สตรีร้ายกาจผู้นี้จะขอคืนท่านให้นาง

46.0K · จบแล้ว
คุณยายจิ้งจอก
31
บท
2.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จากนี้… สตรีร้ายกาจผู้นี้จะไม่รักท่านอีก… นางหลงรักเขาวางแผนจนได้กลายเป็นชายาของเขา… แต่เขากลับเลือกช่วยสตรีอื่น ปล่อยให้นางสิ้นใจอย่างไม่ใยดี… เมื่อ สวรรค์มีเมตตาให้นางย้อนกลับมาอีกครั้ง ครานี้นางจะขอคืน เขา ให้กับ สตรีที่เขารัก แล้วจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกันอีก…

นิยายจีนโบราณนิยายรักท่านอ๋องดราม่าจีนโบราณพระชายาเกิดใหม่ในนิยาย18+คนในใจ

ตอนที่1 ปฐมบท

ปฐมบท ตอนที่ 1 งานเลี้ยง

จวนเสนาบดีซ่ง

สายลมอ่อนแผ่วพัดลอดผ่านหน้าต่าง ม่านบางพลิ้วไหวตามแรงลม ภายในห้องของคุณหนูตระกูลซ่ง

ซ่งเหยียนเอ๋อร์นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ทอดสายตามองเงาสะท้อนใบหน้างดงามของตนเองอย่างพึงพอใจ

ชิงอีสาวใช้คนสนิท ค่อย ๆ ปักปิ่นหยกลงบนเรือนผมดำขลับอย่างระมัดระวัง ก่อนจะผละออกไปหยิบเสื้อคลุมผ้าไหมบางเบาสีชมพูอ่อน แล้วกลับมาหยุดยืนเคียงข้างพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

“ไปกันเถอะเจ้าค่ะคุณหนู”

“อืม”

ซ่งเหยียนเอ๋อร์รับคำ พลางลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม

ชิงอีก้าวเข้ามาสวมเสื้อคลุมให้อย่างอ่อนโยน มือเรียวปรับจีบผ้าให้เรียบร้อย ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวออกจากห้อง เดินตรงไปยังลานกว้างในจวน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ของสองนายบ่าวกึกก้องอยู่ในความเงียบสงบในยามเช้า รถม้าคันหรูจอดรออยู่ที่เบื้องหน้า

“พี่หญิง”

เสียงใสดังขึ้นเบื้องหน้า ซ่งหว่านอวี้ในชุดสีฟ้าครามอ่อน ก้าวมาพร้อมกับถิงหลัน สาวใช้คนสนิทของนาง ทั้งสองหยุดยืน แล้วย่อลงคารวะอย่างนอบน้อม

ซ่งเหยียนเอ๋อร์เหลือบตามองเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบือนหน้าไปเสียเฉย ๆ แล้วก้าวผ่านไปโดยไม่ได้ใส่นัก

ซ่งหว่านอวี้ยังยืนอยู่ที่เดิม สายตาอ่อนโยนทอดมองตามแผ่นหลังของพี่สาว แม้ริมฝีปากจะมีรอยยิ้มบาง แต่ในดวงตากลับแฝงเร้นไปด้วยความขมขื่น มือบางกำแน่นใต้แขนเสื้อ

….

วังหลวง

ตำหนักเฟิ่งฮวา

ภายในตำหนักที่จัดพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาไทเฮา เสียงพิณแผ่วเบาดังคลอไปกับการร่ายรำของบรรดานางรำจากหอหลวง

บรรดาขุนนางผู้ใหญ่ เชื้อพระวงศ์ และเหล่าคุณหนูและคุณชายในตระกูลสูงศักดิ์ต่างจับจองที่นั่งตามฐานันดร บรรยากาศในงานคึกคัก

ซ่งเหยียนเอ๋อร์ บุตรีของเสนาบดีซ่ง นั่งอยู่กลางกลุ่มเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ ขณะสายตาทอดมองนางรำกลางลานด้วยใบหน้าอารมณ์ดี มือขาวยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างาม

“คุณหนูซ่ง”

เสียงหวานเสียดหูของคุณหนูสกุลจางดังขึ้นทำลายความเงียบอย่างจงใจ

“ข้าได้ยินมาว่าท่านเสนาบดีซ่ง เพิ่งรับบุตรสาวนอกสมรสกลับเข้าจวนเมื่อไม่นานมานี้จริงหรือไม่เจ้าค่ะ”

ปลายนิ้วของซ่งเหยียนเอ๋อร์ที่กำลังจะแตะขนมถั่วกวนหยุดชะงักชั่วขณะ

เสียงซุบซิบของเหล่าคุณหนูรอบข้างดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ

“ได้ยินว่า งดงามอ่อนหวานยิ่งนัก… มิทราบว่าสตรีอ่อนแอเช่นนั้น… จะถูกพี่สาวข่มเหงหรือไม่”

“ช่างน่าสงสารยิ่งนัก”

บางคนหัวเราะเบา ๆ พลางปิดปาก บ้างแสร้งถอนใจด้วยสีหน้าเสียดสี

ซ่งเหยียนเอ๋อร์ทอดถอนลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันหน้าไปที่วงสนทนานั้น ดวงตาคมกริบของนางนิ่งสนิท นางกวาดสายตามองเหล่าคุณหนูส่งศักดิ์ทีละคน บรรยากาศพลันเงียบงัน เหล่าคุณหนูทั้งหลายต่างก้มหน้าก้มตาจิบชากันเงียบ ๆ อย่างมิกล้าสบตา

ซ่งเหยียนเอ๋อร์หันกลับมาหยิบขนมถั่วกวนเข้าปากอย่างสงบ แล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นแล้ว ก้าวออกจากงานไป พร้อมกับชิงอีสาวใช้คนสนิท

ณ สวนหลวง

สายลมแผ่วพัดกลีบดอกท้อละอองปลิวคลุ้งไปทั่วทางเดินหินที่ทอดยาวผ่านเรือนพฤกษา ซ่งเหยียนเอ๋อร์ในอาภรณ์บางเบาสีชมพูอ่อน ก้าวเดินเงียบ ๆ สายตาทอดมองชื่นชมดอกท้อที่กำลังผลิบาน

นางก้าวชมความงดงามของสวนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้าวขึ้นสะพานหินที่ทอดข้ามสระบัวกลางสวน

ขณะนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นมาจากอีกฟากของสะพาน

“ระวัง!!”

ชิงอีเปล่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ แต่ก็สายเกินไป

นางกำนัลสองนางวิ่งถือถาดในมือ โดยไม่ทันระวัง พุ่งชนเข้ากับร่างของซ่งเหยียนเอ๋อร์อย่างจัง แรงกระแทกทำให้นางเซถลาไปทางขอบสะพาน

กึก!

ร่างบางกระแทกขอบสะพานเสียงดัง ก่อนจะเสียหลักล่วงลงจากสะพาน

“อ๊ะ!!”

เสียงหวีดร้องดังขึ้นท่ามกลางกลีบดอกไม้ที่ปลิวว่อนในอากาศ

แต่ก่อนที่ร่างงามจะสัมผัสผิวน้ำเย็นเฉียบ เสี้ยวนาทีต่อมา มือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าร่างของนางเข้าสู่อ้อมแขนมั่นคง

ฟึ่บ!

ชายผ้าแพรตวัดพลิ้วกลางอากาศ เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งกระโจนขึ้นจากผิวน้ำด้วยความคล่องแคล่ว พร้อมร่างบางในอ้อมแขน

เจิ้งอันอ๋องโอบร่างของซ่งเหยียนเอ๋อร์แน่นแนบอก กลิ่นกายหอมของนางลอยอบอวลอยู่ปลายจมูกเขา

ซ่งเหยียนเอ๋อร์หลับตาแน่นด้วยความตกใจ แต่เมื่อสัมผัสถึงไออุ่นและแรงโอบรัดร่างตนอย่างมั่งคง นางจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ และเมื่อสบใบหน้าคมคายตรงหน้า หัวใจก็พลันเต้นสะท้าน

คิ้วดกเข้ม แววตาคมลึก ริมฝีปากหยักเม้มแน่นด้วยความตึงเครียดกลับยิ่งน่าหลงใหล

“…บุรุษผู้นี้ช่างงดงามยิ่งนัก…”

ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจนางอย่างไม่ทันยั้ง

เจิ้งอันอ๋องวางร่างบางลงบนพื้นริมสระอย่างเบามือ ท่ามกลางสายลมเย็น

“ท่านอ๋อง!”

เสียงขององค์รักษ์ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงในชุดสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

เจิ้งอันอ๋องยังคงยืนนิ่ง มองใบหน้านางที่ยังมึนงง

“เจ้าจะมองอีกนานหรือไม่?”

คำพูดนั้นทำให้ซ่งเหยียนเอ๋อร์ได้สติกลับคืนมา นางรีบปล่อยมือจากเขา แล้วถอยออกก้าวหนึ่ง ย่อกายคารวะอย่างลนลาน

“ขะ… ขอบพระทัยเพคะ…”

เจิ้งอันอ๋องเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อย แววตายังนิ่งเรียบ ก่อนจะหมุนกายอย่างไม่เอ่ยคำใดอีก

“คุณหนู! ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ!?”

เสียงของชิงอีดังขึ้นมาพร้อมกับร่างบางที่วิ่งตรงเข้ามาอย่างตื่นตระหนก ซ่งเหยียนเอ๋อร์หันไปมองสาวใช้ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ

“ข้าไม่เป็นไร”

จากนั้นนางจึงหันกลับไปอีกครั้ง แต่เจิ้งอันอ๋องได้เดินจากไปแล้ว แผ่นหลังสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มค่อย ๆ ลับหายไปในม่านเงาไม้

ดวงตาคู่งามยังคงจ้องมองตามอย่างไม่อาจละ

“คุณหนูท่าน…”

ชิงอีเอ่ยเบา ๆ ขณะมองสีหน้าเหม่อลอยของคุณหนูตน

ซ่งเหยียนเอ๋อร์ยิ้มบาง ๆ แก้มขึ้นสีระเรื่อ ก่อนจะหมุนกายกลับ

“เราไปกลับกันเถอะ”

ชิงอีก้าวตามไปอย่างเร่งรีบ