Chapter 12 พยายาม
Chapter 12
พยายาม
ห้องนอนรับแขกบนชั้นสองของคฤหาสน์ซึ่งอยู่ติดกับห้องนอนของนาริน หญิงสวยรูปร่างอวบอัดก้าวเข้ามาตามหลังคุณป้าแม่บ้านอย่างป้าอุ่นพร้อมกับนารินที่พาเข้ามาดูห้องนอน
“นี่เป็นห้องนอนแขกค่ะ ให้น้ำหนึ่งกับใจดีทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเข้าพักได้เลย ผ้าขนหนูอยู่ในตู้เสื้อผ้า ขอให้เป็นค่ำคืนที่ดีค่ะ”
ป้าอุ่นกล่าวแนะนำสิ่งของภายในห้องก่อนที่จะขอตัวเดินออกไป ในตอนนี้เหลือเพียงนารินที่ยืนอยู่กับส้มหวาน ส้มหวานเดินเข้ามาอย่างตื่นตาตื่นใจ ห้องนอนรับแขกมีระเบียงด้านหน้าให้เดินออกไปชมวิวสวนกว้างกว่าสิบไร่
“วาสนาเธอจริง ๆ นะนาริน คฤหาสน์ที่เป็นเรือนหอนี่อย่างใหญ่ ไม่รู้ว่าวิรันดำรงกุลทุ่มงบเท่าไหร่ ใหญ่มาก หรูหราสุด ๆ”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก...” นารินว่ายิ้ม ๆ อย่างถ่อมตัว
“แต่เธอนี่แปลก ๆ นะ วีรันก็แปลก...มีเมียแต่ไม่ยักสนใจ”
ส้มหวานว่าก่อนจะเหลือบตามองเพื่อนรักว่ามีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างไรกับคำถามหยั่งเชิงของเธอ
“วีเป็นคนบ้างาน เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่บริหารงานได้ดีมีแต่คนอยากร่วมงานด้วย ชีวิตก็มีแต่งานนั่นแหละ...ซึ่งก็ดีนะ ดูมีอนาคต”
นารินพยายามพูดข้อดีของวีรัน แม้เขาจะเฉยชากับเธอเพียงใดหากแต่ทุกสิ่งที่เขามอบให้ก็ไม่เคยทำให้นารินต้องน้อยหน้าใครเลย ในแต่ละเดือนวีรันจะมอบเงินเดือนให้กับเธอซึ่งก็เป็นจำนวนมากโขที่เธอจะสามารถใช้ชีวิตได้สบายทั้งช้อปปิ้ง หรือออกไปทานอาหารหรู ๆ แต่คนตัวเล็กก็ยังคงทานข้าวที่บ้านเกือบทุกวัน ทั้งยังทำอาหารรอว่าที่สามี ไม่เคยใช้เงินเขาอย่างสิ้นเปลืองหรือผลาญเงินเลยสักครั้ง
“น่าอิจฉาจังเลยนะ ภรรยาคุณวีรัน วิรันดำรงกุล มีแต่สาว ๆ อยากได้...แต่เสียดายแต่งงานเร็วไปหน่อย
ส้มหวานว่าพลางนั่งลงบนเตียงนุ่มหนาพร้อมกับกระเด้งตัวขึ้นลงแล้วใช้มือลูบที่นอนราคาแพงอย่างแผ่วเบา นานเท่าไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้นอนเตียงดี ๆ แบบนี้ รวมถึงบรรยากาศที่แสนหรูหราโออ่าโอบล้อมไปด้วยเม็ดเงินที่ดูก็รู้ว่าช่างแต่ละคนปราณีตทำแค่ไหน
“อื้ม ก็นะ วีรันเป็นคนหล่อ ฮอตมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วนี่” นารินยืนกอดอกพลางนึกไปถึงอดีต เขายังคงเป็นที่หนึ่งในใจเธอเสมอมาแม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหน
“แต่เธอก็แอบรักมานานนะ รักเขาอยู่ฝ่ายเดียว ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายจะมาสมหวังกันตอนโต”
“ด้วยความเหมาะสม หน้าที่การงาน ผู้ใหญ่คงเห็นว่าเหมาะสมกันน่ะ” นารินกล่าวพร้อมย้อนนึกไปถึงบรรยากาศงานหมั้นที่เกิดขึ้น ความชื่นมื่นและถูกใจผู้ใหญ่ทำให้บรรยากาศในงานค่อนข้างมีความสุข มีก็แต่หน้าเจ้าบ่าวที่ออกจะหงิกราวกับคนถ่ายไม่ออก
“วีนี่...ยิ่งโตก็ยิ่งหล่อ หล่อกว่าตอนมัธยมเสียอีก แบบนี้แอบหวงบ้างหรือเปล่าเนี่ย? กลัวว่าเขาจะออกนอกลู่นอกทางบ้างไหม” ส้มหวานนั่งอยู่บนเตียง
นารินชะงักไปเล็กน้อยกับคำถาม แต่ยังคงยิ้มสู้ เชื่อใจในคนของตัวเอง
“ถึงความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับวีอาจจะไม่ได้ราบรื่นไปซะทั้งหมด แต่วีไม่ใช่คนอย่างนั้น ไม่ใช่ผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบหรอก”
“มั่นใจขนาดนั้นเชียว?”
“อืม...ฉันมั่นใจ” แม้ปากจะบอกเพื่อนว่ามั่นใจ หากแต่นารินเองก็ยังไม่รู้เลยว่าวีรันจะสามารถรับผิดชอบหน้าที่การเป็นว่าที่สามีของเธอไปได้นานสักแค่ไหน
“แล้วแก้วไวน์ที่ฉันให้...ได้ใช้หรือยังล่ะ?” น้ำเสียงหยั่งถามเชิงใคร่รู้
“ยังเลย ยังไม่มีเวลา”
กลับบ้านก็มืดออกก็เช้า จะเอาเวลาไหนมานั่งจิบไวน์ขวดเดียวกัน ว่าไปแล้วก็ดูไม่เหมือนสามีภรรยากันเลยสักนิด คำถามของส้มหวานทำให้นารินคิดหนักกว่าเดิมกับเรื่องราวความสัมพันธ์ของตนเองกับวีรัน
“งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวไปนอนก่อนนะ เชิญเธอตามสบายเลยส้มหวาน”
นารินตั้งท่าจะเดินออกไป
“อื้ม ขอบคุณนะที่ให้ที่พักสำหรับคืนนี้ไม่งั้นฉันคงแย่”
ส้มหวานกล่าวก่อนจะเดินมาส่งนารินที่หน้าห้อง แต่สิ่งที่ทำให้ส้มหวานเคลือบแคลงใจมากที่สุดก็คือ...
“เดี๋ยวก่อนริน”
มือเล็กที่กำลังจะเปิดกลอนประตูห้องนอนของตัวเองหันมาหาเพื่อนที่นอนอยู่ห้องใกล้ ๆ กันซึ่งเดินออกมาส่งเธอที่หน้าห้อง
“มีอะไรหรือเปล่า?” ส้มหวานจ้องมองนารินอย่างสงสัย สลับกับมองประตูและมองไปทางอีกด้านของคฤหาสน์
“ฉันเห็นว่าวีนอนห้องทางโน้นนะ เธอนอนห้องนี้เหรอนาริน?”
นารินชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู ใบหน้าของเธอดูสลดหดหู่ ไม่รู้จะบอกกับเพื่อนอย่างไร...นารินอาย
“อย่าบอกนะว่า...เธอแยกห้องนอนกับวี?”
“อะ เอ่อ ก็มีบ้าง...บางช่วงวีวุ่น ๆ ต้องการพักผ่อนเป็นส่วนตัวน่ะ เอ่อ ขอตัวเข้าห้องก่อนนะนี่ก็ดึกมากแล้ว”
นารินรีบเข้าไปภายในห้องของตัวเองในทันที ปล่อยให้ส้มหวานยืนอยู่หน้าประตูห้องรับแขก
“อะไรกัน....ผัวเมียประสาอะไรแยกห้องนอน”
ส้มหวานจ้องมองอย่างสงสัย แต่ก็สามารถประเมินสถานการณ์ได้อยู่ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันคืออะไร
แต่งงานเพียงเพราะผลประโยชน์... ทั้งคู่ไม่ได้รักกัน ที่สำคัญวีรันไม่มีท่าทีจะสนใจนารินเลย
เช้าวันต่อมา
“ขอบคุณสำหรับที่พักเมื่อคืนนะคะคุณวี ที่นอนนอนหลับสบายมาก แถมคฤหาสน์ก็ยังกว้างขวางมากอีกด้วย”
ส้มหวาน หญิงสาวร่างสวยสุดเซ็กซี่สูงระหงเอ่ยบอกกับผู้เป็นเจ้านาย หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้ากันเสร็จส้มหวานก็เตรียมติดรถไปทำงานกับวีรัน นารินเองก็มาส่งทั้งสองคนที่หน้าประตู
“อืม ไปทำงานเถอะเดี๋ยวจะสาย” วีรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่นารินที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา เห็นแผ่นหลังกำยำและหลังสูงระหงของเพื่อนรักกำลังเดินไปกับว่าที่สามีของตัวเอง ใจดวงน้อยมันร่ำร้อง... ไม่อยากให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันไปมากกว่านี้
หวง แต่ถ้าเธอโวยวายจะกลายเป็นรบกวนการทำงานของว่าที่สามีในทันที
“อาา เอ่อ เดี๋ยวสิคะ จะไปทำงานแล้วเหรอ”
คนตัวเล็กรีบวิ่งตามหลังเขาที่กำลังจะก้าวขึ้นรถไป วีรันชะงักตัว หันกลับมาสบตาว่าที่ภรรยา
“ใช่สิ ถามแปลก ๆ”
“เอ่อ เดี๋ยวจัดเนกไทให้นะ” เธอเดินไปหยุดตรงหน้าเขาพร้อมกับยกมือขึ้นจัดเนกไทให้ตรงพร้อมกับจัดคอปกเสื้อ วีรันจ้องหน้าภรรยาที่แสนจะซื่อสัตย์กับตน หากแต่บางจังหวะก็ทำให้เขาโมโหอย่างไม่อาจถอนตัวขึ้นได้
“ขอบใจ”
“วันนี้กลับเร็ว ๆ นะคะ เดี๋ยวรินจะทำอาหารรอวีนะ แล้วก็มีเรื่องสำคัญอยากจะบอก...”
เรื่องสำคัญที่ว่าก็คือเรื่องที่ดาหลาหายตัวไปนั่นเอง เธอยังคิดไม่ออกจะบอกเขาอย่างไร
“ฉันไม่รู้หรอกว่างานจะเสร็จกี่โมง ถ้ากลับช้าเธอก็ทานข้าวก่อนได้เลย”
“แต่...รินมีเรื่องอยากจะคุยกับวีนะ”
“มีอะไร?”
เขาถามอย่างไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่ สำหรับเขาเรื่องงานยังสนุกกว่า
“เอาไว้กลับมาค่อยคุยกันนะ เรื่องมันค่อนข้างยาว”
“ไปทำงานกันเถอะนะคะคุณวี เดี๋ยวตอนสิบโมงมีนัดลูกค้าด้วย เกรงว่าจะสายนะ” ส้มหวานทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่หน้าที่ผู้ช่วยเลขา...แต่คือหน้าที่ทำตัวเป็นก้างขวางคอของสองคนนี้ สายตาเซ็กซี่เย้ายวนจับจ้องมองชายหนุ่มอกกำยำหน้าตาหล่อเหลาราวกับพระเอกซีรี่ส์ที่คนคลั่งไคล้กันทั้งประเทศ
หากได้กับคุณ ทั้งคฤหาสน์ ทั้งรถ และบริษัทวิรันดำรงกุลก็จะเป็นของฉันใช่ไหม? นี่คือสิ่งที่ส้มหวานตั้งคำถามในใจตัวเอง บอกตามตรงว่าอิจฉานารินที่มีทุกอย่างคบพร้อม ทั้งที่ก็ไม่ได้สะสวยอะไรเลย
วีรันไม่ตอบอะไรต่อ แต่เดินไปขึ้นรถ ส่วนส้มหวานก็เดินไปทางด้านเบาะข้างคนขับ
นารินจ้องมองรถที่เริ่มออกตัว เพื่อนรักของเธอกับสามีกำลังไปทำงานด้วยกัน หากว่าเธอไม่คิดผิดไป...เธอเห็นแววตาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในดวงตาของส้มหวาน
หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดนะ...
ฟาร์มปูวิรันดำรงกุล
แม้จะเตรียมใจมาแล้วว่าบริษัทที่มาทำงานทำเกี่ยวกับการส่งออกอาหารทะเล และยังมีอาหารประเภทอื่นอีก แต่ในตอนนี้หญิงสาวได้แต่ทำหน้าเหยเกเมื่อเดินตามหลังคุณวีผู้เป็นเจ้านายเข้ามาในฟาร์มปู
กลิ่นเค็มของน้ำตีเข้าที่ใบหน้า อากาศที่ร้อนและเหนียว มีทั้งวันที่ได้เข้าบริษัทและต้องเข้าฟาร์ม แต่ในตอนนี้หญิงสาวไม่ชอบเอาเสียเลย
“เป็นไงบ้างส้มหวาน ออกหน้างานก็จะประมาณนี้แหละ”
คิมเดินเข้ามาแล้วเอ่ยถามเธอ วีรันเดินไปตรวจสอบสภาพน้ำกับคนงานในฟาร์ม ส่วนส้มหวานยืนนิ่งไม่อยากจะขยับตัว
“ก็ดีค่ะ” ฝืนใจตอบแม้จะตรงข้ามกับความรู้สึก
“งานของวิรันดำรงกุลมันก็ทำนองนี้ เข้าบริษัทบ้าง เข้าฟาร์มบ้าง หวังว่าคุณจะเข้าใจแล้วก็อดทนทำหน้าที่ของตัวเอง”
“แน่นอนค่ะ ฉันเต็มที่กับงานอยู่แล้ว” เธอตอบมั่นใจ จ้องมองสบตากับเลขาหนุ่มของวีรัน แม้จะรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับนายคนนี้สักเท่าไหร่
“อ้อ แล้วก็เรื่องชุด...วันไหนที่ต้องเข้าฟาร์มผมแนะนำว่าคุณใส่กางเกงจะดีกว่ากระโปรง แล้วเลือกใส่ให้สุภาพหน่อยก็ดี เน้นคล่องตัวเป็นหลัก”
“ค่ะ” ส้มหวานตอบด้วยสีหน้าไม่ดีสักเท่าไหร่ เบ้หน้าเล็กน้อย รู้สึกว่านายคนนี้เจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตของเธอเหลือเกิน
“แต่งตัวสวยเฉพาะวันที่ไปหาลูกค้าก็พอ หน้าที่คุณอยู่ตรงนั้น”
คิมกล่าวเสียงเฉียบ ไล้สายตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำไมจะมองไม่ออกว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไร คิมรู้สึกคิดผิดที่รับเธอคนนี้เข้ามาทำงาน
“โทษทีค่ะที่ไม่ได้เปลี่ยนชุด พอดีเมื่อคืนฉันไปค้างที่บ้านคุณวีมา”
จากที่ตอนแรกกำลังจะหันหลังกลับเพื่อเดินตามเจ้านายเข้าไปที่บ่อปู ตอนนี้เขากลับชะงักทันทีเมื่อได้ยินคำว่าส้มหวานไปค้างที่บ้านของเจ้านาย
“ว่าไงนะ!?” คิมเริ่มเห็นถึงหายนะจากการรับผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำงาน
“ก็แค่...แวะไปเยี่ยมเพื่อนน่ะค่ะ ฝนตกพอดีฉันก็เลยขอค้างที่นั่น”
ส้มหวานร้ายกว่าที่คิมประเมินเอาไว้เสียอีก เธอเล่นเกมรุกหนัก หากปล่อยไปอย่างนี้เรื่อย ๆ หญิงสาวอาจลุกลามชีวิตคู่ของผู้เป็นเจ้านาย
“คิดจะทำอะไร?”
คิมจ้องมองหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าตัวเอง เกลียดนักกับผู้หญิงประเภทนี้
“ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่คะ ไปทำงานของคุณเถอะไม่ต้องมาทำเข้มใส่ฉันหรอก”
ว่าแล้วส้มหวานก็เดินตรงไปด้านหน้า ชนเข้ากับไหล่ของคิม ไหล่ของทั้งคู่กระทบกันอย่างแรง ส้มหวานยังคงเดินตรงไปด้านหน้าไม่หันกลับมามองเขาอีก
คิมหันขวับไปจับจ้องมองแผ่นหลังเล็ก พร้อมกับคิดหนัก ลมหายใจเหมือนจะขาดห้วงแผ่ว ๆ
คิมภาวนาในใจหวังว่าความสัมพันธ์ของเจ้านายกับภรรยาจะไม่มีปัญหาต่อกันเพราะการรับผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำงาน คิมได้แต่ภาวนา...
