Chapter 14 ประชดประชัน
Chapter 14
ประชดประชัน
คฤหาสน์วิรันดำรงกุล
“หาฤกษ์แต่งงานได้หรือยังล่ะลูกชายเราน่ะ”
ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังโตวิรันดำรงกุล คุณชายและคุณหญิงประจำตระกูลนั่งคุยปรึกษาหารือกันอยู่เกี่ยวกับการงานและเรื่องการแต่งงานของลูกชายเพียงคนเดียวอย่างวีรัน วิรันดำรงกุล
“ยังเลยค่ะคุณ ฉันเองก็คุยอยู่กับฝั่งพ่อแม่หนูนาริน เห็นว่ารอเด็ก ๆ พร้อมก็จะให้พากันเข้ามาคุยแล้วหาฤกษ์ยามอีกที”
“งั้นเหรอ ทำไมไม่ทำอะไรให้เรียบร้อยสักที แต่งงานจดทะเบียนกันจะได้คุยเรื่องธุรกิจกันต่อเลย”
คุณชายอนาวินกล่าวอย่างเคร่งเครียดพร้อมกับยกไอแพดขึ้นมาตามดูข่าวเศรษฐกิจบ้านเมืองในปัจจุบัน
“แหม จะเร่งเร้าฝ่ายหญิงเขาก็ใช่เรื่องนะคะ ฉันเองก็หยอดถามไปบ้างแล้ว”
“เรื่องธุรกิจกับเรื่องผลประโยชน์มันก็ส่วนนึงนะดา แต่ผมมองว่าไม่มีใครเหมาะสมกับลูกชายของเราไปมากกว่าลูกสาวจากตระกูลชมลวรวรรณอีกแล้ว”
ชายสูงวัยเอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นมาโอบไหล่ภรรยาที่นั่งอยู่บนโซฟาด้านข้าง ด้านหน้าคือโต๊ะกระจกซึ่งวางแก้วกาแฟพร้อมกับของว่างเอาไว้ สาวรับใช้เดินกันขวักไขว่ทั่วคฤหาสน์หลังโต บ้างก็จัดดอกไม้สด บ้างก็เข้าไปเตรียมอาหารว่าง อีกส่วนก็ทำความสะอาดภายในให้ดูแวววาวตลอดเวลา
“นั่นสิคะ ฉันกลัวว่าลูกชายของเราจะไปคว้าผู้หญิงไม่ดีมาทำเมีย ดูอย่างชนินทร์สิ ลูกชายคนโตของชมลวรวรรณไปคว้าเอาเด็กรับใช้ในบ้านมาทำเมีย บัดสีซะไม่มี”
คุณหญิงพิยดาว่าพลางเบ้ปากเล็กน้อย เธอเป็นลูกสาวจากตระกูลผู้ดีมาแต่งงานกับคนของวิรันดำรงกุล มีลูกชายหนึ่งคนก็คือวีรัน แน่นอนว่าหากจะได้สะใภ้ก็ควรจะเป็นสะใภ้ที่มีอะไรทัดเทียมกันบ้าง ไม่ใช่สาวรับใช้ผู้ต้อยต่ำอย่างเช่นดาหลา
“ก็เพราะแบบนั้น ผมถึงทาบทามลูกสาวจากตระกูลที่ทัดเทียมเรามา”
“นั่นสินะคะ แต่หนูนารินนี่น่ารักนะ เหมาะสมกับตาวีทุกอย่าง ทั้งกิริยามารยาท การวางตัวในสังคมก็ดี ชาติตระกูลก็ดี ไม่มีตรงไหนด่างพร้อยสักนิด เพียงแต่ว่า...”
คุณหญิงพิยดาเว้นเสียงพร้อมทำสีหน้าหนักใจ ทำเอาสามีที่กำลังหยิบแก้วกาแฟด้านหน้าขึ้นมาจิบถึงกับชะงักไปและหันไปเอ่ยถามภรรยา
“เพียงแต่ว่าอะไร?”
“เฮ้อ หนักใจที่ตาวีดูท่าจะไม่รักหนูนารินเลยน่ะสิคะ ฉันเองก็พยายามมากแล้วแต่ไม่รู้ว่าตาวีจะยอมแต่งงานหรือเปล่า”
“คุณก็พูดเป็นเล่น...”
พ่อของวีรันวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังปึง แววตาแสดงความไม่พอใจ
“ทำพิธีกันจริงจังหมั้นหมายกันแล้ว จู่ ๆ จะมาบอกว่าไม่รักไม่ชอบมันไม่ได้ แบบนั้นฝ่ายหญิงเขาเสียหาย”
“ฉันก็คิดแบบเดียวกับคุณนั่นแหละค่ะ บอกตามตรงนะ... ฉันเดาใจเจ้าลูกชายไม่ถูกเลย ดูท่าเรื่องงานแต่งคงยังต้องยืดเยื้อไปอีก
“งั้นคุณก็ทำยังไงก็ได้ ให้ทั้งคู่แต่งงานกันเร็วที่สุด”
“โถ่คุณคะ ทำอย่างกับมันง่าย แค่พูดให้ลูกเรายอมหมั้นกับหนูนารินได้ก็กล่อมอยู่ตั้งหลายปี”
“ยังไงก็จะผิดคำพูดกับฝั่งชมลวรวรรณไม่ได้ ไม่อย่างนั้นธุรกิจที่เราจะร่วมลงทุนกันคงมีปัญหา คุณรู้ดีใช่ไหมดา”
ผู้เป็นประมุขแห่งตระกูลวิรันดำรงกุลกล่าวเสียงนิ่ง ภรรยาพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางถอนหายใจออกมา แววตาของหญิงสูงวัยมองตรงไปด้านหน้าอย่างครุ่นคิด
“ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่…ฉันจะทำทุกทางให้วีรันแต่งงานกับหนูนารินให้เร็วที่สุดค่ะ”
เรือนหอของวีรันและนาริน
คฤหาสน์หลังโตที่ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว่าสิบไร่ถูกห้อมล้อมไปด้วยพืชไม้นานาพรรณ ร่างแกร่งกำยำตื่นลงมารับประทานอาหารเช้าเพื่อที่จะออกไปทำงาน แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ มันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างไม่เคยเป็น
“นารินหายไปไหน?”
เขาที่สวมชุดสูทดูเรียบร้อยสุภาพเพราะมีนัดคุยกับลูกค้าในวันนี้ แต่ทว่าสายตามองไปทางน้ำหนึ่งที่ยืนต้อนรับอยู่ด้านล่างพร้อมกับเตรียมข้าวต้มกุ้งเป็นมื้อเช้า
“คุณนาริน ยังไม่ลงมาเลยค่ะ”
“ยังไม่ลงมา? นี่มันกี่โมงแล้ว”
หากภรรยาจะตื่นสายเขาก็ไม่ได้ว่า เพียงแต่มันผิดวิสัยของนาริน เธอจะต้องตื่นมาส่งเขาในทุกเช้า ไม่เคยมีวันใดสักวันที่จะขาดไป
“แปดโมงค่ะคุณวี” น้ำหนึ่งตอบเสียงแผ่ว กลัวว่าเจ้านายจะโกรธนายหญิงเพียงเพราะไม่ลงมาจัดเตรียมอาหารเช้าอย่างที่เคยเป็นมาโดยตลอด
“...” ได้ยินคำตอบเขาก็หน้าบึ้ง แปดโมง เวลานี้ปกตินารินจะเตรียมมื้อเช้าให้เขาเสร็จเรียบร้อย
“เอ่อ จะขึ้นไปดูคุณนารินหน่อยไหมคะคุณวี บางทีเธออาจจะไม่สบายอยู่ก็ได้”
“ไม่... ไม่สบายก็ให้นอนพักไป ฉันจะรีบออกไปทำงาน”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะเดินก้าวขายาว ๆ ออกไปจากคฤหาสน์ ทิ้งน้ำหนึ่งที่ทำหน้าเหรอหราเอาไว้
“อะไรกัน... แล้วคุณวีไม่รับข้าวเช้าเหรอเนี่ย”
ยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความงง แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจเรื่องของเจ้านาย
บริษัทวิรันดำรงกุล
“คืนวันนี้เรามีนัดทานข้าวกับคุณกิตตินะครับคุณวี”
ในวันนี้เขาเข้าบริษัทและทำงานที่โต๊ะไม่ได้ต้องออกหน้างานเหมือนวันที่เคยผ่านมา มีส้มหวานยืนอยู่หลัง คิมไม่ไกล เธอสวมชุดเดรสสีดำรัดรูปแขนกุดพร้อมกับกระโปรงทรงแคบที่สั้นเหนือเข่า หากแต่ชุดสีสุภาพก็ไม่อาจทำให้ความเซ็กซี่ยั่วยวนของส้มหวานลดลงได้เลย
“อืม...” เขาไม่สนใจที่จะตอบนัก ใจว้าวุ่นกับนาริน เขาไม่เห็นหน้าเธอตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น แถมเช้านี้เธอก็ไม่ตื่นมาส่งเขาทำงานอย่างที่ควรจะเป็นซึ่งมันแปลก
“งานนี้ส้มหวานก็จะไปด้วย หวังว่าทางคุณกิตติจะเจรจากับเราได้ง่ายขึ้น”
คิมกล่าวพร้อมกับเหลือบไปมองผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส้มหวานมีหน้าที่ตรงนี้โดยเฉพาะ นี่คือเหตุผลที่คุณชายอนาวินให้รับผู้หญิงเข้ามาทำงาน การเจรจาธุรกิจจะได้ง่ายขึ้น
“อืม ก็ดี ยังไงหน้าที่ของส้มหวานก็คือตรงนี้อยู่แล้วนี่”
เขากล่าวพร้อมหันไปมองหญิงสาว ส้มหวานจับจ้องมองดวงตาคมคายของวีรันชายหนุ่มแสนฮอต ผมสีดำ ของเขาที่เซ็ตทรงอย่างดียิ่งเสริมให้วีรัน วิรันดำรงกุล ดูภูมิฐานอย่างที่สุด
“ค่ะ ฉันทราบดีว่าฉันสมัครมาตำแหน่งนี้เพื่อทำงานตรงนี้โดยเฉพาะ สัญญาว่าจะทำงานให้ดีและปิดดีลกับลูกค้าให้ได้ค่ะ”
เธอให้สัญญาพร้อมกับฉีกยิ้มหวาน วีรันพยักหน้าแผ่วเบา กระจิตกระใจไม่อยู่กับการทำงานสักเท่าไหร่
หลังจากเลขาและผู้ช่วยออกไปก็เหลือเพียงวีรันที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขาพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสุดตัวเงยหน้าขึ้นถอนหายใจกลางอากาศพร้อมกับแขนที่พิงไว้บนพนักเก้าอี้
“เฮ้อ... ชีวิตกู ทำไมมันสับสนวุ่นวายแบบนี้วะ”
ใจว้าวุ่นเรื่องของดาหลาที่เขาติดต่อไม่ได้ไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน ตั้งใจว่าวันเสาร์นี้จะเดินทางไปที่เกาะชมลวรวรรณเพื่อพูดคุยกับเธอ
หากแต่นารินผู้เป็นคู่หมั้นก็กลับมีอาการป่วยขึ้นมาซะอย่างนั้น ตอนนี้วีรันนั้นไม่รู้เลยว่านารินป่วยจริงหรือว่าแกล้งเพื่อเรียกร้องความสนใจ
คิดไปก็มีแต่ฟุ้งซ่าน เขาส่ายหน้ากับตัวเองเบา ๆ
“คงไม่หรอก นารินไม่เคยทำอะไรไร้สาระแบบนั้น... คงจะป่วยจริงๆ หายป่วยก็คงกลับมาตามตอแยเหมือนเดิม” คุยกับตัวเองเสร็จสรรพ
ช่วงหัวค่ำ
ตอนนี้วีรันมาอยู่ที่ผับแห่งหนึ่งใจกลางเมืองทางภาคใต้ ตั้งใจจะมาคุยงานกับลูกค้าโดยมีเลขาหนุ่มอย่างคิมประกบข้าง ตามด้วยสาวสวยอย่างส้มหวานที่พ่อของเขาหรือคุณผู้ชายอนาวินแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ
“ฮ่า ๆ ๆ พูดจาถูกใจนะคุณเนี่ย หน้าตาก็สะสวยแถมยังฉลาดเฉลียว มีคู่คิดข้างกายดี ๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะวีรีน”
คุณกิตติ ชายหนุ่มสูงวัยรู้สึกถูกใจกับความสะสวยและเย้ายวน ทั้งยังพูดจาฉลาดฉะฉานของส้มหวาน เธอนั่งอยู่ข้างเขาส่วนวีรันกับคิมนั่งอยู่หน้าตรงข้าม นั่งกันอยู่ภายในส่วนวีไอพีที่ชั้นสองของผับชื่อดัง
“แหม ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะคุณกิตติ คุณก็ชมฉันเกินไป...”
“อืมมม ถ้าไม่ติดว่าส้มหวานเป็นคนของวีรัน ฉันล่ะอยากจะชวนหนูมาทำงานด้วยจริง ๆ”
คิมลอบยิ้มพึงพอใจ การมาของส้มหวานทำให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปได้โดยง่าย หากแต่วีรันไม่มีกระจิตกระใจ ช่วงนี้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด
“ถ้าอย่างนั้น ตามนี้นะครับคุณกิตติ ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ทางบริษัทเราจะได้ร่วมงานกับคุณ”
วีรันกล่าวปิดท้ายพร้อมกับรอยยิ้มธุรกิจ ยื่นมือไปจับกับมือของคู่ค้าก่อนจะจัดการเซ็นต์สัญญาโดยมีส้มหวานคอยพะเน้าพะนอคุณกิตติซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่อยู่ไม่ห่าง
หลังจากจบงานก็เป็นเวลาเกือบห้าทุ่ม
สามคนพากันเดินออกมายังลานจอดรถขนาดใหญ่ ส้มหวานมีอาการเซเล็กน้อยจากการดื่มแอลกอฮอล์ที่เยอะเกินไป
“ไหวหรือเปล่า?” เป็นคิมที่หันไปถาม แม้จะไม่ค่อยชอบใจผู้หญิงคนนี้นัก แต่อย่างไรเธอก็เป็นพนักงานของวิรันดำรงกุลที่เขารับเข้ามาทำงาน ก็ต้องดูแลตามมาตรฐาน
หญิงสาวในชุดเดรสสีดำไม่ได้มองมายังคิมคนที่เอ่ยถาม แต่เลือกที่จะมองไปยังวีรัน
“เพลีย ๆ นิดหน่อยค่ะ ปิดดีลลูกค้านี่ไม่ง่ายเลยนะ ต้องใช้แรงกายแรงใจเยอะเลยค่ะ”
น้ำเสียงแสนออดอ้อนทำเอาวีรันชะงักไปนิดหน่อย การปิดดีลกับลูกค้าในแต่ละรอบนั้นยากจริง ๆ อย่างที่ส้มหวานว่า แต่รอบนี้ง่ายกว่ารอบไหน ผู้หญิงสวยคงจะมีผลจริง ๆ ในการพูดคุยธุรกิจ ก็อย่างพ่อเขาว่านั่นล่ะ
“เดินไหวไหม จะให้ไปส่งหรือเปล่า? คิมไปส่งส้มหวานที”
เขาว่าอย่างไม่ใส่ใจนัก ถามเป็นมารยาทเพราะอย่างไรส้มหวานก็เป็นพนักงานในสังกัด
“ครับคุณวี” กล่าวพร้อมกับเดินมาประชิดตัวส้มหวาน
“ไปสิครับคุณ เดี๋ยวผมจะไปส่งเอง”
เขาเค้นถามเธอ ไม่เปิดจังหวะให้ส้มหวานได้อ่อยเจ้านายของเขาต่อ มองจากระยะสิบเมตรยังมองออกว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการจะจับเจ้านายมาทำสามี
“เอ่อ เดี๋ยวสิ” ส้มพยายามค้านเพราะคนที่เธออยากให้ไปส่งจริง ๆ คือวีรัน ไม่ใช่คิมซึ่งเป็นเพียงแค่เลขา แต่ไม่ทันที่จะได้มีจังหวะปฏิเสธก็โดนคิมลากแขนให้เดินตามไปที่รถของเขา
ส่วนวีรันนั้น... หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แชทแรกที่เขาควรจะเปิดคือแชทของดาหลาที่ไม่ตอบเขามานาน
แต่ว่าไม่ใช่...เขาเลือกเปิดหน้าต่างแชทของนาริน มองดูนาฬิกาข้อมือเรือนหรูสีเงินที่ซื้อมาเหยียบล้าน ตอนนี้ห้าทุ่มกว่า ไร้ซึ่งข้อความตามกลับบ้าน ไร้ซึ่งข้อความเป็นห่วงเป็นใย นี่มันไม่ใช่นารินทุกทีอย่างที่เคยเป็น...
“บ้าฉิบ!” เขากดปิดโทรศัพท์มือถืออย่างแรงพร้อมกับกรามที่ขบเข้าหากันแน่น ยกมือข้างหนึ่งนวดขมับของตัวเองที่มันตึงทั้งขมวดคิ้วเข้าหากัน นี่เขาเป็นอะไรกันแน่ ห่วงดาหลา? หรือแค่รู้สึกแปลก ๆ ที่นารินหายไปทั้งที่ตามปกติจะตามตอแยอยู่เสมอ
ใจดวงแกร่งปวดหนึบหน่วง ๆ เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่รักเขาที่สุดกำลังเริ่มถอยห่างออกไปทีละก้าว...
