ตอนที่11 ข้าจะมีความสุข
ตอนที่11ข้าจะมีความสุข
ณ ตลาดในเมืองหลวง
เสียงหัวเราะเด็ก ๆ วิ่งเล่นเคียงเสียงเกี้ยวพ่อค้าเร่ผสานกับเสียงเรียกของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงด้านข้างถนน ในเมืองหลวงที่คึกคักเต็มไปด้วยสินค้ามากมาย กลิ่นหอมของขนมอบร้อนโชยตามลมคลุ้งไปทั่วตรอก
ซ่งเหยียนเอ๋อร์กับชิงอีเดินเบียดผู้คนไปตามแผงผ้าแพรและร้านขายเครื่องประดับอย่างไม่รีบร้อน ชิงอีรอบมองคุณหนูของตนหลายครั้ง เพราะรู้สึกถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างมาก
“คุณหนู ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ซ่งเหยียนเอ๋อร์หยุดชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะไปยิ้มบาง ๆ แววตานิ่งสงบ
“ข้า สบายดีไม่ได้เป็นอะไร”
“แล้วเหตุใดท่านถึง… คืนหยกให้คุณหนูรองล่ะเจ้าคะ ท่านตัดใจจากท่านอ๋องได้แล้วจริงหรือ”
ซ่งเหยียนเอ๋อร์ยิ้มบางพลางถอนหายใจเบา ๆ นางเหลือบตามองสาวใช้คนสนิทที่ยืนรอคำตอบอย่างห่วงใย
“เมื่อเขาไม่รักข้า ยิ่งพยายามก็ยิ่งสูญเปล่า มิสู้ปล่อยเขาไปหาคนที่เขารักดีกว่า ข้าเองก็จะได้ปลดปล่อยตัวเองด้วย”
“คุณหนู…”
ชิงอีเปล่งออกมาอย่างห่วงใยนาง
ทั้งสองเดินผ่านร้านขายขนมเปี๊ยะ พลันสายตาของซ่งเหยียนเอ๋อร์หยุดลงเมื่อสะดุดเข้ากับหอเมิงฮวา ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า เสียงพิณและกลิ่นสุราหอมอ่อนโชยออกมา
“หอเมิงฮวา”
นางพึมพำ ดวงตาที่เคยอ่อนฉายแววประกายขึ้นมาทันทีพลางครุ่นคิดในใจอย่างเสียดาย อดีตนางเพื่อความรักจากบุรุษผู้เย็นชานั่น วัน ๆ วิ่งตามเขาจนลืมความสุขของตนเอง
ชาตินี้นางจะละทิ้งเขาแล้วมอบความสุขให้กับตนเองอย่างเต็มที่ ชาตินี้นางไม่สนอีกแล้ว
“คุณหนู…”
เสียงเรียกแผ่วของชิงอีดังขึ้น เมื่อนางเห็นแววตาของคุณหนูของตนเองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ซ่งเหยีนเอ๋อร์ยกยิ้มเล็ก ๆ ก่อนหันไปสบตาชิงอีด้วยใบหน้าอารมณ์ดี
“ไปกัน”
นางก้าวนำเข้าไปในหอเมิงฮวาที่กำลังคึกคักเต็มไปด้วยบรรดาเหล่าคุณหนูคุณชายของตระกูลสูงศักดิ์และบรรดาเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่ออกมาหาความสำราญ
….
จวนเสนาบดีซ่ง
ณ สวนดอกเหมยอันเงียบสงบในจวนเสนาบดีซ่ง สายลมเย็นพัดกลีบดอกเหมยร่วงปลิวละอองหอมกรุ่นโชยตามสายลมอ่อน
ซ่งหว่านอวี้เดินทอดก้าว ไปตามทางเดินในสวน ผ้าคลุมไหล่สีอ่อนพริ้วไหวตามสายลม ข้างกายมีถิงหลัน สาวใช้คนสนิทเดินตามอยู่เคียงข้าง
นางหยุดยืนใต้ต้นเหมยใหญ่ที่ดอกกำลังบานสะพรั่ง ดวงตาคมกริบทอดมองไปยังสระบัวเบื้องหน้า ก่อนจะหยิบหยกรูปดอกโบตั๋นขึ้นมาจากอกเสื้อ นิ้วเรียวลูบไล้หยกนั้นช้า ๆ ราวกับกำลังใช้ความคิด
“คุณหนู… ท่านเชื่อว่านางจะช่วยท่านจริง ๆ หรือเจ้าคะ…”
เสียงของถิงหลันดังขึ้นแผ่วแต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวล
ซ่งหว่านอวี้หลุบตามองหยกในมือ แววตาสะท้อนประกายเย็นชา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ไม่… นางรักท่านอ๋องขนาดนั้น ที่ทำเช่นนี้คงต้องมีแผนเป็นแน่”
ถิงหลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยความสงสัย
“เมื่อท่านรู้ว่านางไม่บริสุทธิ์ใจ แล้วเหตุใดถึงให้นางนัดท่านอ๋องมาพบท่านด้วยล่ะเจ้าคะ”
ซ่งหว่านอวี้ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ข้าแค่อยาก… ทดสอบนาง รอดูท่าทีของนางก่อน”
มือเล็กเก็บหยกในมือกลับเข้าอกเสื้อตามเดิมอย่างระมัดระวัง ก่อนจะทอดสายตาออกไปยังสระบัวข้างหน้า แววตานางเย็นเยียบ
“คนที่เจ้าส่งไปกลับมาหรือยัง?”
“น่าจะใกล้กลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”
“อืม”
ซ่งหว่านอวี้ตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะก้าวตรงไปยังห้องของตนเอง แล้วเปิดประตูเข้าไปด้านในห้อง
ไม่นานนัก สาวใช้นางหนึ่งในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มก็ก้าวเข้ามาในห้องของ ซ่งหว่านอวี้ แล้วหยุดยืนข้าง ๆ นาง พร้อมกับโค้งกายคำนับต่ำ
“คุณหนูใหญ่ไม่ได้กลับไปหาเจิ้งอันอ๋องเจ้าค่ะ… แต่… เอ่อ…”
ซ่งหว่านอวี้ที่กำลังยกถ้วยชาเล็กขึ้นจิบชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อได้ฟังคำรายงานจากสาวใช้ นางเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย
“แล้วนางไปที่ใด”
“… เอ่อ… ที่หอเมิงฮวา เจ้าค่ะ”
มือเล็กหยุดชะงักกลางอากาศ ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ
“หอเมิงฮวา”
ริมฝีปากขยับพึมพำแผ่วเบา แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้ ริมฝีปากยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ถิงหลัน”
“เจ้าค่ะ”
ซ่งหว่านอวี้ปรายตามองสาวใช้คนสนิทแวบหนึ่ง สีหน้านิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ก่อนจะหลุบตาลงเอ่ยเสียงเรียบ
“จัดการให้เรียบร้อย ข้าเหนื่อยแล้วอยากจะออกไปไหว้พระที่วัดไห่ถังเสียหน่อย”
“เจ้าค่ะ”
เสียงตอบของถิงหลันดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนที่ร่างของนางจะหมุนตัวก้าวออกไปทันที
ถิงหลันหันไปเผชิญหน้ากับสาวใช้ที่เข้ามารายงานเมื่อครู่ นางหยิบขวดยาเคลือบเงาสีขาวขนาดเล็กออกมาจากอกเสื้อ พร้อมกับถุงเงินสีดำส่งให้
สาวใช้คนนั้นยกมือขึ้นรับอย่างระมัดระวัง ทั้งสองสบตากันเพียงครู่เดียว แววตาแฝงความเข้าใจโดยไม่จำเป็นต้องพูดคำใด
เพียงชั่วอึดใจ สาวใช้ผู้นั้นหมุนตัวหันหลัง ก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
ถิงหลันมองตามแผ่นหลังนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวออกจากห้อง แล้วเดินตรงไปยังรถม้าที่จอดรออยู่หน้าจวน นางเดินไปหยุดอยู่ที่ข้างประตูรถม้าก่อนจะเปิดม่านแผ่วเบา สบตากับซ่งหว่านอวี้ แล้วพยักหน้าเบา ๆ
ไม่นานรถม้าก็เคลื่อนตัวออกจากจวนเสนาบดีซ่งอย่างเชื่องช้า
ซ่งหว่านอวี้ทอดสายตาไปยังม่านบางที่ปลิวไหวตามสายลมตรงหน้า ริมฝีปากบางก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อนึกถึงแผนการที่ตนเองวางไว้
….
