บทที่ 5 สิ่งที่ข้าไม่ชอบ
หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้
"พี่ใหญ่ ไหนว่าจะดื่ม..." เสียงทุ้มนั่นหยุดชะงักเมื่อดวงตาสบตาเข้ากลับสตรีนางหนึ่งในชุดสีขาว ใบหน้าเล็กนั่นแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนก่อนจะยิ้มกว้างจนเผยลักยิ้มบนแก้มทั้งสองข้างนาง ความงามของนางล้มเมืองได้ ทุกอย่างในตัวนางงดงามราวกับเทพธิดาในชั้นฟ้าที่จุติลงมายังโลกมนุษย์ มือบางถือช่อดอกไม้หลากหลายสีสัน ดวงตากลมโตนั้นไร้เดียงสาเพ่งมองมายังเขาอย่างเป็นมิตร
"ข้าน้อยเหมยฮวา น้อมรับท่านแม่ทัพรองแห่งแคว้นฉิน" น้ำเสียงอันอ่อนหวานเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มดั่งบุปผาบานสะพรั่ง
ตึกตัก ตึกตัก
เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเขาทำให้แก้มแดงระเรื่อดังลูกท้อ แม่ทัพเช่นเขาเจอสตรีมากหน้าหลายตานับร้อย แต่ไม่เคยสตรีผู้ใดที่สามารถทำให้ตนประหม่าและไม่เป็นตัวเองเช่นนี้มาก่อน พลันนึกได้ว่านางเป็นบุตรีของท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหยียนที่กำลังจะกลายเป็นพี่สะใภ้ของตน
"ข้าซ่างเย่หมิง เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบพี่หญิงในวันนี้" แม้ว่าจะรู้สึกไม่สบอารมณ์กับคำว่าพี่หญิงเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้
"ข้าเองก็เช่นกัน" รอยยิ้มอันไร้เดียงสาของนางทำให้ตนรู้สึกอิจฉาไม่น้อยที่ได้หญิงงามทั้งกาย วาจาและใจเช่นนางมาครอบครอง ตนเองทำได้เพียงทนฝืนยิ้มกว้างให้นางและภาวนาในใจให้นางมีความสุขในการใช้ชีวิตอยู่ที่แคว้นนี้
เมื่อเวลาผ่านไปแม้ว่าจะยังไม่ถึงฤกษเข้าพิธีแต่งงาน แต่ทุกการกระทำของพี่ใหญ่ที่ปฏิบัติตนต่อนางมันช่างสร้างความหงุดหงิดใจให้เขาไม่น้อย กลายเป็นว่านางกลายเป็นนกน้อยไร้ปีกที่ถูกกักขังไว้ในกรง ถึงแม้ว่าตนเองจะแวะเวียนมาหาปล่อยๆ เพื่อปลอบใจนางให้คลายความทุกข์ใจทว่ากลับถูกส่งตัวไปปฏิบัติหน้าที่ต่างถิ่น
"พี่สะใภ้ ไยท่านถึงมานั่งที่นี่ อึก!" บุรุษร่างสูงนำกระต่ายตัวน้อยหมายจะให้นางยิ้มทว่ากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าใบหน้างดงามงามนั่นเขียวช้ำ พร้อมคราบน้ำตาที่อาบสองแก้มกลมแทบทำให้ตนไร้สติขึ้นมาในทันที
"ผู้ใดบังอาจทำร้ายท่าน!!"แววตาอันรุ่มร้อนดั่งเปลวเพลิงหมายจะเดินออกไปเพื่อหาตัวการร้ายมาทำลายเสียให้สิ้นซาก ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อมือบางกุมมือตนไว้แน่น
" อึก..ข้าพลาดเอง เจ้าอย่าวู่วามไปถือเสียว่าข้าขอร้อง อึก" น้ำเสียงเว้าวอนอย่างอ่อนโยนยิ่งทำให้ใจเจ็บปวดดั่งมีกระบี่ทิ่มแทงใจ
"พี่สะใภ้" เขานั่งยันเข่าลงเพ่งมองดวงตาใสที่เศร้าหมองก่อนจะโอบกอดนางไว้อย่างลืมตัว
"ฮื้อๆๆ อึก ฮื้อๆๆ "
"ร้องไห้ออกมาเถอะ ข้าจะซ่อนความอ่อนแอให้ท่านเอง" เขาเอ่ยขึ้นพลางโอบกอดนางไว้แน่นเพื่อกลบเกลื่อนเสียงสะอื้นร่ำไห้ของนางด้วยใจที่ทุกข์ระทม โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำเช่นนี้ได้อยู่ในสายตาคู่หนึ่งที่แสนเย็นชา แต่กลับซ่อนความเจ็บปวดบ่นความคับแค้นใจไว้ไม่แพ้กัน
ทางด้านเหมยฮวานางนั่งๆ กิน แล้วก็นอนไปวันๆ อย่างปลาเค็มเพราะทุกอย่างที่นางต้องการก็ทำจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการตบแต่งจวนใหม่ในแบบของนาง การแอบไปขโมยตำราในหอตำราของท่านแม่ทัพตามความเคยชิน ช่างน่าประหลาดใจที่หลายวันมานี้ซ่างจื่อเยวี่ยแทบไม่โผล่หน้าออกมาให้นางเจอเลยสักครั้ง หลังเรื่องในวันนั้น นางทราบข่าวเพียงว่าเขาออกไปทำราชกิจต่างถิ่นโดยมีหวานถิงติดสอยห้อยตามไปด้วยแทนที่จะเป็นว่าที่ฮูหยินเช่นนาง แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใด เพราะไม่เคยคิดจะไปไหนมาไหนกับท่านแม่ทัพใหญ่ใจโฉดเช่นเขาอยู่แล้ว
"หนังสือขอยกเลิกการแต่งงานที่ข้าส่งไปให้ท่านแม่ทัพใหญ่แคว้นเหยียน ทำไมถึงไม่มีการตอบกลับหรืออะไรเกิดขึ้นบ้าง? แปลกมาก!" นางเอ่ยเมื่อปิดตำราลง
"คุณหนู แม่ทัพใหญ่ที่ว่าคือท่านพ่อของคุณหนูนะเจ้าค่ะ" ข้ารับใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
"ลืมไป ใช่ท่านพ่อผู้แสนดีของข้าทำอะไรอยู่น่ะ" นางพูดขึ้นอย่างเบื่อหน่ายเพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีสิ่งใดให้นางทำเลย ดวงตากลมโตเบิกกว้างทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าควรทำในสิ่งที่เหมยฮวาผู้นี้กระทำจะได้สมกับเป็นฮูหยินเหมยฮวาผู้เพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน
"ปกติแล้วข้าชอบทำอะไร" นางยิ้มกว้างสดใสอย่างไร้เดียงสาจนข้ารับใช้เกาศรีษะเล็กน้อย
"คุณหนูชอบปลูกดอกไม้ ทำอาหาร เย็บปักถักร้อย เลี้ยงกระต่าย แล้วก็..."
"พอ พอ ทำไม่นางชอบทำอะไรน่าเบื่ออย่างนี้กัน" ฉันตัดจบก่อนจะรู้สึกปวดหัวไปมากกว่านี้
"เอ๊ะ!แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณหนูไม่ชอบทำเจ้าค่ะ!"
"อะไร?" ฉันถามขึ้นเพราะมันน่าสนใจ
