด์กลิ่นอ่อน ๆ ผมประบ่าสีดำขลับสวยระยับสะท้อนแสงไฟระหว่างทางเดิน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เธอหลับตาลงแล้วเคาะประตูห้องของวีรัน อดีตเคยเป็นเพื่อนสนิท ปัจจุบันแปรเปลี่ยนมาเป็นว่าที่คู่ชีวิตที่ต้องดำเนินชีวิตร่วมกัน

“วี รินขอเข้าไปได้มั้ย?” เสียงของนารินแหบแห้ง เต็มไปด้วยความประหม่า พยายามหลายรอบแต่ไม่เคยเป็นผล

“อืม..” เสียงครางตอบในลำคอดังขึ้นมาจากในห้อง รอบนี้มันแปลกกว่าครั้งไหน ปกติเขามักปฏิเสธ ใจดวงน้อยสั่นวูบไหว...

แอ๊ดด เสียงบานประตูถูกเปิดขึ้นช้าๆ พร้อมกับขาเรียวเล็กที่ก้าวเข้ามาด้วยความประหม่า ส่วนโค้งส่วนเว้าที่ชัดเจนในชุดนอนสายเดี่ยวรัดรูปสีดำทำเอาชายหนุ่มร่างกำยำที่นอนอยู่บนเตียงจับจ้องมองมาไม่วางตา

“คืนนี้... ขอนอนด้วยได้ไหม?” นารินถามออกไปพร้อมกับใบหน้าแดงซ่าน เธอโอบกอดตัวเองเอาไว้อย่างแผ่วเบาพร้อมกับเสมองพื้นไม่กล้าสบตา

สายตาคู่คมไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้ว่านารินจะไม่ใช่สเป็คที่เขาชอบ หากแต่มองไปนาน ๆ เรือนร่างสวยนี้ก็ แสนยั่วเย้า

โดยเฉพาะเวลาเธอพูดคุยอยู่กับผู้ชายคนอื่น ไม่รู้ว่าทำไมใจดวงแกร่งถึงต้องเต้นระส่ำราวกับว่ากำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง

“มานั่งนี่” เขาตอบเสียงเบาพร้อมกับตบลงที่เตียงด้านข้างดังปึก

ทั้งที่เคยบอกคนตัวเล็กไปหลายรอบแล้วว่าคนที่เขาแอบรักคือดาหลาเพื่อนสนิทของเธอ ไม่ใช่ตัวเธอ ไม่เคยพิศวาสเธอเลยสักนิด หากแต่ตอนนี้ทำไมหัวใจถึงเข้าใกล้เส้นที่ขีดไฮไลท์คำว่าหึงหวงเอาไว้กันนะ

รู้สึกไม่ชอบสายตาของศรัณย์เวลามองมาที่นารินเลย นี่เขากำลังเป็นอะไรไป วีรันเฝ้าถามตัวเอง

ร่างสวยย่างก้าวเข้ามาภายในห้องนอนโออ่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องนอนของว่าที่สามีของเธอ ตั้งแต่หมั้นหมายกันมาก็แยกห้องนอนกันมาโดยตลอด เธออยากเป็นส่วนหนึ่งของวีรันมาโดยเสมอ

ก็เพิ่งจะมีวันนี้นี่แหละที่เขาตอบสนองความต้องการของเธอเสียที

คนตัวเล็กหย่อนก้นนั่งลงด้านข้างของวีรัน แทบจะเป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดกันเพียงนี้ เธอนั่งลงด้วยความประหม่าแต่ก็เว้นระยะห่างจากชายร่างสูงที่นอนกึ่งนั่งพิงพนักหัวเตียง

“เธอนี่ไว้ใจไม่ได้เลย… อยู่บ้านดี ๆ ผู้ชายก็มาหาถึงเรือนหอ จะเปิดประตูต้อนรับมันแบบนั้นง่าย ๆ ทำไม?” วีรันถามเสียงเรียบ ก็ใช่ว่าจะหึง... แต่แค่ไม่พอใจ

นารินที่นั่งพับเพียบอยู่บนเตียงด้วยชุดนอนสุดเซ็กซี่สีดำหันหน้าไปทางเขาแล้วเงยหน้ามองพร้อมกับทำดวงตาสงสัยใคร่รู้

“ศรัณย์ก็เป็นเพื่อนของเราสองคน... เชิญเข้ามารับประทานอาหารเย็นด้วยกันก็ไม่เห็นแปลก แถมยังเอาของขวัญงานหมั้นมาให้เราทั้งคู่ด้วยนะ” นารินตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหา

“แต่ฉันไม่ชอบ...” วีรันว่าเสียงเรียบพร้อมกับหันไปมองใบหน้าของนาริน สายตาคู่คมเหลือบลงมาจนหยุดอยู่ที่เนินอกเต้าอวบที่อยู่ภายใต้ชุดนอนสายเดี่ยวสุดยั่วเย้า นารินเขินอายจนหน้าแดงหันหน้าหนีเล็กน้อย ทั้งที่มาเพื่อการนี้แท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกเขินอายจนตั้งตัวไม่ถูก

“รัณก็เคยสนิทกับวีนะ ทำไมถึงคิดแบบนั้นกับเพื่อน”

“สนิทแค่ไหนฉันไม่สน แต่ที่นี่…คือเรือนหอของเรา ไม่ใช่ที่ที่จะให้ผู้ชายคนอื่นเข้ามาเดินเพ่นพ่าน”

นารินหลบสายตา หน้าเริ่มร้อนผ่าวเพราะรู้ตัวว่าชุดที่สวมอยู่แทบจะไม่ปกปิดอะไร แถมวีรันก็ยังจ้องไม่วางตา

เธอพยายามเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากสบตา

“วีไม่ต้องทำเหมือนหวงรินนักหรอก เราไม่ได้รักกันนี่…”

วีรันชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนที่รอยยิ้มเย็นชาจะปรากฏบนใบหน้า เขายื่นมือดันไหล่นารินให้นอนราบกับที่นอนนุ่มฟู ดวงตาสบลึกจนหัวใจเธอเต้นแรง

เลื่อนกายเข้ามาใกล้ คร่อมคนตัวเล็กเอาไว้แล้วจรดตัวกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู

“ใช่ ฉันไม่เคยรักเธอ…แต่ไม่อนุญาตให้ใครมายุ่งกับเธอทั้งนั้น โดยเฉพาะไอ้ศรัณย์เสือผู้หญิงคนนั้น”

ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ตามแนวสายเดี่ยวบางเบา ก่อนจะกดแรงจนบ่าของเธอจมลงกับที่นอนราคาแพง

“...” นารินเงียบก้มหน้าแต่ก็ตกใจกับสัมผัสผะแผ่วที่กำลังจะถอดเสื้อของเธอออกอยู่รอมร่อ คำว่าฉันไม่เคยรักเธอเหมือนกระแทกอยู่กลางใจของนาริน

“ถ้าอยากให้ฉันเชื่อว่าเธออยากเป็นของฉันจริง ๆ …ก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นตรงนี้”

นารินเบี่ยงหน้าหนี หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ยิ่งเมื่อร่างสูงโน้มลงใกล้จนกลิ่นกายของเขาอบอวลทั่วทุกอณู ทั้งที่เตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเสียความบริสุทธิ์เพื่อตกเป็นเมียของวีรันอย่างเต็มตัว หากแต่ถึงเวลาจริงความกลัวก็แล่นพล่านเข้ามาในหัวใจ

“วะ วี... เรายังเป็นแค่คู่หมั้นกันเองไม่ได้มีสิทธิ์ถึงขั้นคู่แต่งงานที่จะมีอะไรกันนะ”

ทั้งที่แต่งตัวมายั่วเขาเองถึงที่แต่พอถึงเวลาจริงกลับปอดแหกไม่กล้าซะอย่างนั้น นารินคิดตำหนิตัวเองในใจที่ตอบว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตไปอย่างนั้น

“สิทธิ์? …เธอเป็นว่าที่ภรรยาของฉัน แม้จะแค่ในนาม แต่ฉันก็มีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่างนาริน ชมลวรวรรณ”

ประโยคนั้นทำเอาร่างเล็กเหมือนถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยสถานะ แต่กลับไม่อาจผลักเขาออกไปได้ นิ้วมือใหญ่สอดประสานกับมือเธอ กดตรึงไว้เหนือศีรษะ ปฏิเสธทางหนีทุกทาง ตัวของเขาขึ้นมาคร่อมนารินเอาไว้ ดวงตากลมโตเบิกโพลงตกใจ

ริมฝีปากร้อนผ่าวกดลงมาที่แก้ม ไล้ลงสู่ซอกคอ ชุดนอนสายเดี่ยวสีดำบางเบาถูกเลื่อนออกจากไหล่อย่างง่ายดาย ราวกับเขากำลังประกาศอาณาเขตชัดเจน ว่าที่ตรงนี้ เรือนกายสุดยั่วเย้านี้เป็นของเขาเพียงคนเดียว

“ที่วีทำแบบนี้เพียงเพราะไม่พอใจศรัณย์หรือเปล่า?”

ถามไปตามตรง รอบที่แล้วเธอก็พยายามจะสมยอมเป็นของวีรันหากแต่เขาปฏิเสธ แต่ในขณะนี้เขาเป็นคนเริ่มเกมซะเองโดยไม่นึกลังเล

วีรันหยุดชั่วขณะ ดวงตาคมสบลึก ริมฝีปากยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“ไม่พอใจ? …ก็อาจใช่ แต่สิ่งที่จริงแน่ ๆ คือฉันจะไม่ยอมปล่อยให้เธอคิดถึงผู้ชายอื่นแม้แต่วินาทีเดียว”

คำพูดนั้นเหมือนเชื้อเพลิงจุดประกายให้บรรยากาศยิ่งเร่าร้อนขึ้น เขาซุกไซ้ลงมาลึกกว่าเดิม ร่างกายที่แนบชิดทำให้นารินรู้ชัดว่าทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความต้องการครอบครอง ไม่ใช่เพียงความใคร่ แต่คือการยืนยันว่าเธอเป็นของเขาเพียงคนเดียว

“อื้ม อ่า~”

เสียงหอบหายใจสลับกันอย่างเร่งเร้า ลิ้นร้อนแลกกันตักตวงความหวาน เป็นจูบแรกของนาริน ห้องทั้งห้องเหลือเพียงเสียงหัวใจเต้นแรงและสัมผัสที่หนักขึ้นทุกขณะ ความรู้สึกตีกันระหว่างเกลียดความเอาแต่ใจของเขา…กับความร้อนแรงที่เธอไม่อาจต้านทาน

ริมฝีปากหยักร้อนแรงกดทาบลงมาอย่างไม่ให้โอกาสได้ตั้งตัว ราวกับจะลงโทษที่เธอทำให้เขาหึง สัมผัสหนักแน่นเกินกว่าคำว่า จูบ แต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนจนลมหายใจแทบขาดห้วง

นารินดิ้นขืนเพียงน้อยนิด แต่กลับถูกกักแน่นขึ้นทุกที มือหนาตรึงข้อมือเธอเหนือศีรษะ ก่อนจะปล่อยช้า ๆ แล้วสอดแทรกมาโอบรอบเอวเธอแทน ราวกับจะย้ำว่าหนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

นารินทำได้เพียงครุ่นคิดกับตัวเองอยู่ในใจ

เขาทำแบบนี้เพราะรัก…หรือแค่เพราะไม่ชอบศรัณย์กันแน่? ถ้าเขาไม่รักเราจริง ๆ เราจะทำยังไง ใจสั่นไปหมดแล้วกับสัมผัสของวีรัน เราคงถอนตัวออกจากวีไม่ได้จริงๆ

จูบหนักแน่น นุ่มลึกทุกสัมผัส กลีบปากล่างถูกวีรันดูดดึงอย่างเร่าร้อน ทุกสัมผัสดึงเธอจมลึกไปในอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้น หัวใจนารินตีกันยุ่งระหว่างความกลัวกับความโหยหา

“อื้ม~”

วีรันถอนริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาที สายตาคมกริบจ้องลึก

“คิดอะไร ชั่งใจอยู่รึไงว่าจะยอมตกเป็นเมียฉันหรือไม่ยอมดี?”

เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนหน้านี้นารินก็พยายามนำเสนอแต่พอศรัณย์มาเธอกลับมีท่าทีคิดไม่ตกและลังเล แบบนี้...คนตัวเล็กกำลังปันใจให้ชายอื่นอยู่หรือเปล่า? วีรันคิดเองเออเอง

นารินงุนงงในความคิดของเขาก่อนเบือนหน้าหนี เธอรักเขาจะตายทำไมจึงต้องลังเล? หรือเพียงเพราะกลัวเขาทำไปเพราะประชดเธอกับศรัณย์ เขาจับคางเล็กให้หันกลับมาสบตา

“เลิกคิดหนีจากฉันไปได้เลย เพราะคืนนี้…ฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่”

เขาปิดปากเธอด้วยจูบที่รุนแรงกว่าเดิม คราวนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความโมโห แต่เป็นความต้องการครอบครองร่างกายของหญิงสาวตัวเล็กว่าที่ภรรยา ความเร่าร้อนที่พุ่งทะยานราวกับไฟลุกโชนทำให้นารินหมดสิ้นเรี่ยวแรงจะต้าน มือที่เคยดันออกกลับสั่นระริกแล้วเผลอจิกลงบนแผ่นหลังกว้างแทน

หัวใจเธอเจ็บปนรู้สึกดี กลัวว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไม่ยืนยาวเพราะไร้ซึ่งความรัก แต่ในวินาทีที่ถูกเขากอดรัดและจูบอย่างดูดดื่ม เธอก็เผลอปรารถนาเพียงอย่างเดียว...ขอให้คืนนี้ไม่มีทางจบลง ขอให้วีรันพรมจูบเธออยู่อย่างนี้ตลอดไป ได้แต่ปรารถนาแม้จะเป็นเพียงฝัน

“อื้ม วี~” เสียงเล็กดังเล็ดรอดออกมาจากกลีบปากเล็กที่เขาพยายามฉกชิมความหวานภายใน

“ไม่ต้องพูดเยอะ...คืนนี้เธอต้องเป็นเมียฉันนาริน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel