บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4

เหล่าคุณหนูและคุณชายในงานต่างพากันกรูเข้ามารุมล้อม เสียงก่นด่าเนี่ยซวงดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ

"เกินไปแล้ว คุณหนูเนี่ยท่านรังแกคนไม่มีทางสู้ จิตใจท่านทำด้วยสิ่งใด" คุณชายผู้หนึ่งตะโกนชี้หน้าด่าทอด้วยความเดือดดาล

"ลู่เหลียนผู้น่าสงสาร อุตส่าห์ตั้งใจชงชา นางผิดอันใดหรือ"

เนี่ยซวงยืนกอดอก เชิดหน้ามองดูละครฉากใหญ่ตรงหน้าด้วยความสมเพช นางรู้ดีว่าถ้านางไม่ชนถ้วยชานั้นหก คุณชายหวังที่เดินผ่านมาคงดื่มมันเข้าไป และงานเลี้ยงนี้คงกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่เสื่อมเสียเกียรติ

"ข้าบอกว่าข้าสะดุด ก็คือสะดุด" เนี่ยซวงประกาศก้อง "อีกประการหนึ่ง ชารสชาติแย่ๆ เช่นนั้น หกทิ้งไปเสียก็ดีแล้ว จะได้ไม่ไปทำท้องไส้ใครเขาปั่นป่วน"

กล่าวจบนางก็สะบัดหน้าเดินหนีออกมา ทิ้งให้ลู่เหลียนนั่งร้องไห้โดยมีฝูงชนรุมปลอบโยน เนี่ยซวงเดินเลี่ยงอ้อมไปทางด้านหลังสวนเพื่อหลบสายตาผู้คน ทรุดกายลงนั่งบนม้าหินอ่อนใต้ต้นท้อใหญ่ พร้อมถอนหายใจยาวเหยียด

"เฮ้อ... เป็นคนชั่วนี่มันเหนื่อยกว่าที่คิดนะ ปั้นเซี่ย ขอน้ำหน่อย คอข้าแห้งไปหมดแล้วเพราะต้องตะโกนด่าคน"

ปั้นเซี่ยส่งกระบอกน้ำไม้ไผ่ให้นายสาว "แต่ก็นับว่าคุ้มค่านะเจ้าคะ คุณหนูช่วยคุณชายหวังไว้ได้ แถมยังทำลายแผนการหว่านเสน่ห์ของสตรีหน้าเนื้อใจเสือผู้นั้นจนย่อยยับ บัดนี้นางคงต้องรีบกลับจวนไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ หมดโอกาสทอดสะพานให้บุรุษแล้วเจ้าค่ะ"

"ถือว่าทำบุญทำทานให้ตระกูลหวังก็แล้วกัน" เนี่ยซวงยกน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย

ทว่า การกระทำทั้งหมดของนาง มิได้รอดพ้นสายตาของคนผู้หนึ่งที่เฝ้ามองลงมาจากศาลารับรองชั้นสอง

มู่หรงจิ่ง ในชุดลำลองสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆา ยืนกอดอกพิงเสาไม้แดง สายตาจับจ้องไปยังเนี่ยซวงที่กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ใต้ต้นท้อ ข้างกายเขามีพั่วจวินยืนสงบนิ่งด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

"ท่านอ๋อง พระองค์ทรงเห็นเหมือนกระหม่อมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" พั่วจวินเอ่ยถามเสียงเบา

"เห็นสิ" มู่หรงจิ่งตอบเสียงเรียบ "เห็นมดแมลงที่พื้นตรงจุดที่น้ำชาหกใส่... พวกมันดิ้นทุรนทุรายเพียงครู่เดียวก็ตาย ชานั้นหากมิใช่ยาพิษ ก็คงเป็นยาปลุกกำหนัดที่มีฤทธิ์รุนแรงผสมอยู่"

"เช่นนั้น คุณหนูเนี่ย..."

"นางจงใจ" มู่หรงจิ่งกระตุกยิ้มมุมปาก "นางแสร้งทำเป็นซุ่มซ่าม แสร้งทำเป็นรังแกคนอ่อนแอ เพื่อปัดถ้วยชานั้นทิ้ง นางช่วยชีวิตคุณชายหวัง และช่วยรักษาเกียรติของงานเลี้ยงนี้ไว้"

เขามองดูสตรีชุดม่วงที่นั่งแกว่งขาอย่างสบายอารมณ์อยู่ไกลๆ ความรู้สึกสนใจในตัวนางทวีความรุนแรงขึ้นจนยากจะระงับ

"สตรีผู้นี้... ช่างน่าค้นหายิ่งนัก ภายนอกเคลือบด้วยความหยาบกระด้างและไร้สาระ แต่ภายในกลับซ่อนความฉลาดเฉลียวและการตัดสินใจที่เด็ดขาดเยี่ยงแม่ทัพเอาไว้"

"แต่คนทั้งงานเข้าใจนางผิดนะพ่ะย่ะค่ะ" พั่วจวินแย้ง

"นั่นคือสิ่งที่นางต้องการมิใช่หรือ" มู่หรงจิ่งหัวเราะในลำคอแผ่วเบา "นางปรารถนาให้คนเกลียดชัง นางปรารถนาให้คนหวาดกลัว... ดี เปิ่นหวางจะรอดูว่านางจะเล่นละครฉากนี้ไปได้อีกนานเพียงใด"

ทันใดนั้น ลมพายุก็พัดกรรโชกแรง เมฆดำก้อนมหึมาเคลื่อนตัวมาบดบังดวงอาทิตย์ บรรยากาศในสวนมืดครึ้มลงฉับพลัน ผู้คนในงานต่างพากันวิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น

เนี่ยซวงลุกขึ้นยืน เตรียมจะวิ่งกลับไปที่รถม้า แต่จังหวะนั้นเอง กิ่งไม้แห้งขนาดใหญ่บนต้นท้อเหนือศีรษะนางเกิดหักลงมาเพราะต้านทานแรงลมไม่ไหว เสียงไม้ลั่นดังสนั่น

"คุณหนูระวัง!" ปั้นเซี่ยตะโกนลั่น พุ่งตัวจะเข้าไปผลักนายสาว แต่ระยะห่างเกินกว่าจะเอื้อมถึง

เนี่ยซวงเงยหน้าขึ้นมองกิ่งไม้ที่กำลังร่วงหล่นลงมา ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างก้าวไม่ออกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น

"ระวัง"

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นที่ข้างหู พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่โอบรวบเอวบางของนางไว้ แล้วกระชากร่างของนางให้พ้นจากกิ่งไม้ ร่างของเนี่ยซวงหมุนเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม กลิ่นหอมเย็นของไม้กฤษณาและกลิ่นอายบุรุษเพศลอยแตะจมูก

โครม

กิ่งไม้ใหญ่ตกลงกระแทกพื้นม้าหินอ่อนที่นางเพิ่งนั่งเมื่อครู่จนแตกกระจาย หากนางยังอยู่ตรงนั้น คงบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นคอหักสิ้นชีพ

เนี่ยซวงหัวใจเต้นรัวแรงด้วยความหวาดกลัวระคนตกใจ นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนางไว้

ดวงตาเรียวยาวดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มแน่น และใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกแกะสลักที่แผ่ไอสังหารออกมาจางๆ

ชินอ๋องมู่หรงจิ่ง ผู้มีสมญานามว่า ยมทูตหน้าหยก

เนี่ยซวงเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุด คนที่นางอยากหลีกหนีที่สุด และตอนนี้นางกำลังอยู่ในอ้อมกอดของเขา

มู่หรงจิ่งก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน สบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกคู่นั้น เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เนี่ยซวงรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง

"คุณหนูเนี่ย... ท่าทางดุร้ายเมื่อครู่หายไปไหนเสียแล้ว เหตุใดตอนนี้ถึงได้ดูตื่นตูมเหมือนลูกกระต่ายเช่นนี้เล่า" น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่แฝงความหยอกล้อและคุกคามเล็กน้อย

เนี่ยซวงรีบดิ้นออกจากอ้อมแขนเขา แล้วถอยหลังไปหลายก้าว นางรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเย่อหยิ่งและเย็นชาดังเดิม

"ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงยื่นมือเข้าช่วย" นางย่อกายคารวะอย่างรวดเร็วและแข็งกระด้าง "หม่อมฉันไม่ทันระวัง เกือบจะกลายเป็นผีเฝ้าสวนท้อเสียแล้ว"

"หากตายไปทั้งที่ยังเป็นสตรีชั่วช้า คงน่าเสียดายแย่" มู่หรงจิ่งก้าวเท้าเข้ามาหานางช้าๆ เหมือนนักล่าต้อนเหยื่อ "เปิ่นหวางเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่... เจ้ารังแกสตรีอ่อนแอ ทำลายงานเลี้ยง ช่างสมกับคำร่ำลือจริงๆ"

เนี่ยซวงเชิดหน้าขึ้น "หม่อมฉันนิสัยไม่ดีเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร ท่านอ๋องเพิ่งจะทราบหรือเพคะ"

"นิสัยไม่ดี..." มู่หรงจิ่งทวนคำ เขาก้มลงกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน "หรือแกล้งทำเป็นนิสัยไม่ดีกันแน่ เรื่องถ้วยชานั้น เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจทำจริงๆ กระมัง"

เนี่ยซวงตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เขา... เขารู้

บุรุษผู้นี้อันตรายเกินไปแล้ว

"หม่อมฉันไม่เข้าใจว่าท่านอ๋องกำลังพูดถึงสิ่งใดเพคะ" นางแสร้งทำไขสือ "หม่อมฉันแค่ซุ่มซ่ามเท่านั้น ขอตัวเพคะ"

เนี่ยซวงรีบหันหลังกลับ คว้าข้อมือปั้นเซี่ยแล้วเดินจ้ำอ้าวฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาไปที่รถม้าโดยไม่หันกลับมามองอีก หัวใจของนางเต้นแรงไม่ใช่เพราะความหวั่นไหว แต่เพราะความหวาดกลัวว่าความลับจะล่วงรู้ถึงหูผู้อื่น

มู่หรงจิ่งมองตามร่างบางที่วิ่งหนีไปราวกับหนูติดจั่น เขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ โดยมีพั่วจวินกางร่มให้อย่างรวดเร็ว

"ท่านอ๋อง จะปล่อยนางไปหรือพ่ะย่ะค่ะ"

"ปล่อยไปก่อน" มู่หรงจิ่งหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบแป้งผัดหน้าที่ติดอยู่บนเสื้อบริเวณหน้าอก ร่องรอยจากการที่นางซบลงเมื่อครู่ แต่มิได้มีท่าทีรังเกียจ

"นางหนีเปิ่นหวางไม่พ้นหรอก หมากกระดานนี้เพิ่งจะเริ่มวางเบี้ยเท่านั้น"

เขามองดูรอยเปื้อนนั้นอีกครั้ง ก่อนจะเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเข้าในอกเสื้ออย่างทะนุถนอม ราวกับเป็นของล้ำค่า

วันนี้เขาได้คำตอบแล้วว่า เนี่ยซวงมิใช่แค่สตรีเอาแต่ใจธรรมดา แต่นางคือเพชรในตมที่แสร้งทำตัวเป็นก้อนกรวด และเขาจะเป็นคนเจียระไนเพชรเม็ดนี้ด้วยมือของเขาเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel