
บทย่อ
ในนิยายเป็นเพราะ "เหมยฮวา" รักท่านแม่ทัพใหญ่ อย่าง "ซ่างจื่อเยวี่ย" จนหมดใจ จึงยอมก้มหัวให้ทุกอย่างที่ต้องการ ทว่ากลับโดนท่านตอบแทนความรักนางด้วยยาพิษ "แต่ฉันยัยหมวย…คนนี้ดันทะลุมิติเข้ามาในร่างของนางผู้นี้ จะไม่ขอก้มหัวให้คนโหดเหี้ยมอย่างท่านอีก แม้ว่าตัวตายก็ขอตายอย่างมีเกรียติ!!!"
บทที่ 1 ทะลุมิติ
"ข้าศิโรราบให้ท่านทุกอย่าง ไยถึงทำเช่นนี้กับข้า!" น้ำใสไหลรินอาบสองแก้มนวลจนไม่อาจกลั้นไว้ได้อีก แม้ว่าบริเวณมุมปากของนางจะมีน้ำสีขุ่นทว่าแววตาคู่นั้นไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ร่างบางยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้นอันเย็นเฉียบสายตาเพ่งมองไปยังบุรุษร่างสูงผู้สง่าแต่กลับยืนพินหลังให้นาง ไร้ความห่วงใย ไร้ซึ่งคำร่ำลา ไร้ซึ่งความในใจให้นางรับรู้แจ่มแจ้งสักคราว่าด้วยเหตุใดเขาถึงกลับมอบจุดจบอันน่าเวทนาเช่นนี้ให้นางอย่างไร้เยื่อใย แต่ทว่ากลับเป็นตัวนางเองเสียได้ที่ไม่อาจละสายตาหรือปล่อยวางจากเขาไปได้
ความมืดมิดเริ่มเข้ามาเยือนพร้อมความเจ็บปวดที่แสนทรมานราวกับมีเข็มนับร้อยทิ่มแทงตรงกลางใจ ลมหายใจของนางเริ่มรวยรินและแผ่วเบาลงช้าๆ ดวงตาคู่สวยค่อยๆ หรี่ต่ำลงพร้อมกับร่างบางระหงที่ร่วงลงสู่พื้น นอนราบอย่างไร้เรี่ยวแรงเหมือนรับรู้ได้ว่าช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตได้มาเยือนแล้ว
ดอกเหมยฮวาร่วงลงสู่ร่างบางของนาง ต้นเหมยฮวาต้นนี้นางเป็นผู้ดูแลมันมาเองกับมือ บัดนี้กับไม่ได้เชยชมความงามพร้อมเขาผู้นั้นดั่งใจปรารถนา จบสิ้นแล้วหรือชีวิตอันไร้ค่าของนางที่มีใจหนึ่งเดียวต่อบุรุษผู้ที่รักสุดดวงใจ
พลึบ!!
เสียงหนังสือปิดลงอย่างว่องไวด้วยมือสตรีร่างอวบอ้วนใส่แว่นตาหนาเตอะแสยะยิ้มออกมาพร้อมส่ายหน้า ก่อนจะหยิบขนมที่กองพะเนินเท่าภูเขาอยู่เบื้องหน้ากินอย่างสบายอารมณ์
"น้ำเน่าสิ้นดี นางเอกก็น่ะ! เขาไม่รักก็ยังก้มหัวให้อีก เป็นไงล่ะตายอย่างไร้ค่า หึหึ ถ้าเป็นฉันน่ะจะเผาจวนแม่ทัพนั่น ให้มอดไหม้ไปเลย" เธอยิ้มก่อนจะหยิบขนมเต็มกำมือเข้าปากในคำเดียวอย่างเอือมระอา
"อึก!!" มืออ้วนกำคอตนเองพยายามกลืนก้อนขนมคำใหญ่ลงคอทว่ามันสายไปเสียแล้ว ร่างอ้วนดิ้นทุรนทุรายเหมือนรู้แล้วว่าตนเองไม่เหลือทางรอด ก่อนความมืดจะเข้ามาปกคลุมทุกอย่าง
'กลิ่นหอมๆ นี่มันอะไรกัน? เรากำลังขึ้นสวรรค์เหรอ? นี่แระน่า...ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว เย็นสบายจังเหมือนกำลังแช่ตัวอยู่ในน้ำเลย'
"เอ๊ะ! น้ำ!!" ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างหวาดหวั่นในทันที เมื่อพบว่าสัมผัสนั้นเสมือนจริงอย่างเคยพบเจอ
"ฮูหยิน เกิดเหตุใดขึ้นเจ้าค่ะ" เสียงใสที่ไม่คุ้นหูทำให้ร่างที่กำลังแช่น้ำยืนขึ้น และหันขวับไปอย่างรวดเร็ว
"ฮูหยิน!!!" พวกนางเหล่านั้นนั่งก้มหน้าลงอย่างไม่กล้าสบตาตัวสั่นเทาราวกับลูกนก เธอสัมผัสได้ถึงเย็นขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนที่จะก้มมองร่างกายอันเปลือยเปล่าของตนเอง จนรีบนั่งลงในอ่างอาบน้ำตามเดิมอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง เธอครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่งและปะติดปะต่อเรื่องราวที่ผ่านมาอย่างมีสติก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงดังฟังชัด
"สวรรค์ ที่นี่คงเป็นสวรรค์แน่ๆ เฮ่อ...โล่งอกไป อย่างน้อยก็ไม่ตกนรก" เธอยิ้มสดใสขึ้นพร้อมมองไปรอบๆ สิ่งรอบตัวและข้าวของเครื่องใช้เหมือนยุคจีนโบราณทุกอย่างอย่างตกตะลึงในความสมจริงก่อนจะยิ้มกว้างจนเห็นฟันในทันที
"เพราะอ่านนิยายจีนโบราณมากไป สวรรค์ที่ได้ถึงออกมาแบบนี้สิน่ะ มันเป็นผลกรรมดีๆ นี่เอง ฮ่าฮ่า ฉันพร้อมแล้ว" เธออ้าแขนออกเพื่อเป็นสัญญาณว่าต้องการแต่งตัวและพร้อมออกไปเผชิญหน้ากับโลกสวรรค์ของตนแล้ว พวกนางจึงทำตามคำสั่งของเธอด้วยการเตรียมชุดจีนโบราณสีขาวที่โปรดปรานเพื่อสวมใส่ให้นางเหมือนเช่นเคย
"ไม่เอาๆ ผอมเพรียว หุ่นดีแบบนี้ทั้งที ฉันขอเป็นชุดที่มีสีสันสักหน่อย สีแดงจี๊ดจ๊าดไปเลยจ้า" เธอพยักหน้าปิดตาพร้อมเผยยิ้มแก้มปริอย่างสุขใจ แต่ทว่าทุกคนกลับแน่นิ่งลงด้วยความไม่เข้าใจ
"ฮูหยินโปรดปรานที่ขาวดำ ไยถึง..." นางผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เสมือนเธอนั้นเป็นนางยักษ์จะกลืนกินพวกนางทุกเวลาอย่างนั้นเสียได้
"ฮูหยิน ฉันเป็นฮูหยินของใคร ฮ่ะ! พูดเพ้อเจ้ออะไรกัน ฮูหยินบ้าบออะไร?" ฉันตะโกนออกไปอย่างไม่เข้าใจ
"ของข้า!!"
เสียงเข้มดังขึ้นมาจากนอกจวน เสียงดังฟังชัดจนร่างบางต้องพินหลังกลับไปมองตามที่มาของเสียง เบื้องหน้าตนนั้นได้ปรากฏร่างบุรุษในชุดจีนโบราณสีดำสลับแดงเดินเข้ามาอย่างองอาจ อกพายไหล่พึ่งแลดูสง่าผ่าเผยราวกับเป็นเทพพิทักษ์แห่งสรวงสวรรค์ยิ่งนัก ใบหน้าเรียว คิวโค้งดั่งคันศร ริมฝีปากหนาอมน้ำตาลได้รูป จมูกโด่งคมสันดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน ทว่ามีเพียงแววตาคู่นั้นที่กลับเรียบเฉยดั่งทะเลทรายที่แห้งแล้งไร้ความสมดุลกับรูปร่างหน้าตาเสียจริง
"ท่านแม่ทัพใหญ่" นางเหล่านั้นก้มหน้าลงต่ำอย่างเคารพ และหวาดหวั่นใจไม่น้อย
