ตอนที่ 10คืน
ตอนที่10คืน
จวนเจิ้งอันอ๋อง
สายลมเย็นยะเยือกในยามราตรีพัดเอื่อย ผ้าม่านตามแนวระเบียงไหวแกว่งตามแรงลมใต้แสงจันทร์
เจิ้งอันอ๋องก้าวเดินช้า ๆ ผ่านลานหินในจวน สายตาพลันเหลือบไปมองห้องของพระชายาที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาหยุดยืนมองบานประตูไม้ที่ปิดสนิท ด้านในเงียบสงบไร้ซึ่งแสงตะเกียง
เขาค่อย ๆ ก้าวตรงไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ไม่นานก็มาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าประตูห้องของพระชายาตนเอง เขายกมือดันประตูเปิดออกช้า ๆ
ภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดหน้าต่าง ตกกระทบลงบนร่างของซ่งเหยียนเอ๋อร์ที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางยามหลับใหลดูอ่อนโยนกว่าตอนตื่นมากนัก
เจิ้งอันอ๋องก้าวเข้ามา นั่งลงที่ขอบเตียง มองใบหน้านวลนั้นด้วยสายตานิ่ง ๆ
มือใหญ่ยื่นไปแตะแก้มนวลของนางอย่างลืมตัว พลางลูบไล้อย่างแผ่วเบา ริมฝีปากบางที่เผยอเล็กน้อยนั้นดึงสายตาเข้าไว้
ใบหน้าคมโน้มลงช้า ๆ ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มนั้นอย่างแผ่วเบา
….
จวนเสนาบดีซ่ง
แสงอาทิตย์อ่อนส่องลอดผ่านม่านแพรบางลงบนพื้นห้อง
ซ่งหว่านอวี้นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ใบหน้าอ่อนใสนวลเนียนสะท้อนอยู่บนผิวกระจก นางหันซ้ายแลขวา ตรวจดูปิ่นที่เสียบอยู่บนผิวเส้นผมอย่างเรียบร้อย
ถิงหลัน สาวใช้คนสนิท ยืนอยู่ด้านหลัง ค่อย ๆ จัดเส้นผมให้นางด้วยความชำนาญ
ไม่นาน สาวใช้ในจวนคนหนึ่งก้าวตรงมาหยุดอยู่หน้าห้อง ก่อนจะก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านางแล้วย่อตัวลงคำนับอย่างนอบน้อม
“คุณหนูรอง”
ซ่งหว่านอวี้ชะงักมือที่กำลังลูบชายผมก่อนจะหันไปมองสาวใช้
“พระชายาเจิ้งอันอ๋องมารอพบท่านที่ศาลาริมสวนดอกเหมยเจ้าค่ะ”
ใบหน้าของซ่งหว่านอวี้ฉายแววสงสัย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“นางมาทำไมกัน”
ถิงหลันเหลือบมองคุณหนูของตนเองอย่างไม่วางใจ พลางเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“คงไม่มาหาเรื่องคุณหนูอีกนะเจ้าค่ะ…”
ซ่งหว่านอวี้ถอนหายใจแผ่ว ดวงตาฉายแววลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับปิ่นหยกให้แน่นแล้วลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้
“ไปกัน”
น้ำเสียงหวานเอ่ยอย่างแผ่วเบาก่อนทั้งสองจะก้าวออกจากห้องแล้วเดินตรงไปยังศาลาริมสวนดอกเหมย
…
ณ ศาลาริมสวนดอกเหมยในจวนเสนาบดีซ่ง
สายลมเย็นพัดโชยอ่อน กลีบดอกเหมยร่วงปลิวตามแรงลม ส่งกลิ่นหอมบางคลุ้งในยามสาย
ซ่งเหยียนเอ๋อร์นั่งจิบชาอยู่ในศาลา ทอดสายตามองสวนดอกเหมยด้วยสีหน้าเรียบสงบ โดยมี ชิงอี สาวใช้คนสนิทยืนอยู่ข้างกาย
ไม่นาน ซ่งหว่านอวี้ก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้านาง ก่อนจะย่อตัวลงคำนับอย่างนอบน้อม
“พระชายา”
ซ่งเหยียนเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น สบตาน้องสาวด้วยแววตาอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบ
“นั่งสิ”
“เพคะ”
ซ่งหว่านอวี้นั่งลงตรงข้าม มือเรียววางบนตักอย่างสำรวม
ซ่งเหยียนเอ๋อร์ล้วงหยิบหยกรูปดอกโบตั๋นจากแขนเสื้อ วางลงบนโต๊ะเบื้องหน้า ซ่งหว่านอวี้ก่อนจะยิ้มบาง
ซ่งหว่านอวี้ขมวดคิ้ว มองหยกนั้นด้วยความงุนงง
“คืนให้เจ้า ตำแหน่งพระชายานี้ควรเป็นของเจ้าตั้งแต่แรก ข้าเองที่ผิด…ข้ากับท่านอ๋องหย่ากันแล้ว… คนที่ท่านอ๋องรักคือเจ้า”
ซ่งเหยียนเอ๋อร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ซ่งหว่านอวี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า มือบางหยิบหยกนั้นขึ้นมากำไว้แน่น
“ท่านพูดจริงหรือ”
“อืม”
ซ่งเหยียนเอ๋อร์พยักหน้าตอบ พร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร เพราะตอนนี้นางไม่ได้ต้องการสิ่งนี้อีกต่อไป
ซ่งหว่านอวี้ยิ้มอย่างยินดี แต่เพียงครู่เดียวสีหน้าแช่มชื่นนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความกังวล ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
“แล้วเรื่อง… เอ่อ…”
ซ่งเหยียนเอ๋อร์สบตานาง เพียงเห็นแววตาก็เข้าใจ
“ไม่ต้องห่วง ข้ารับปาก… จะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”
คำพูดที่มั่นคงของซ่งเหยียนเอ๋อร์ทำให้ นางยิ้มได้อีกครั้ง
“เช่นนั้น… ข้าขอตัวก่อน”
ซ่งเหยียนเอ๋อร์ลุกขึ้นหมายจะก้าวออกจากศาลา ทว่าต้องหยุดเมื่อได้ยินเสียงเรียกแผ่วเบา
“พี่หญิง…”
นางหันกลับมาตามเสียง
ซ่งหว่านอวี้ยกสายตาขึ้น สบตานางด้วยแววอ้อนวอน
“ท่านช่วยข้าอีกเรื่อง… ได้หรือไม่”
…
