บท
ตั้งค่า

ตอนที่5ราชโองการ

ปฐมบท ตอน ราชโองการ

จวนเสนาบดีซ่ง

เสียงฆ้องดังก้องกังวานจากหน้าประตูจวน บ่าวรับใช้ที่กำลังทำงานต่างพากันหยุดชะงัก รีบวิ่งกรูออกมาดูด้วยความตื่นตระหนก เสียงกระซิบกระซาบดังไม่ขาดสาย

“ขันทีจากวังหลวง”

ประตูใหญ่ถูกผลักเปิดกว้าง ขันทีอาวุโสในชุดผ้าไหมสีเหลืองทอง ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม เบื้องหลังเป็นทหารราชองครักษ์สวมชุดเกาะเงินแวววาวเรียงรายสองข้าง ขบวนทหารอีกหลายคนแบกหีบบรรจุของกำนัลและสินสอด

ขันทีอาวุโสยืนอยู่โถงใหญ่หน้าจวน เอ่ยเสียงดังกังวาน

“ราชโองการจากฝ่าบาท”

ไม่นาน เสนาบดีซ่ง ซ่งฮูหยิน และบุตรสาวทั้งสอง ซ่งเหยียนเอ๋อร์และ ซ่งหว่านอวี้ ก็พากันก้าวออกตากเรือนใหญ่ เข้ามาหยุดยืนเรียงกันในห้องโถงรอรับราชโองการ

ขันทีอาวุโสซูแผ่นราชโองการสีเหลืองทองเหนือศีรษะ ทุกคนในห้องโถงต่างคุกเข่าลงพร้อมกัน

ขันทีอาวุโสกางแผ่นราชโองการสีเหลืองทองออก แล้วเริ่มอ่านด้วยน้ำเสียงสูงต่ำเป็นจังหวะชัดเจน

“ราชโองการจากฝ่าบาท ด้วยใต้หล้าสงบสุข ข้าปรารถนาจะเชิดชูคุณงามความดีของสตรีตระกูลซ่ง ซ่งเหยียนเอ๋อร์ บุตรีเสนาบดีซ่ง ผู้ได้ช่วยเหลือเจิ้งอันอ๋องให้รอดพ้นจากเภทภัย จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานสมรสให้กับเจิ้งอันอ๋องและ ซ่งเหยียนเอ๋อร์ เพื่อเป็นเกียรติและสืบสายสัมพันธ์แห่งราชสำนัก ให้เข้าพิธีมงคลในวันที่สิบห้าค่ำ เดือนหน้า จบราชโองการ”

เมื่ออ่านจบ ขันทีอาวุโสก็ม้วนแผ่นราชโองการเก็บอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม

“ซ่งเหยียนเอ๋อร์ รับราชโองการ”

ซ่งเหยียนเอ๋อร์ยื่นมือขึ้นรับม้วนราชโองการ ดวงหน้างามผ่องฉายรอยยิ้มอ่อนหวาน เอ่ยเสียงใส

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ขันทีอาวุโสหันไปสบตาเสนาบดีซ่ง พร้อมยิ้มอย่างยินดี

“ยินดีด้วย ท่านเสนาบดีซ่ง”

เสนาบดีซ่ง ยิ้มตอบพลางเอ่ยขึ้น

“ขอบคุณท่านมาก จางกงกง”

ขันทีอาวุโสพยักหน้ารับ ก่อนจะประสานมือโค้งกายคารวะอย่างนอบน้อมพลางเอ่ยขึ้น

“เช่นนั้น ข้าขอตัวกลับก่อน”

“เชิญ… เชิญ…”

เสนาบดีซ่งเอ่ยพลางผ่ายมือ กำลังจะก้าวไปส่ง แต่เสียงประกาศก้องจากหน้าจวนทำให้ทุกคนชะงัก

“เจิ้งอันอ๋องเสด็จ!”

สิ้นเสียง ร่างสูงในอาภรณ์หรูหราสีน้ำเงินเข้มปักลายมังกรทองก็ปรากฏกายขึ้นที่ประตูจวน เจิ้งอันอ๋องก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม แผ่รัศมีเย็นขรึมจนผู้คนต่างก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม

ซ่งหว่านอวี้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้าง ถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น เมื่อมองเห็นใบหน้าคมที่คุ้นเคยนั้นชัดเจน ใบหน้านางซีดเผือด ริมฝีปากกัดแน่นด้วยความริษยา ดวงตาแดงเรื่อ

“เจิ้งอันอ๋องงั้นหรือ…”

มือเล็กกำแน่นจนข้อมือขาวซีด ความเจ็บปวดและความอิจฉาสุมอยู่เต็มอก

“เหตุใด… นางถึงเหนือข้าไปเสียทุกอย่าง!”

เสียงในใจผุดขึ้นอย่างเจ็บใจ

เจิ้งอันอ๋องก้าวผ่านแถวบ่าวไพร่และผู้คนในจวน สายตาคมสบเข้ากับ สายตาของ ซ่งเหยียนเอ๋อร์ที่ยืนยิ้มบางรอเขาอยู่

ขณะที่เขากำลังก้าวเข้าใกล้ ซ่งหว่านอวี้ที่กำลังลุกขึ้นยืนช้า ๆ อยู่ข้างทาง ประหนึ่งจะหลบทางให้ แต่ทันใดนั้น ร่างบางกับโอนเอนเซถลามาข้างหน้า ล้มลงตรงหน้าราวบุปผาต้องลม

มือแกร่งของเจิ้งอันอ๋องยื่นออกไปคว้าร่างบางตามสัญชาตญาณ คว้าเอวบางของนางไว้แน่น ก่อนจะประคองนางขึ้นมายืนอย่างมั่นคง ถิงหลันรีบถลาเข้ามาประคองร่างของคุณหนูของตนทันที

ซ่งหว่านอวี้ก้มหน้าย่อกายเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ขอบพระทัยเพคะ… ท่านอ๋อง”

เจิ้งอันอ๋องเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่เอ่ยคำใด จากนั้นทั้งสองก็หันหลังก้าวออกไปทันที

ทันใดนั้น ผ้าเช็ดหน้าสีขาวเนียนก็ร่วงหล่นจากมือ ซ่งหว่านอวี้ ลอยร่วงลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา

ซ่งเหยียนเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ รีบก้าวตรงไปเก็บขึ้นมาก่อนที่เจิ้งอันอ๋องจะก้มลง มือเล็กบีบผ้าผืนนั้นแน่นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของนางแฝงไปด้วยความน้อยใจ

เจิ้งอันอ๋องเพิ่งจะอ้าปากเอ่ย แต่ซ่งเหยียนเอ๋อร์กลับตัดบททันที น้ำเสียงเรียบเย็น

“เชิญท่านอ๋องตามสบายเพคะ… หม่อมฉันรู้สึกไม่สบายขอตัวไปพักก่อน”

กล่าวจบ นางก็หมุนกายก้าวออกไปโดยมิได้เหลียวหลัง

……

ยามซวี

ณ ห้องของ ซ่งหว่านอวี้

ภายในเรือนที่เงียบสงบ แสงตะเกียงน้ำมันส่องวาววับเพียงริบหรี่ ซ่งหว่านอวี้นั่งอยู่กลางห้อง มือเรียวถือถ้วยชาจิบช้า ๆ กลิ่นชาหอมกรุ่นลอยคลุ้ง ถิงหลันยืนอยู่ข้างกายนาง

เสียงฝีเท้าแผ่วแต่หนักแน่นค่อย ๆ ใกล้เข้ามา เพียงครู่ ร่างของ ซ่งเหยียนเอ๋อร์ก็ก้าวผ่านประตูเข้ามาใบหน้านิ่งเย็นเยียบ

ซ่งหว่านอวี้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เปล่งเสียงอ่อนหวาน

“พี่หญิง…”

แต่แววตาของซ่งเหยียนเอ๋อร์กลับฉายแววดุดันดังคมมีด นางก้าวตรงมาหยุดเบื้องหน้า มือเล็กดึงผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกจากแขนเสื้อ วางกระแทกลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงเต็มฝ่ามือ

“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ… เขาเป็นของข้า อย่าคิดจะยั่วยวนเขาอีก”

ซ่งหว่านอวี้ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ ฝ่ามือเล็กกลับฟาดลงบนแก้มงามของนางอย่างแรงสองคราเสียงดังชัดก้องในห้องเงียบ

“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!”

“คุณหนู!!”

ถิงหลันรีบประคองร่างคุณหนูของตน ซ่งหว่านอวี้รีบยกมือกุมแก้ม ดวงตาสั่นระริกด้วยความโกรธ

“สีหน้าแสร้งของเจ้าช่างน่ารำคาญเสียจริง”

ซ่งเหยียนเอ๋อร์เอ่ยขึ้นพลางหยิบถ้วยชาขึ้น มองน้ำชาสีอำพันในถ้วยด้วยแววตาคมเฉียบ เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“หากข้ายังเห็นเจ้ายั่วยวนท่านอ๋องอีก สิ่งที่เจ้าปกปิดไว้… ข้าจะบอกท่านพ่อเอง ลองดูเถิด ว่าเมื่อความสกปรกของเจ้าถูกเปิดเผย เจ้ายังแสร้งทำหน้าซื่อเช่นนี้ได้หรือไม่”

สิ้นคำ นางสะบัดข้อมือ สาดน้ำชาใส่หน้าซ่งหว่านอวี้อย่างไม่ลังเล

น้ำชาไหลรินลงแก้ม ซ่งหว่านอวี้ยืนนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ แต่ริมฝีปากกลับเม้มแน่น

ซ่งเหยียนเอ๋อร์หันกายก้าวออกจากห้องอย่างไม่เหลียวหลัง ก้าวออกอย่างเยือกเย็น

ซ่งหว่านอวี้กำมือแน่น สายตามองตามแผ่นหลังนั้น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธและริษยา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel