Chapter 11 คนที่แสนดี
Chapter 11
คนที่แสนดี
ติ๊ง เสียงโทรศัพท์ของวีรันดังขึ้นขณะที่ชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีแดงภายในผับใจกลางเมืองของจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้
“นั่นคุณนารินโทรมา ไม่รับโทรศัพท์หน่อยเหรอครับคุณวี” คิมสงสัย ข้างกายของวีรันมีส้มหวานนั่งอยู่ด้วย
“ไม่จำเป็น จะอยู่ที่ไหนทำอะไรไม่เห็นต้องรายงาน”
เขาโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยสีดำด้านหน้าที่มีแก้ววิสกี้วางอยู่อย่างไม่ใส่ใจ คนตัวใหญ่นั่งแผ่ตัวอยู่บนโซฟาสีแดง
เสียงเพลงในผับดังกระหึ่มพร้อมกับแสงไฟวิบวับที่สาดส่องไปมาบนชั้นวีไอพีซึ่งเป็นชั้นที่สองของตัวผับ
“แบบนั้น...ภรรยาคุณเป็นห่วงแย่เลยนะคะ” ส้มหวานเปรยสายตามองด้วยแววตาเย้ายวน
คิมสังเกตุเห็นพฤติกรรมผู้ช่วยเลขาคนนี้อยู่ตลอดเวลา เริ่มเห็นแววไม่ค่อยดี...แต่ยังโชคดีที่รู้สึกว่าคุณวีรันเจ้านายของเขาไม่ได้มีท่าทีสนใจส้มหวานคนนี้ หากย้อนเวลากลับไปคิมคงจะเลือกคนอื่น...เขาเพิ่งมารู้ในภายหลังว่าส้มหวานรู้จักคุณวีรันและนารินเป็นการส่วนตัว เขาไม่ได้อยากชักสึกเข้าบ้านของเจ้านายแม้แต่น้อย
“นั่นสิครับ ผมว่าคุณวีรีบกลับบ้านดีกว่าป่านนี้คุณนารินคงจะเป็นห่วงแย่แล้ว”
มาผับในครั้งนี้ไม่ใช่การเที่ยวส่วนตัวตามอารมณ์ หากแต่เป็นการมาคุยกับลูกค้าและดีลงานกัน
“กูไม่ได้กลัวเมีย” เสียงหนักแน่นของผู้เป็นเจ้านายแสดงให้เห็นถึงความน่ายำเกรง
“ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณวีจะต้องกลัวคุณนารินสักหน่อย ว่าที่ภรรยาแสนดีขนาดนั้นสามีจะรักและเกรงใจก็ไม่เห็นแปลก”
คิมพูดพลางเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายของวีรัน สีหน้าของส้มหวานดูไม่ค่อยยินดีนักกับการที่วีรันจะรักและเกรงใจนาริน
เขาไม่ตอบแล้วก็ไม่ได้รับโทรศัพท์ของนารินด้วยเช่นกัน คนรอบข้างของเขาพร่ำกรอกหูว่านารินแสนดีอย่างนั้นแสนดีอย่างนี้ ไอ้เขานั้นเคยเป็นเพื่อนเก่าทำไมจะไม่รู้ว่าหญิงสาวทั้งแสนดีและเหมาะสมกับตำแหน่งนายหญิงของวิรันดำรงกุลแค่ไหน
หากแต่ใจก็ยังยึดติดกับภาพกายภายนอก...นารินช่างแสนจืดชืด อาจจะเป็นแม่ของลูกที่ดีได้หากแต่ไร้เสน่ห์เย้ายวนภายนอกแบบที่วีรันเฝ้าฝันถึง
หากเลือกคนที่เข้าตาและตรงสเป็คของวีรัน ส้มหวานที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขาอยู่ข้างกายก็ยังจะเข้าทางเสียมากกว่า
“อีกสักแก้วนะคะวี” ส้มหวานรินวิสกี้ลงแก้วให้กับคนตัวใหญ่พร้อมส่งให้เขา ใบหน้าสะสวยยิ้มอย่างยั่วยวน
“อะแฮ่ม พอกันก่อนดีกว่า ดีลงานกับลูกค้าก็เรียบร้อยแล้วเกรงว่าพรุ่งนี้คุณวีจะทำงานไม่ไหวหากดื่มมากเกินไป”
คิมขัดขึ้น เขาเริ่มรู้สึกผิดที่คิดรับผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำงาน ส้มหวานดูคิดไม่ซื่ออย่างไรไม่รู้ คิมเป็นผู้ชายแต่ก็ดูออกต่างจากวีรันที่ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
“แหม คุณก็รีบจังเลยนะคะ มีภรรยารออยู่ที่บ้านรึไง”
ส้มรู้สึกขัดใจที่ถูกขัดจังหวะจึงหันไปว่าแบบนั้น
“ไม่มีหรอกครับภรรยา ผมมันคนโสด แต่เจ้านายเนี่ยสิ ภรรยาสุดสวยคงทำอาหารรออยู่ที่บ้านแล้ว”
“ก็ว่าไปโน่น...” วีรันว่าพลางยักไหล่ พอคิมพูดถึงยัยคนตัวเล็กที่ป่านนี้คงทำอาหารรอเขาอยู่ที่บ้านวีรันก็แค่นยิ้มอยู่ในใจ
แม้จะรำคาญอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดว่าในขณะที่ต้องออกมาทำงานแต่กลับมีคนรออยู่ทางบ้านอย่างใจจดใจจ่อมันก็ทำให้วีรันแอบรู้สึกดีอยู่ลึก ๆ อย่างบอกไม่ถูก
เมื่อตกลงกันได้ว่าจะแยกย้ายกันกลับบ้าน คิมรู้สึกโล่งใจที่ชวนนายกลับบ้านได้ ต่างจากส้มหวานที่พยายามคิดวิธีหาทางเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับวีรัน ประธานบริษัทหนุ่ม ทายาทแห่งวิรันดำรงกุลผู้ร่ำรวย มหาเศรษฐีทางภาคใต้อันเป็นที่เลื่องลือ
พากันออกมาทั้งสามคนจนมาถึงยังลานจอดรถวีไอพี
“เดี๋ยวผมไปส่งเองคุณส้มหวาน” คิมพูดพร้อมกับผายมือไปทางรถของเขา หากแต่ส้มหวานมีใจลังเลหันไปสบตากับวีรัน
“เอ่อ คุณคิมรีบกลับไม่ใช่เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันกลับกับคุณวีก็ได้”
“ไม่เหมาะมั้งครับ คุณวีต้องรีบกลับบ้านป่านนี้ภรรยาคงจะรอทานข้าวแล้ว คุณกลับกับผมดีกว่า”
“แต่ว่า...ฉันอยากให้คุณวีไปส่งมากกว่าค่ะ อ๋อ ที่จริงก็อยากจะแวะคุยกับนารินด้วย... ฉันเป็นเพื่อนสนิทกับนารินนะ”
ได้ทีก็ยกนารินขึ้นมาอ้าง พอได้ยินหญิงสาวซึ่งเป็นผู้ช่วยของตนเองพูดถึงภรรยาของเจ้านายหนุ่มก็ทำเอาคิมเงียบไป ตอนนี้นอกเวลางานหากส้มหวานเป็นเพื่อนสนิทของนารินก็เท่ากับว่าคิมไม่อาจพูดอะไรได้เลย
“วันนี้มืดแล้ว เอาไว้วันหลังค่อยแวะเข้าไปหานารินที่บ้านก็ได้” วีรันไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับผู้หญิงที่ชื่อว่าส้มหวาน แต่หากเธออยากเข้ามาเยี่ยมนารินเขาก็ไม่คิดขัด ดีซะอีกนารินจะได้เลิกคิดฟุ้งซ่านได้เจอเพื่อนบ้างคงดี ตั้งแต่หมั้นหมายกันมาเขาก็ไม่มีเวลาให้เธอเลย
“ไม่หรอกค่ะ... ฉันอยากไปตอนนี้ นารินอยู่แต่บ้านก็คงเหงา”
“แต่ว่า...” คิมพยายามจะขัดพร้อมกับมองหน้าเจ้านายของตน แต่วีรันยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม
“เอาเถอะ ๆ งั้นเอาเป็นว่าฉันจะพาเธอไปหานารินที่บ้าน จากนั้นเดี๋ยวจะให้คนรถขับไปส่งที่บ้านของเธอแล้วกัน”
“แต่ว่า.. คุณวีครับ...” คิมส่ายหน้าไม่เห็นด้วยพยายามจะหักห้าม
“งั้นดีเลยค่ะ คิดถึงนารินจังเลย... ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเข้าไปเยี่ยมบ่อย ๆ ”
ส้มหวานพูดอย่างดีใจพร้อมกับเหยียดยิ้มที่มุมปากก่อนจะโปรยสายตาไปมองคิมซึ่งอยู่ในชุดสูทเรียบร้อย คิมในตอนนี้มีสีหน้าลังเลใจพร้อมกับเค้นสายตาดุมองส้มหวาน ในเวลางานสถานะส้มหวานคือลูกน้องของเขา แต่ในสภาวะนี้เธอเป็นถึงเพื่อนสนิทของภรรยาเจ้านาย คิมจะไปขัดอะไรได้เล่า
รถคันหรูของประธานบริษัทวิรันดำรงกุลแล่นผ่านถนนเข้ามาในรั้วคฤหาสน์
“เชิญครับคุณวี” ยามประจำป้อมด้านหน้ากดรีโมตเปิดประตูรั้วไฟฟ้าให้ผู้้เป็นนาย
ดวงตาคู่สวยเฉี่ยวจับจ้องมองคฤหาสน์ทั้งหลังแห่งนี้ไม่วางตา หากเธอได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ก็คงจะดี ชีวิตของส้มหวานคงเสมือนได้กลับมาเป็นเศรษฐีเหมือนอย่างก่อนที่พ่อเธอจะล้มละลายเจ๊งไม่เป็นท่า
“ส้มหวาน ส้มหวาน? เหม่ออะไร?” ใบหน้าสวยตื่นจากภวังค์หลังชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะด้านข้างเรียกเธอ วีรันเป็นคนขับรถพาเธอมาที่นี่
“อะ เอ่อ ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันเหม่อมองคิดอะไรนิดหน่อย” ส้มหวานยิ้มแหย พลางยกมือมาปัดผมให้ทัดหู
ก็กำลังคิดว่า... ฉันอยากจะเป็นเมียคุณ อยากจะเป็นนายหญิงของคฤหาสน์หลังโตไงคะวีรัน ส้มหวานคิดในใจพร้อมยิ้มย่อง ไม่มีใครรอดพ้นไปจากเสน่ห์แสนเย้ายวนของเธอได้
“ลงไปด้านล่างกันเถอะ คุณอยากมาเจอนารินนี่”
” ค่ะ ฉันอยากเจอนารินเพื่อนรักจะแย่แล้ว” ส้มหวานพูดเสียงหวานหยดย้อย...หากชายหนุ่มสังเกตสักนิดจะเห็นว่าเธอมีใจให้
ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำเดินล้วงกระเป๋านำหน้าส้มหวานไปอย่างไม่รีรอ เธอรีบก้าวเท้ายาว ๆ เดินตามเข้าไปภายในคฤหาสน์
รองเท้าหนังเหยียบลงบนพื้นหินอ่อนสีครีมของตัวคฤหาสน์ ป้าอุ่นแจ้งกับเขาว่านารินรอทานข้าวอยู่ที่ห้องรับประทานอาหาร
“วี วันนี้กลับมาช้าจังเลยนะคะ”
หญิงสาวที่ในตอนนี้ไปอาบน้ำแต่งตัวเป็นชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีดำพร้อมกับผ้าคลุมไหล่สีขาวบาง ๆ เดินเข้ามาหาวีรัน แต่เมื่อดวงตาเหลือบไปเห็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่หลังวีรันเธอก็ชะงักไป
ใจของนารินสั่นระรัว เธอไล้สายตามองส้มหวานตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ส้มหวาน มาที่นี่ได้ยังไง? มาพร้อมกับวีรันอย่างนั้นเหรอ”
“สวัสดีจ้ะนาริน” ส้มหวานในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางจนแทบจะเห็นเนื้อในพร้อมกับกระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋สีแดงกับรองเท้าส้นสูงเข้าเซ็ตกัน ดูเซ็กซี่และเย้ายวนเกินกว่าชายคนใดจะละสายตาได้
นารินมองเพื่อนรักหัวจรดเท้า ไม่อยากจะเชื่อสายตา ส่วนหนึ่งก็เพราะการแต่งตัวที่ออกจะเซ็กซี่เกินไป แต่สิ่งสำคัญคือ...
“วี ส้มหวานมากับวีได้ยังไง?”
เธอไม่สนใจคำทักทายของเพื่อนแต่กลับตวัดสายตาไปถามว่าที่สามีซึ่งยืนนิ่งและยังคงใช้มือล้วงกระเป๋าอย่างใส่ใจ
“ตอนนี้ส้มหวานทำงานกับฉัน เป็นผู้ช่วยของคิมอีกที”
เขาตอบเสียงทุ้ม แสดงให้เห็นถึงอำนาจว่าเขาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนี้กับเธอก็ได้
“ไม่เห็นเคยเล่าให้รินฟังเลย”
“เธอเป็นเจ้านายฉันหรือไงถึงต้องรายงาน”
บทสนทนาที่ดูจะตึงเครียดไม่สมกับคู่รักเข้าใหม่ปลามันทำส้มหวานยิ้มกริ่มในใจ ดูท่าวีรันจะไม่ได้รักนารินเลยสักนิด ไม่มีความราบรื่นในชีวิตคู่ เห็นทีคงมีโอกาสให้เธอได้เข้าไปแทรกแซงฝ
“รินไม่ใช่เจ้านาย แต่รินเป็นเมียของวีไง”
“เหอะ ใช้คำว่าเมียเต็มปากเต็มคำไม่อายเพื่อนหน่อยรึไง เป็นลูกคุณหนูจากตระกูลชมลวรวรรณ คำพูดนี้ควรออกมาจากปากเธอรึเปล่า?”
นารินเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วใครก็รู้กัน แต่ในตอนนี้ กลับใช้คำว่าเมียกับเขา แม้ปากจะต่อว่าเธอแต่ในใจแกร่งกับรู้สึกเหมือนโดนสั่นคลอนอย่างหนัก นารินกำลังแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ... แถมยังใช้คำว่าเมีย หากเธอเรียกเขาว่าผัวบนเตียงล่ะ จากความจืดชืดมันอาจกลายเป็นความเร่าร้อน วีรันรู้สึกสยิวไปทั้งกายกับคำว่าเมียที่เธอพูด
เปรี้ยงง ซ่าา~ ไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยอะไรกันต่อ เสียงฟ้าร้องลั่นลงมาพร้อมกับเสียงฝนตกซู่ซ่า
“ตายจริง สงสัยข้างนอกจะฝนตกค่ะ” ส้มหวานทำทีตื่นตระหนกยกมือขึ้นกุมปากด้วยความตกใจพร้อมกับเสมองไปมา.. แต่ก็เป็นเพียงการเสแสร้งเท่านั้นแหละ เธอไม่ได้กลัวฝนตกอะไรเลย เพียงแต่หวังอย่างอื่นมากกว่า
“เดี๋ยวจะให้คนรถขับไปส่งที่บ้าน ส้มหวานบอกอยากมาทักทายเธอนาริน” เขาบอกกับว่าที่ภรรยาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใบหน้ายังคงเรียบนิ่ง
“ส้มหวาน เราเพิ่งเจอกันไปได้ไม่นาน แต่ไม่คิดเลยว่าเธอ... เธอจะมาทำงานกับวีรัน”
นารินมองไปทางส้มหวาน
“ที่จริงฉันเปลี่ยนงานกระทันหันน่ะ มีหลายอย่างเกิดขึ้นทำให้ฉันต้องมาทำงานที่นี่”
“งั้นหรอ....” นารินถามย้ำพร้อมเลิกคิ้ว
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวขึ้นไปอาบน้ำนอน เหนื่อย”
วีรันกะจะปล่อยให้สองสาวได้พูดคุยทักทายกันตามประสาเพื่อน ส่วนเขาก็จะหนีขึ้นไปอาบน้ำนอน
“ทานข้าวมาแล้วเหรอคะวี?”
นารินเอ่ยถามคนตัวใหญ่ที่กำลังจะเดินหันหลังหนี วีรันมักเป็นแบบนี้กับเธอเสมอ
“ใช่ เราสองคนทานกันมาแล้วจ้ะ แล้วนี่รินยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเหรอ?” คนที่ตอบกลับไม่ใช่วีรันแต่กลายเป็นส้มหวานพูดขึ้นมาแทน นารินรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ ห่วงเขาแทบตายแต่เขากลับตัดสายโทรศัพท์เธอทิ้งแล้วไปกับผู้หญิงคนอื่น แล้วทำไมผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาพัวพันกับวีรันจะต้องเป็นเพื่อนสนิทของเธอด้วย นั่นทำให้นารินเจ็บยิ่งกว่าเดิม
“งั้นเหรอ...แต่วันนี้ก็ค่ำมากแล้วแถมฝนก็ตก ฉันว่าเดี๋ยวให้คนรถขับไปส่งเธอที่บ้านก่อนดีกว่าเดี๋ยวเป็นอันตราย”
นารินยังไม่พร้อมคุยกับส้มหวานในวันนี้ มันมีความขุ่นมัวอยู่ในใจ นารินแม้จะเป็นคนจืดชืดไม่มีอะไรพิเศษแต่สิ่งสำคัญเลยคือเธอก็ไม่ใช่คนโง่
“ฝนตกหนักมากเลยนะข้างนอก... หากไม่เป็นการรบกวน ฉันจะขอค้างที่นี่ได้ไหม”
ส้มหวานทำท่ากอดตัวเองราวกับคนหนาวทั้งที่กระไอฝนไม่อาจกระเซ็นเข้ามาในคฤหาสน์หลังโตที่เต็มไปด้วยความแข็งแรงหลังนี้ได้
“ค้างที่นี่งั้นหรอ แต่ฉันไม่ได้เตรียมห้องนอนแขกไว้เลย เธออาจจะไม่สะดวกสบาย บางทีมันอาจมีฝุ่น” นารินตอบอย่างกระอักกระอ่วน หากจะไล่เพื่อนกลับไปทั้งที่ฝนตกหนักมันก็อาจจะดูใจร้ายใจดำ
“ไม่เป็นไร ฉันนอนได้...แค่อาศัยหลับนอนคืนเดียว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ติดรถไปทำงานกับวีก็ได้ เอ้ยไม่ใช่สิ ต้องเรียกคุณวีเพราะตอนนี้คุณวีรันเป็นเจ้านายของฉันน่ะ”
“คือ...” นารินรู้สึกลำบากใจอย่างที่สุด
“นะริน กลับไปทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้คงจะอันตราย ถนนน่าจะลื่น”
ส้มหวานเข้ามาจับมือของนาริน ส่วนวีรันในตอนนี้เดินออกจากห้องไปเป็นที่เรียบร้อย เขาเห็นสองสาวคุยกันซึ่งมันไม่ใช่ธุระกงการที่เขาจะอยู่ฟังต่อ
“คือ...” อยากปฏิเสธแทบขาดใจแต่ท้ายที่สุดนารินผู้แสนดีก็เห็นใจเพื่อน ไม่อยากให้ส้มหวานต้องฝ่าฝนกลับบ้าน
“นะ แค่คืนเดียวเอง... ฉันไม่อยากรบกวนเธอนานหรอก”
“อืม... ก็ได้”
ท้ายสุดแล้วในค่ำคืนนี้กลับไม่ได้มีเพียงคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ด้วยกัน หากแต่ยังมีส้มหวาน... เพื่อนสนิทของนารินมาร่วมพักค้างแรมในค่ำคืนนี้ด้วย
แม้ลำบากใจ...แต่ไม่อาจปฏิเสธคำขอของเพื่อนรักได้ นารินก้มหน้าก้มตาและสั่งให้แม่บ้านไปจัดการห้องนอนสำหรับแขก
“ขอบคุณนะ เธอนี่แสนดีที่สุดนาริน”
