Chapter 5 กล้ำกลืน 
Chapter 5
กล้ำกลืน
ร้านกาแฟในตัวเมือง
กริ๊ง กริ๊ง เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้นเมื่อนารินก้าวเข้ามา กลิ่นหอมของกาแฟคั่วใหม่และอบเชยลอยมาตามลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ร้านตกแต่งด้วยไฟสีนวลและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน
ที่มุมใกล้หน้าต่าง ส้มหวาน เพื่อนสนิทอีกคนของเธอนั่งโบกมือเรียก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มทำให้หัวใจนารินอบอุ่นขึ้นทันที
นารินมีนัดกับเพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายซึ่งเรียนห้องเดียวกัน ส่วนวีรันยังคงออกไปทำงาน ออกเช้ากลับมืด เธอแทบไม่มีเวลาได้คุยกับเขา
“ทางนี้ริน!” ส้มหวานเอ่ย พลางเลื่อนแก้วลาเต้ร้อนมาตรงหน้าเก้าอี้ว่างราวกับรู้ว่านารินจะสั่งอะไร
“มาแล้วจ้ะ”
นารินนั่งลง ปลดกระเป๋าสะพายแบรนเนมด์สีขาววางข้างตัว กลิ่นกาแฟผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากดอกพีโอนีละมุนของส้มหวานทำเอารู้สึกผ่อนคลาย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเพื่อนสาว
ทั้งคู่สนิทกันตั้งแต่สมัยมัธยม เรียนห้องเดียวกัน และส้มหวานรู้แทบทุกเรื่องเกี่ยวกับนาริน รวมถึงแม้กระทั่งเรื่องหัวใจที่นารินแอบชอบวีรัน
“ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปงานหมั้นที่คฤหาสน์ชมลวรวรรณ แต่มีของขวัญย้อนหลังมาให้จ้ะ”
ส้มหวานคลี่ยิ้ม เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างเพรียวระหง ไหล่ลาดรับกับคออย่างพอดี ผิวขาวใสเนียนละเอียด เรือนผมยาวสีดำขลับสลวยพลิ้วตามการเคลื่อนไหว
ใบหน้ารูปไข่คมชัด คิ้วโก่งรับกับดวงตาเรียวยาวสีน้ำตาลเข้ม สายตาดูดุดันและเย้ายวน
จมูกโด่งรับริมฝีปากสีเชอร์รี่ ดาหลาที่เคยเป็นดาวโรงเรียนจนกระทั่งตอนนี้เป็นดาราชื่อดัง ในโรงเรียนมัธยมปลายที่นารินเรียนก็มีส้มหวานนี่แหละเป็นรองดาวโรงเรียน เพราะขึ้นชื่อว่าสวย เซ็กซี่ ขยี้ใจ
ส้มหวานหมุนแก้วกาแฟในมือช้า ๆ สายตาคมจับจ้องนารินเหมือนกำลังอ่านใจ
นารินยิ้มบาง
“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจจ้ะ เธออยู่ที่อังกฤษนี่นาคงกลับมาไม่ทัน มันก็ค่อนข้างกระทันหันด้วยล่ะ”
“อื้ม แต่พอรู้ทีหลังว่าคนที่เธอหมั้นคือ...” ส้มหวานหยุดพูดนิดหนึ่ง ก่อนจะมองตรงมายังนาริน
“คือวีรัน ฉันก็แอบตกใจนะ ตอนเธอเรียนอยู่มหาลัยวีก็ถอนหมั้นไปแล้วนี่”
คนตัวเล็กแอบสะอึกไปเล็กน้อยเมื่อเพื่อนพูดตรงเกินไป
“อ่า...มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เรากลับมาหมั้นกันอีกครั้งเพราะการทาบทามของผู้ใหญ่”
“จริงเหรอ คิก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าคนดื้ออย่างวีรันจะยอมทำตามคำขอร้องผู้ใหญ่ได้ง่าย ๆ” เสียงหัวเราะเบา ๆ แต่เย็นวาบแล่นผ่านบรรยากาศ นารินอึดอัดแต่ทำตัวไม่ถูก
“ตอนมัธยม…เธอกับวีก็ดูห่างเหินกันมากนะ ถึงจะเคยสนิทกันตอนมัธยมต้นก็เถอะ” ส้มหวานพูดพลางกวาดสายตาขึ้นลงเหมือนกำลังไล่ภาพในอดีต
“...” นารินเงียบ ก้มหน้าลงเล็กน้อย
“หล่อก็หล่อ ฮ็อตไม่ใช่เล่น สาวคนไหน ๆ ก็หมายปองอยากจะคบด้วย รวยมากด้วยสินะ...”
นารินนิ่ง เธอรู้ว่าคำพูดนั้นไม่ใช่แค่การรำลึกความหลัง
ส้มหวานยกแก้วขึ้นจิบ ก่อนวางลงช้า ๆ
“เธอนี่เก่งนะ…ได้เป็นว่าที่เจ้าสาวของวีรัน จะแต่งงานกันเมื่อไหร่เหรอ?” น้ำเสียงฟังดูชม แต่แววตากลับเหมือนกำลังท้าทาย
“ก็...คงต้องรอฤกษ์ดี แล้วก็ความพร้อม ช่วงนี้วีเองก็ยุ่ง ๆ”
ส้มหวานคลี่ยิ้มบางเบาอย่างคนรู้ทัน วีรันสุดหล่อแถมยังฮ็อตมาก บ้านก็รวย ลูกชายเพียงคนเดียวของวิรันดำรงกุล ตัวเลือกผู้หญิงมีเป็นพัน จะต้องอยากมาแต่งงานกับนารินหญิงสาวแสนจืดชืดไร้รสนิยมไปทำไมกัน
“อ๋อ...ยังไงฉันรอไปงานแต่งนะ หวังว่าจะได้รับข่าวดีเร็วๆ”
คำพูดนั้นทำเอาคนตัวเล็กรู้สึกอัดอัด ความสัมพันธ์แบบแฟนหรือคนรักเธอยังไม่เคยมีร่วมกับวีรันเลย แล้วจะแต่งงานกันได้อย่างไร
“อื้ม เราเป็นเพื่อนสนิทกัน ยังไงฉันต้องเชิญเธออยู่แล้วล่ะส้มหวาน”
“จ้ะ...ฉันเอาของขวัญงานหมั้นมาให้ย้อนหลังนะ”
ส้มหวานหยิบถุงของขวัญขนาดกลางวางลงบนโต๊ะ เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ กริ๊ง ตรงสายหูหิ้วดังแผ่วเบาดึงความสนใจ
“ฉันเลือกอยู่นานเลยนะ” ส้มหวานพูดพร้อมยิ้มบางเบา
นารินยิ้มเจื่อน ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็รับมา เปิดออกช้า ๆ
ข้างในคือเซ็ตแก้วไวน์คริสตัลคู่ สลักอักษรย่อชื่อของวีรันและนารินไว้ตรงฐานแก้ว WR & NR ตัวอักษรบางเฉียบเป็นสีทองอ่อนที่สะท้อนแสงยามบ่ายในร้านกาแฟจนระยิบระยับ
ส้มหวานเอียงหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบยังไม่ละจากใบหน้านาริน
“สวยจัง...” นารินพึมพำ
“แก้วไวน์คู่… สำหรับว่าที่คู่ชีวิตที่ต่อจากนี้คงต้องดื่มไวน์จากขวดเดียวกันบ่อย ๆ เหมาะกับว่าที่สามีภรรยา…ว่ามั้ย?”
นารินยิ้มบาง
“สวยมากเลย… ขอบใจนะส้มหวาน”
ส้มหวานยกมุมปากสูงขึ้น
“อื้ม ก็หวังว่าจะมีโอกาสได้ใช้มันคู่กันนะ…” น้ำเสียงไล่ต่ำลงตอนท้าย จนกลายเป็นคำที่ตีความได้หลายแบบ นารินยิ้มรับเบา ๆ แต่ภายในใจกลับรู้สึกแปลก ๆ
เวลาต่อมา
ช่วงเย็น บรรยากาศภายในคฤหาสน์เรือนหอเงียบสงบเหมือนจะเป็นช่วงเวลาพักผ่อน แต่ไม่ใช่สำหรับวีรัน
ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ปัง วีรันก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยก้าวที่หนักแน่น ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธที่แทบควบคุมไม่อยู่
นารินที่นั่งอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ
“วี…กลับมาแล้วเหรอ?” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย ไม่รู้วันนี้เขาจะเมินเธออีกหรือเปล่า ถัดไปไม่ไกลบนโต๊ะไม้ขัดเงามีถุงของขวัญที่ส้มหวานซื้อให้
วีรันกอดอก มองตรงมายังนารินด้วยสายตาที่แข็งกร้าว
“เห็นข่าวลือในสังคมแล้วใช่มั้ย…” เขาเริ่มพูดเสียงต่ำ แต่ชัดเจน เข้าประเด็นทันทีไม่มีอ้อมค้อม
“อะไร...เรื่องอะไรงั้นเหรอ?” นารินงงไม่เข้าใจ
ใจดีและน้ำหนึ่ง สาวใช้รีบแอบเอาหูแนบประตูฟังเจ้านายคุยกัน
“เรื่องของพี่ชนินทร์พี่ชายเธอกับดาหลา”
“ก็พอได้ยินมาบ้าง แล้วมันทำไมเหรอ? ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราสองคนนี่...” นารินพูดเสียงแผ่วก้มหน้า มือกำชุดเดรสตัวยาวสีเหลืองแขนกุดของตัวเองเอาไว้แน่น
“เธอคงรู้นะว่าฉันรู้สึกยังไงกับดาหลา”
นารินขมวดคิ้ว
“วี ตัดใจซะเถอะ...ดาหลารักพี่นินทร์ ไม่มีทางหันมามองวีแบบคนรักหรอก”
วีรันเดินเข้ามาใกล้ ก้าวเท้ากระแทกพื้นเบา ๆ แต่หนักแน่น
“มีสิทธิ์อะไรถึงมาพูด”
ใจของเธอเศร้าระทมเมื่อได้ยินคำพูดของคนที่ไม่คิดแคร์กันสักนิด ทั้งที่เธอเป็นคู่หมั้น
“ก็สิทธิ์ความเป็นคู่หมั้นไง” พยายามเถียงใจสู้
เขาขบกรามแน่น
“คู่หมั้น? แต่...ไม่ใช่เมีย” เสียงเขาเข้มขึ้น
“...” นารินสะอึก
“และฉันก็บอกตรง ๆ ว่า ฉันไม่มีทางรักเธอได้ ใจของฉันรักดาหลาคนเดียวนาริน”
นารินลุกขึ้นจากโซฟา ใบหน้าเต็มไปด้วยแววความเศร้าใจ
“เลิกรักได้แล้ว! ดาหลาไม่มีทางรักวี ไม่มีวัน!!”
วีรันตวัดสายตามองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเกี้ยว
“หยุดพูด!!” เขาตวาด นารินเจ็บไปทั้งหัวใจ
“พอเถอะนะวี...ดาหลามีพี่นินทร์แล้ว สองคนนั้นรักกัน”
นารินร้องขอ แต่วีรันกลับโมโหโกรธเกรี้ยวเธอเสียแล้ว
“คนอย่างเธอนี่มัน...ถ้าไม่ใช่ลูกสาวของชมลวรวรรณก็คงไม่มีอะไรดี”
“วี...” นารินเสียงสั่น
“จืดชืด” เขาว่าพร้อมมองเธอหัวจรดเท้า
“วี...ทำไมต้องว่ากันถึงขนาดนี้”
“พอ...วันนี้ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอแล้ว รำคาญ”
เขาว่าอย่างใจร้าย ขายาวของคนตัวสูงก้าวเดินหนีจากไป ทิ้งความเศร้าใจไว้ให้กับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอย่างนาริน
สำหรับเขา...นารินไม่ใช่สเปค
ไม่ใช่เลยสักนิด...
น้ำตาสีใสไหลรินออกมาจากดวงตากลมโต ผมประบ่าสีดำสั่นไหวระริกไปตามแรงโยกที่ไหล่ซึ่งเกิดจากการสะอื้นเบา ๆ
“ฮึกๆ ..” พยายามเก็บความรู้สึกไว้ ไม่พูดออกระบายให้ใครฟัง แม้กระทั่งกับพ่อแม่ของเธอเอง...
นารินจะกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้...
ทนเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทนได้
