ตอนที่4ข้าอยากแต่งงกับท่าน
ปฐมบท ตอนที่ 4 ข้าอยากแต่งงานกับท่าน
เรือนฮวาซิ่ว
สายลมอ่อนพัดต้องบานหน้าต่าง ม่านบางที่กั้นอยู่พลิ้วไหวตามแรงลม
เจิ้งอันอ๋องนั่งอยู่บนเตียงไม้ รอบดวงตาถูกพันด้วยผ้าสีขาวสะอาด
ซ่งเหยียนเอ๋อร์ก้าวเข้ามาอย่างเงียบงัน ก่อนตะย่อกายลงนั่งเบื้องหน้า มือเล็กค่อย ๆ ปลดผ้าปิดตาที่พันอยู่รอบดวงตาออกทีละชั้น
ครั้นผ้าหลุดออกหมด เจิ้งอันอ๋องก็ลืมตาขึ้น สายตาคมลึกจับจ้องใบหน้างามตรงหน้าไม่กระพริบ ซ่งเหยียนเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายใส นางยกมือเล็กขึ้นโบกเบา ๆ
“ท่านมองเห็นหรือไม่”
เจิ้งอันอ๋องเพียงพยักหน้า สีหน้าเรียบนิ่ง
รอยยิ้มผุดขึ้นบนเรียวปากของนาง แววตานางเต็มไปด้วยความยินดี แต่เมื่อสายตาคมนั้นยังคงจ้องนางเนิ่นนาน ความร้อนผ่าวก็ไล่ขึ้นสู่สองแก้มนวล ซ่งเหยียนเอ๋อร์รีบก้มหน้าหลบสายตาเอ่ยขึ้นแผ่วเบา
“อืม… สายแล้ว เดี๋ยวข้าจะเปลี่ยนยาให้”
เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะขยับกายเข้าใกล้ นางเบือนสายตาออกด้วยความขวยเขิน เอื้อมมือไปปลดเสื้อบุรุษตรงหน้าออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นผ้าพันแผลที่พันแน่น รอบอก
มือเรียวค่อย ๆ คลายผ้าพันแผลออก ปลายนิ้วแตะลงบนผิวกายอุ่นอย่างแผ่วเบา แผลปิดสนิท สมานเรียบร้อยแล้วนางยิ้มบาง เอ่ยเสียงนุ่ม
“แผลสมานแล้ว”
นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ประจวบกับสายตาคมคู่นั้นที่ทอดลงมาจับจ้องดวงหน้านาง ทั้งสองสบตากันโดยไม่ได้ตั้งใจ ราวโลกทั้งใบหยุดหมุน
ทันใดนั้น
ปัง!
เสียงประตูถูกผลักเปิดอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของเสนาบดีซ่งปรากฏอยู่หน้าประตู ตามด้วยชิงอีที่ยืนตัวสั่นอยู่ และบ่าวในจวนอีกสองคน
ซ่งเหยียนเอ๋อร์สะดุ้ง หันขวับไปตามเสียง ครั้นเห็นใบหน้าบิดา ดวงตากลมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
“ท่านพ่อ!”
เสนาบดีซ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงประตู ใบหน้าฉายแววเย็นเฉียบ ดวงตาคมกร้าวกวาดมองบุตรสาวที่นั่งชิดกับบุรุษเปลือยท่อนบน รอยผ้าพันแผลถูกปลดเผยให้เห็นอกแกร่ง ภาพนั้นทำให้เลือดในอกของผู้เป็นบิดาเช่นเขาเดือดพล่านทันที
“ซ่งเหยียนเอ๋อร์… เจ้ากำลังทำสิ่งใด!”
เสียงทุ้มก้องตวาดออกมาราวฟ้าผ่าลงกลางวัน ซ่งเหยียนเอ๋อร์สะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้นยืนตัวสั่นเล็กน้อยก้าวออกมาสองเก้า ก่อนจะทรุดกายคุกเข่ากับพื้น ดวงตาสั่นระริก
“ท่านพ่อ… ข้า…”
ยังไม่ทันเอ่ยจบ เจิ้งอันอ๋องที่นั่งอยู่พลางหยิบเสื้อสีดำมาสวมจนเรียบร้อย ก็ลุกขึ้นยืนอย่างสง่า ร่างสูงนั้นยืนตระหง่านแผ่รัศมีอำนาจออกมาจนสังเกตได้
เสนาบดีซ่งก้าวช้า ๆ เข้ามา แววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยโทสะ
“เจ้าช่างกล้าล่วงเกินจวนเสนาบดี ข้าจะ…”
คำพูดที่เต็มไปด้วยโทสะของเสนาบดีซ่งขาดหายกลางคัน เมื่อเจิ้งอันอ๋องเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ ความนิ่งนั้นกลับแฝงแรงกดดัน
เสนาบดีซ่งชะงักกึก เบิกตากว้างทันทีที่มองเห็นใบหน้าของบุรุษตรงหน้าอย่างชัดเจน
“ท… ท่านอ๋อง!”
น้ำเสียงเปลี่ยนจากแข็งกร้าวเป็นตกตะลึง ก่อนจะรีบทรุดตัวลงคุกเข่า ประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม
เจิ้งอันอ๋องหันไปพยุงซ่งเหยียนเอ๋อร์ให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยเสียงนิ่ง
“นางช่วยชีวิตข้า บุญคุณนี้… ข้าจะตอบแทนเป็นแน่”
จากนั้นจึงหันมาสบตานางโดยตรง
“เจ้าช่วยชีวิตข้า… หากเจ้ามีสิ่งใดอยากจะขอ ข้าก็ยินดี”
ซ่งเหยียนเอ๋อร์กัดริมฝีปาก สองมือกำแน่น ก่อนจะคุกเข่าลงอีกครั้ง เอ่ยเสียงสั่นแต่หนักแน่น
“ข้าอยาก… แต่งงานกับท่าน!”
“บังอาจ!”
เสียงตวาดของเสนาบดีซ่งฟาดลงราวฟ้าผ่าแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยบุตรสาว เขารีบประสานมือก้มศีรษะเอ่ยกับเจิ้งอันอ๋อง
“ท่านอ๋อง โปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เจิ้งอันอ๋องมอง ซ่งเหยียนเอ๋อร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มกายพยุงนางให้ลุกขึ้นยืน แล้วหยิบหยกรูปดอกโบตั๋น จากสายคาดเอว วางลงบนมือเล็กของนาง
“ได้”
เพียงคำเดียวของเขาก็ทำให้ใบหน้าของซ่งเหยียนเอ๋อร์สว่างไสวด้วยรอยยิ้ม
ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นหน้าห้อง องค์รักษ์ในชุดสีเข้มผู้หนึ่งก้าวออกมาพร้อมเสื้อคลุมหนา ประสานมือเปล่งเสียงหนักแน่น
“ท่านอ๋อง”
เจิ้งอันอ๋องทอดสายตาสบกับนางครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวไปรับเสื้อมาคลุมกายแล้วหมุนกายก้าวออกไปอย่างสง่างาม โดยมีองค์รักษ์ติดตาม ข้างนอกยังมีทหารองค์รักษ์ยืนอยู่สามนาย
….
จวนเสนาบดีซ่ง
แสงอาทิตย์ยามอัสดงส่องลอดหน้าต่าง เข้ามากระทบกับกระทองเหลืองที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
ซ่งหว่านอวี้นั่งตัวตรงอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลือง มือเรียวบรรจงปัดแป้งชั้นดี แต่งแต้มสีแก้มและเรียวปากอย่างพิถีพิถัน ดวงตางามฉายแววเย็นชา
ไม่นาน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากนอกห้อง ก่อนร่างบางของถิงหลันจะก้าวเข้ามาพร้อมถาดน้ำชาอุ่นในมือ ใบหน้าของนางเปื้อนรอยยิ้มบาง
ซ่งหว่านอวี้ปรายตามองเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมาสบตาตัวเองในกระจก แววตาเป็นประกาย
ถิงหลันวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะ รินชาใส่ถ้วยชาใบเล็ก แล้วก้าวไปวางตรงหน้าคุณหนูของตนเอง ก่อนจะเอ่ยเสียงพราวด้วยความสะใจ
“นายท่านโกรธมาก สั่งให้คุณหนูใหญ่ไปคุกเข่าอยู่ที่เรือนซื่อถังแล้วเจ้าค่ะ เหล่าบ่าวรับใช้ที่ตามไป… ต่างปิดปากเงียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงนางเลยแม้แต่คำเดียว”
ซ่งหว่านอวี้เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นบนมุมปาก นางยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี
