ตอนที่6 ข้าจะไม่รักท่านอีกแล้ว
ตอนที่6ข้าจะไม่รักท่านอีกแล้ว
เมืองหลวง
ยามค่ำในคืนวันลอยโคม เมืองหลวงสว่างไสวไปด้วยแสงของโคมไฟกระดาษลายต่าง ๆ
ถนนใหญ่และตรอกเล็กเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาปล่อยโคม ขอพรกันมากมาย ใต้แสงจันทร์เต็มดวง แสงโคมกระดาษสีแดง ส้ม เหลือง แขวนเรียงรายตลอดแนวหลังคาร้านรวงและศาลาเจ้า
เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาท่ามกลางเสียงคนขายโคมเรียกลูกค้า เสียงดนตรีแผ่วเบาลอยมาตามสายลมเย็นในยามราตรี
จวนเจิ้งอันอ๋อง
ภายในเรือนที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม แสงจากโคมแดงส่องสะท้อนโต๊ะไม้ขัดมัน ผ้าม่านบางสีฟ้าอ่อนปลิวแผ่วเมื่อสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามา
พระชายาซ่งเหยียนเอ๋อร์ นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ใบหน้านางงดงามราวภาพวาด มือเล็กค่อย ๆ ทาแป้งบาง ๆ ลงบนใบหน้างามนั้น ก่อนจะแต้มสีแดงระเรื่อลงบนริมฝีปากบางได้รูปของนางอย่างพิถีพิถัน พร้อมเผยรอยยิ้มหวาน เมื่อคิดถึงค่ำคืนนี้ที่นางนั้นรอคอยมาทั้งวันที่จะได้เดินชมโคมในงานเคียงคู่กับสามีตนเองเพราะเมื่อเช้าเขารับปากนางไว้แล้ว
ไม่นาน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นหน้าประตูห้อง พร้อมร่างของสาวใช้คนสนิท ซิงอี ในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มรีบเข้ามาด้วยใบหน้ากระวนกระวาย
“คุณหนูเจ้าค่ะ เมื่อกี้บ่าวไปซื้อโคม เห็นท่านอ๋องเดินอยู่กับคุณหนูรอง แล้วท่านอ๋องยังซื้อโคมไฟกระต่ายน้อยให้คุณหนูรองด้วยเจ้าค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของซ่งเหยียนเอ๋อร์ค้างอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ หายไป ดวงตาพลันเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว มือบางกำตลับแป้งหอมแน่นจนมือสั่น
“ซ่งหว่านอวี้… ไหนเจ้าสัญญากับข้าว่าจะเลิกยุ่งกับท่านอ๋อง… เจ้าก็เหมือนกับแม่เจ้าไม่มีผิด นางอนุชั้นต่ำ!”
น้ำเสียงของนางสั่นด้วยความโกรธ แฝงไปด้วยความเจ็บปวด ลมหายใจของนางแรงขึ้นจนหน้าอกสั่น
ร่างบางลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายกระโปรงผ้าต่วนสีชมพูอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลมจากการเคลื่อนไหว แววตาเต็มไปด้วยเพลิงโกรธที่พร้อมจะลุกไหม้
“ไป!”
สิ้นคำ ก็สะบัดชายกระโปรงเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ด้วยอารมณ์โกรธ ซิงอีรีบก้าวตามนายตนเองไปทันที
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ถือโคมเดินเรียงกันตามสะพานหินอ่อนและริมสระน้ำ ซ่งเหยียนเอ๋อร์ในชุดชมพูอ่อนเดินฝ่าผู้คนมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ
นางทอดสายสายไปยังสะพานกลางน้ำ บนนั้นภาพที่บาดตาก็ปรากฏชัดเต็มสองตา
ซ่งหว่านอวี้ในชุดสีขาวนวลกำลังยืนอยู่ในอ้อมแขนของเจิ้งอันอ๋อง ใบหน้าทั้งสองใกล้กันภายใต้แสงโคมรอบด้าน แสงไฟสะท้อนแววตาเขาที่มองนางช่างอ่อนโยน
ภาพนั้นเหมือนเข็มนับพันเล่มทิ่มแท่งกลางใจ ซ่งเหยียนเอ๋อร์กัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซึม
“ซ่งหว่านอวี้ เจ้าช่างกล้ามายั่วยวนท่านอ๋อง”
เอ่ยจบ ก็ก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังสะพานทันที
ชิงอี สาวใช้คนสนิทต้องรีบยกชายกระโปรงก้าวเร็วตามติด
ไม่นานนัก นางก็มาหยุดตรงหน้าร่างบางที่ถือโคมกระต่ายน้อยในมือ
“ซ่งหว่านอวี้!”
ซ่งหว่านอวี้หันมาตามเสียงเรียก ใบหน้างดงามของนางแต้มรอยยิ้มบาง ก่อนจะย่อตัวคำนับอย่างนอบน้อม
“พี่หญิง…”
แค่เพียงเสียงนั้นกับใบหน้าใสซื่อของซ่งหวานอวี้ ความโกรธที่สะสมในใจของซ่งเหยียนเอ๋อร์ก็ระเบิดทันที
เพียะ!
ฝ่ามือของซ่งเหยียนเอ๋อร์ตวัดฟาดแก้มนวลอย่างแรงจนศีรษะซ่งหว่านอวี้หันไปตามแรงตบนั้น
“เจ้าคิดจะแย่งท่านอ๋องกับข้างั้นหรือ!”
พูดจบ นางพุ่งเข้าไป บีบคอซ่งหว่านอวี้ทันที มือทั้งสองบีบแน่นจนร่างบางดิ้นรน มือของซ่งหวานอวี้ยกขึ้นจับแขนพี่สาวด้วยความตกใจ ผู้คนรอบข้างเริ่มแตกตื่น แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้
ชิงอี เห็นเจ้านายเสียเปรียบจึงรีบเข้าไปช่วยแยกออก แต่ความวุ่นวายทำให้ทั้งสามเสียหลัก
ตูม!
เสียงน้ำแตกกระจาย ร่างทั้งสาม ตกลงไปในสระน้ำลึก
น้ำเย็นจัดโอบรัดร่างทันที ร่างทั้งสามจมหายไปใต้ผิวน้ำที่แตกกระเพื่อม
ถิงหลัน สาวใช้ของซ่งหว่านอวี้ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล เห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งไปตามเจิ้งอันอ๋อง ที่กำลังซื้อผลไม้เชื่อมอยู่
เพียงชั่วพริบตา เจิ้งอันอ๋องที่ทราบเรื่องจากสาวใช้ก็รีบวิ่งตรงไปยังสระน้ำ แล้วกระโดดลงน้ำโดยไม่ลังเล
น้ำเย็นบาดร่าง แต่เขาว่ายน้ำตรงไปยังร่างบางของซ่งหว่านอวี้ที่กำลังจมลงสู่ความมืดในน้ำ ลำแสงจากโคมรอบ ๆ สะท้อนบนผิวน้ำเหมือนประกายไฟที่แตกกระจาย
เจิ้งอันอ๋องโอบร่างบางของนางไว้ในอ้อมแขนแน่น แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอ่อนโยนและเป็นห่วง
ซ่งเหยียนเอ๋อร์ ที่กำลังดิ้นรนในน้ำมองภาพนั้นอย่างชัดเจน
เขา… ช่วยผู้หญิงอีกคน โดยไม่แม้แต่จะมองนางเลยแม้แต่น้อย
หัวใจของซ่งเหยียนเอ๋อร์บีบรัดแน่นด้วยความเจ็บปวด น้ำตาที่ร้อนผ่าวไหลออกมาแต่กลับหายไปกับสายน้ำเย็นเฉียบ
“หลี่เหวินซู่… ชาตินี้ ข้าช่างโง่เขลาที่หลงรักท่าน…”
มือเย็นเฉียบของนางค่อย ๆ คลายออกจากการดิ้นรน ดวงตาที่เคยสว่างค่อย ๆ มืดลง
“จากนี้… สตรีร้ายกาจผู้นี้จะไม่รักท่านอีก…”
เสียงในใจแผ่วเบาราวสายลมยามราตรี ก่อนร่างของนางจะค่อย ๆ จมลงสู่ความมืดเบื้องล่าง ปล่อยให้แสงโคมลอยอยู่เหนือผิวน้ำท่ามกลางเสียงโคมแตกดับ
….
