Chapter 13 เกลียดเธอจริง ๆ
Chapter 13
เกลียดเธอจริง ๆ
นารินนั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่นพร้อมกับหัวใจอันแสนหนักหน่วง เธอมองภาพในโทรศัพท์อย่างเจ็บปวด
ภาพของคนรักที่ใกล้ชิดจนเกินไปกับส้มหวานทำเอาเธอรู้สึกกังวล ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความซีดเซียว
[เอม : ส่งรูปภาพถึงคุณ]
เอมคือคนงานผู้หญิงวัยกลางคนที่ประจำอยู่ฟาร์มปู ซึ่งนารินได้มีโอกาสคุยโดยบังเอิญ หลังจากนั้นมาเธอจึงติดต่อให้ช่วยดูพฤติกรรมของวีรันในขณะที่ทำงานอยู่ที่นั่น
“ส้มหวานกับวี...มันยังไงกันแน่นะ”
โทรศัพท์มือถือในมือสั่นคลอน เธอนั่งอยู่ภายในห้องห้องนั่งเล่นที่แสนโออ่า คฤหาสน์ซึ่งเป็นเรือนหอดูใหญ่โต มันควรจะอบอวลไปด้วยความรักของคู่รัก แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย
[เอม : ผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำงานใหม่ค่ะ ดูท่าทางสนิทสนมกับคุณวี]
ยิ่งอ่านข้อความก็ยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
“อย่าโทษรินเลยนะวี ที่รินต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าวีทั้งนั้น”
ที่เธอตามหึงตามหวงก็เพราะพฤติกรรมที่ดูไม่น่าไว้วางใจของเขา หากเขารู้คงโกรธเธอมากที่สั่งให้คนติดตามเฝ้าดูพฤติกรรม
[นาริน : ขอบคุณมากนะคะคุณเอม เห็นว่าลูกคุณใกล้จะเข้าโรงเรียนมัธยม คงจะต้องมีค่าเทอมค่าแรกเข้าสินะคะ]
[เอม : ค่ะคุณนาริน]
[นาริน : เดี๋ยวคุณทิ้งเลขบัญชีไว้นะคะ ฉันจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ ถือซะว่าเป็นคำขอบคุณที่ช่วยดูแลวีรัน]
[เอม : ได้ค่ะคุณนาริน หากมีอะไรสามารถสั่งดิฉันได้ตลอดเวลาเลยนะคะ]
เป็นเรื่องธรรมดาที่ผลประโยชน์เข้ามาแล้วพนักงานจะรับเอาไว้ นารินก่อนที่จะเข้ามาแต่งงานกับวีรันในตระกูลนี้ก็ใช่ว่าเธอจะไม่สืบสาวราวเรื่องเลยว่ามีบริษัท มีฟาร์มที่ไหนบ้าง ใหญ่โตเพียงใด และวีรันเคยมีประวัติหญิงอื่นหรือเปล่า
รูปนี้ทำให้เธอสะเทือนใจมากจริง ๆ แม้ดาหลาจะไม่อยู่ตรงนี้แล้วแต่วีรันก็ยังไม่คิดปันใจให้เธอ เขากลับทำตัวสนิทสนมกับพนักงานที่เข้ามาใหม่ ทั้งเธอคนนั้นยังเป็นเพื่อนสนิทของนารินอีก
“จะทำให้รินเจ็บช้ำหัวใจไปถึงไหนกัน ผู้หญิงคนไหนก็ได้แต่ทำไมจะต้องเป็นเพื่อนสนิทรินด้วย”
หญิงสาวเปิดดูรูปในโทรศัพท์แล้วพร่ำพรรณนากับตัวเอง เรื่องที่ดาหลาหายตัวไปเห็นทีคงถึงเวลาที่เธอจะต้องชี้แจงให้เขาได้ฟัง...นารินพร้อมรับความเจ็บปวด
“แต่วีไม่ต้องห่วงหรอก รินก็ทนไม่ไหวแล้ว...หมดความอดทน ถ้าเป็นแบบนี้เราไม่รู้จักกันเลยยังดีซะกว่า”
ฟาร์มปูวิรันดำรงกุล
ร่างแกร่งกำยำมือไม่เคยห่างจากโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่ห่วงภรรยาที่อยู่ทางบ้านหากแต่...ดาหลา หญิงสาวที่เขารักไม่สามารถติดต่อได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง
“เป็นอะไรไปครับคุณวี ทำสีหน้าเคร่งเครียด” คิมที่เดินตามหลังมาขณะที่เจ้านายหนุ่มกำลังเดินไปตามกระชังปู แต่ไม่เลือกที่จะมองทางมองแต่โทรศัพท์
“เดี๋ยววันเสาร์นี้นายไปกับฉันคิม”
“ไปไหนครับคุณคิม” เลขาหนุ่มเอ่ยถามพลางขมวดคิ้ว หากจำไม่ผิดวันเสาร์มีการประชุมเกี่ยวกับการส่งออกปูแช่แข็งไปยังต่างประเทศ
“เกาะชมลวรวรรณ”
คำตอบที่ออกมาจากปากของเจ้านาย ทำเอาเลขาหนุ่มชะงักขากึก หากคิดไม่ผิดคนที่เขาจะไปตามหาตัวคงจะเป็นดาหลา คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของนายหัวชนินทร์เจ้าของเกาะชมลวรวรรณ พี่ชายของคุณนารินคู่หมั้นของตัวเขานั่นเอง
“แต่วันเสาร์เรามีประชุมนะครับคุณวี”
“เลื่อนการประชุมออกไป” ตอนนี้เรื่องอะไรคงไม่สำคัญเท่ากับเรื่องของดาหลา เบอร์หนึ่งในใจเขา แม้เวลาจะผ่านมานานเพียงใด ต่อให้เขาได้กับนารินเป็นเมียแล้วก็จริงหากแต่ไม่เคยลืมเธอเลย
“ผมเกรงว่าคงไม่เหมาะสม คุณวีจะไปที่นั่นเพราะ...”
คิมถอนหายใจออกมา หนักใจ
“เพราะคุณดาหลาใช่ไหมครับ”
จากที่กำลังก้าวเดิน วีรันชะงักขายาว ๆ แล้วหันกลับไปมองลูกน้องพร้อมกับข่มเสียงต่ำ
“ฉันจะไปทำอะไร ต้องรายงานนายด้วยเหรอ”
“แต่คุณวีครับ คุณวีแต่งงานกับคุณนารินแล้ว ที่สำคัญตอนนี้คุณดาหลาก็เป็นเมียของนายหัวชนินทร์ ขืนไปที่นั่นก็เหมือนกับบุกถ้ำเสือ”
“คิดว่าฉันกลัว?”
“นั่นพี่ชายของคุณนาริน เกรงใจนายหัวชนินทร์หน่อยเถอะครับ”
“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนายคิม สั่งให้ทำอะไรก็ทำ”
เขาสั่งเสียงเฉียบ เป็นคนมั่นใจในตัวเอง ไม่คิดจะโอนอ่อนหรือยอมแม้แต่น้อย ร่างแกร่งก้าวเท้ายาว ๆ ไปตามทางเดินโดยมีกระชังปูทั้งสองฝั่งล้อมรอบ กลิ่นเค็มของน้ำตีขึ้นมาปะทะจมูก
ส่วนส้มหวานขอตัวไปนั่งพักเพราะทนกับกลิ่นเค็ม ๆ ของบ่อปูไม่ไหว แม้จะเตรียมใจมาแล้วก็ตามว่าหน้างานของบริษัทวิรันดำรงกุลเป็นประมาณไหน
ตกเย็น
นารินรู้สึกจิตใจหม่นหมองจนไม่อยากทำอะไร อาหารการกินจากที่เธอตระเตรียมให้วีรันในทุกช่วงวัน ตอนนี้เธอเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลยปล่อยให้ป้าอุ่นกับสาวรับใช้ทั้งสองคนเตรียมมื้อเย็น ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกสำหรับป้าอุ่น
ร่างสวยในชุดนอนสายเดี่ยวสีฟ้าเดินมาเช็คอาหารที่เตรียมจัดขึ้นโต๊ะ
“คุณนารินเป็นอะไรไปหรือเปล่าคะ ป้าว่าคุณดูหน้าสีซีด ไปหาหมอหน่อยดีไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันปกติดี ยังไงฝากเตรียมมื้อเย็นให้กับวีด้วยนะคะ เดี๋ยวฉันขอตัวขึ้นไปนอนก่อนรู้สึกเพลีย ๆ”
“เพิ่งจะทุ่มเดียวเองนะคะคุณนาริน ไม่สบายหรือเปล่าให้ใจดีตามคุณหมอมาดูอาการไหม?” ป้าอุ่นย้ำ
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ คิดว่าได้พักผ่อนนิดหน่อยก็คงจะหายดี”
ใจดีกับน้ำหนึ่งมองหน้ากัน
“สงสัยอากาศเปลี่ยนแล้วมั้งคะคุณริน” ใจดีว่าเพราะช่วงนี้เดี๋ยวก็ฝนตกเดี๋ยวก็ร้อน
“หรือบางทีคุณรินอาจจะต้องชวนคุณวีออกไปเที่ยวพักผ่อนตากอากาศกันบ้าง ตั้งแต่คุณรินย้ายเข้ามาที่นี่คุณวีก็ตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานนะคะ”
น้ำหนึ่งพูดอย่างใจคิด แต่ส่งผลให้ป้าอุ่นหันไปจิกตาดุใส่สาวใช้ที่ไม่รู้ความ
“ไม่ต้องพูดมากน้ำหนึ่ง พาคุณรินขึ้นไปพักบนห้องไป”
สาวใช้วัยรุ่นเมื่อโดนดุก็ทำหน้าละห้อย
“ค่ะป้าอุ่น งั้นเชิญพักดีกว่านะคะคุณรินเดี๋ยวหนูพาขึ้นไปด้านบน” น้ำหนึ่งว่า
“งั้นเดี๋ยวหนูไปเตรียมยาพาราเอาไว้ให้ก่อนนะคะ เผื่อคุณรินต้องการทานตอนช่วงดึก ๆ” ใจดีเองก็รีบวิ่งไปที่ห้องเก็บของซึ่งมีกล่องยาอเนกประสงค์เพื่อจะเตรียมตามขึ้นที่ชั้นสองของคฤหาสน์
หลังจากส่งเจ้านายสาวเข้านอนเสร็จ ทั้งสองคนก็พากันมาช่วยป้าอุ่นเตรียมอาหารและตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง
“ป้า เมื่อไหร่คุณรินกับคุณวีจะนอนห้องเดียวกันสักที นี่ก็หมั้นกันมาซักระยะ ฤกษ์แต่งงานยังไม่มีอีกเหรอ”
น้ำหนึ่งถามด้วยความสงสัย
“เอ๊ะ เอ็งนี่จะสงสัยอะไรกับเรื่องเจ้านายเขาให้มาก เอาเวลาไปทำงานของตัวเองให้ดีก็พอไปน้ำหนึ่ง”
“แหม แต่ฉันก็สงสัยนะป้า คุณรินก็ดีกับคุณวีขนาดนี้ ทั้งรักทั้งคอยตามดูแล ทำไมคุณวีไม่เห็นความดีของคุณรินบ้าง ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งของนายหญิงตระกูลวิรันดำรงกุลเท่ากับคุณนารินอีกแล้ว”
“เฮ้อ พวกเอ็งสองคนเนี่ยนะ ไอ้เรื่องความรักมันห้ามกันได้ที่ไหน บังคับใครไม่ได้หรอก”
“คุณวีนะคุณวี เอาเถอะ หนูว่าสักวันก็คงจะเห็นความดีของคุณนารินเอง เหมาะกับการเป็นแม่ของลูกที่สุด”
ใจดีทำท่าเพ้อฝัน ป้าอุ่นได้แต่ส่ายหน้า เด็กสาวพวกนี้ยังไม่เข้าใจโลกนักหรอก บางทีความรักมันอาจจะไม่ใช่ทุกสิ่ง ดูก็รู้ว่าตระกูลของทั้งคู่ คุณวีและคุณนารินแต่งงานกันเพียงเพื่อผลประโยชน์ ไม่ได้สนใจความรู้สึกของเด็กทั้งคู่หรอกว่าจะรู้สึกเช่นไร
แต่ความโชคร้ายของนารินคือ...เธอดันหลงรักวีรัน เข้าแล้วเสียจริง ๆ
ใครรู้สึกก่อนก็แพ้ก่อน...
เวลาต่อมา
วีรันขับรถกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาสองทุ่มกว่า เหตุเพราะส้มหวานชวนเขาคุยแล้วขอให้วนไปส่งเธอที่คอนโดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริษัท
“พอดีฉันพักอยู่ที่คอนโดนี้ค่ะ ถ้าคุณวีมีอะไรด่วนก็สามารถติดต่อฉันได้ตลอดเลยนะคะ..”
ส้มหวานว่าด้วยน้ำเสียงที่แสนเซ็กซี่ รู้ดีว่าเธอต้องการอะไร แต่วีรันเลือกที่จะไม่ตอบแล้วขับรถออกมา ผู้หญิงหน้าไหนก็อยากเข้าหาเขาทั้งนั้น เขาตระหนักในข้อนี้ดี
แต่คนที่เขาสนใจ...ดาหลา เธอกลับไม่สนใจเขากลับเลย แม้แต่นิดก็ไม่มี
[วีรัน : ดา ทำไมไม่ตอบแชทเลย]
[วีรัน : ดา เธอเป็นอะไรหรือเปล่า? หรือพี่นินทร์ทำอะไรเธอ]
[วีรัน : ถ้าเธอไม่ตอบแล้วโทรไปไม่รับฉันจะไปหาเธอที่เกาะชมลวรวรรณนะ]
นี่คือข้อความที่เขาพร่ำพิมพ์ทักไปหาดาหลาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ปกติเธอก็ไม่ค่อยตอบแชทเขาอยู่แล้ว นานทีจะมีส่งสติกเกอร์ให้บ้าง แต่ก็ไม่เคยหายหน้าหายตาไปนานเพียงนี้
วีรันไม่อาจติดต่อเธอได้เลย เขาคิดเรื่องนี้วนไปวนมาในหัว จนกระทั่งเดินเข้ามาในตัวคฤหาสน์ซึ่งเป็นเรือนหอของเขากับนาริน ผู้หญิงที่เขาไม่ได้รัก
ถ้าหากนารินไม่ใช่เพื่อนสนิทของดาหลา ถ้าหากเขาไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ ป่านนี้ดาหลาอาจจะเปิดใจให้เขาแล้วก็ได้...ถ้าไม่มีนารินสักคน ดาหลาคงไม่คิดลังเลสักนิดที่จะคบกับวีรัน เขาคิดเช่นนั้นในใจ กรามแกร่งกัดเข้าหากันแน่นพร้อมกับมือที่กำเอาไว้จนเส้นเลือดขึ้น
เกลียดเธอจริง ๆ นาริน
“คุณวี พวกเราเตรียมอาหารเอาไว้แล้วค่ะ เชิญทานมื้อเย็นที่ห้องอาหารนะคะ”
เป็นใจดีที่ออกมาต้อนรับ วีรันมองซ้ายขวาแต่ก็เดินเข้าไปภายในห้องอาหารที่เป็นโถงสูงสุดหรูหราอลังการ สายตาเปรยมองไปทั่วแต่ก็ไม่พบกับร่างที่แสนจะคุ้นเคย
“นารินอยู่ไหน ทำไมไม่อยู่ที่นี่?”
“เอ่อ คุณวีคะ ตอนนี้คุณนารินขึ้นไปนอนที่ห้องแล้วค่ะ เห็นบอกว่าไม่สบาย”
“ไม่สบาย เป็นอะไร?” เขาเอ่ยถามใจดี ที่กำลังยืนอยู่ด้านข้าง
“ไม่ทราบค่ะ เห็นว่าเพลียนิดหน่อย”
“งั้นเหรอ...”
เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนที่จะนั่งทานอาหารและไม่ถามถึงนารินอีกเป็นครั้งที่สอง
เห็นแบบนั้นก็รู้สึกเสียใจแทนเจ้านายสาว
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเธอและน้ำหนึ่งก็มาช่วยกันเก็บจานชามไปเข้าเครื่องล้างจานภายในครัวพร้อมกับเช็ดโต๊ะให้สะอาดเอี่ยมอ่อง ส่วนป้าอุ่นเข้าไปพักผ่อนที่เรือนคนรับใช้แล้ว
ขณะอยู่กันในห้องครัวกำลังถูเช็ดคราบน้ำมันต่าง ๆ สองสาวก็หันมาคุยกัน
“นี่น้ำหนึ่ง ทำไมคุณวีใจร้ายจัง ถามถึงคุณนารินแค่คำเดียวแล้วก็ไม่ถามถึงอีกเลย”
ใจดีสงสัยอยู่ภายในใจ ในขณะที่มือก็ถูเช็ดเคาน์เตอร์ครัวพร้อมกับหยิบสเปย์ฉีดขจัดคราบมันตรงบริเวณเตาแก๊ส
“ไม่รู้สิ บางทีอาจจะทำท่าไม่สนใจแต่เป็นห่วงมากอยู่ก็ได้นะ”
“ไม่เห็นจะรู้สึกอย่างนั้นเลย”
“เอาเถอะน่า ให้เวลาคุณวีแกหน่อย อีกไม่นานก็คงจะต้องหลงรักคุณนารินหัวปักหัวปำ”
“คิดว่าอย่างนั้นเหรอน้ำหนึ่ง?” ใจดีรู้สึกสงสารนารินจับหัวใจ
“คนดียังไงก็คือคนดี มีแต่คุณนารินเท่านั้นแหละที่จะรักคุณวีรันโดยไม่ได้หวังทรัพย์สมบัติหรือสิ่งอื่น ผู้หญิงคนอื่นที่เข้าหาเจ้านายเราก็คงเข้าหาเพราะเงินทั้งนั้นแหละ หรือคิดว่าไม่จริงล่ะ?” น้ำหนึ่งว่ายาวเหยียดซึ่งก็ทำให้ใจดีพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน
“ก็ถูก...งั้นก็ขอภาวนาแล้วกัน ภาวนาให้คุณวีรันรักคุณนารินสักที”
อย่างน้อยเธอก็อยากเห็นเจ้านายมีความสุข...นารินใจดีกับลูกน้องทุกอย่างทำให้สาวใช้เริ่มเปิดใจให้กับเธอ
เหล่าสาวใช้ร่วมกันภาวนา ขอให้ความดีของนารินสามารถชนะใจวีรันได้สักที
