บทที่5:สวรรค์...กำหนด....
สงครามระหว่างเขาและเธอยังสงบหนึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก
" นี่เราทำงานมาหนึ่งเดือนแล้วหรือนี่ตลอด" หนึ่งเดือนที่ผ่านมา อันนา ต้องเข้าไปนอนเป็นเพื่อนคุณหญิงแขไขเป็นประจำทุกวันเผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้ช่วยได้ทันท่วงที ส่วนส่วนหมอมิ ก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน เธอบ้างเป็นครั้งคราวส่วนคุณชายกริชน่ะหรือ นานๆทีถึงจะแวะเวียนมาเจอกันทีเพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองแต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมาชวนทะเลาะให้เสียอารมณ์ จะเจอกันก็ตอนที่เขาจะไปทำงาน หรือบางทีก็ที่โต๊ะอาหารเสียส่วนใหญ่ วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ทุกคนในบ้าน รวมถึงฉันต้องมาพร้อมเพียงกัน ที่ห้องอาหาร แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตะลึง ก็คือวันนี้เป็นวันหยุดปกติคุณชายกริชเขาไม่เคยตื่นเช้าลงมาทานมื้อเช้าพร้อมทุกๆคนในบ้าน สักเท่าไหร่ และที่เซอร์ไพรส์ไปกว่านั้น วันนี้มีหญิงสาวเดินตามลงมานั่งร่วมรับประทานอาหารในวันนี้ด้วย
" สวัสดีค่ะคุณหญิงแม่ " คุณหญิงรับไหว้อย่างไม่เต็มใจนัก บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแทบไม่ต้องบรรยายมันเต็มไปด้วยมนต์ดำรังษีอำมหิตของคุณหญิงของบ้าน บ่งบอกถึงความไม่พอใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่บังอาจขัดคำสั่งของท่าน เสียงช้อนกับส้อมวางกระทบกันเสียงดังจนลูกจ้างอย่างหล่อนถึงกับสะดุ้งโหยงเลยทีเดียว
"หนูอันจ๊ะ"
" คะ ! คุณหญิง "
" ป้าบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วอย่าเรียกป้าว่าคุณหญิงถ้าหากรักและจริงใจต่อกันอย่าเรียกป้าแบบนี้อีก เพราะป้าไม่ชอบให้ใครมาขัดคำสั่งของป้าหวังว่าหนูคงเข้าใจ" อันนานั่งตัวลีบที่อีกฝ่ายดุหล่อน แต่หากคำพูดเหมือนตีวัวกระทบคราดยังไงชอบกล
" ค่ะคุณป้า คราวหลังอันจะระวังค่ะ หนูแค่เผลอไปเท่านั้นค่ะไม่ได้ตั้งใจหนูขอโทษค่ะ "
" เข้าใจก็ดีแล้ว พาป้าขึ้นไปบนห้องที " คุณหญิงแขไขทำไม่สนใจผู้ที่มาร่วมโต๊ะอาหารด้วยสักนิด หลังจากอยู่ลำพังกับอันนาเพียงสองคนคุณหญิงกลับเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ
" เชื่อเขาเลยลูกคนนี้เรียนมาก็สูงดูไม่ออกหรือไง? นะ ว่าผู้หญิงตั้งใจมาเกาะ หวังรวยทางลัด แม่พวกนี้วันๆเอาแต่นั่งชายตา แต่งตัวไปวันๆ หลอกล่อแต่ไฮโซให้มาติดกับดัก โอ้ย! กลุ้มใจเสียจริง"
" คุณป้าอย่าเครียดไปเลยนะคะเดี๋ยวจะพาลไม่สบายไปเสียเปล่าๆ แต่อันว่าของแบบนี้ตบมือข้างเดียวคงไม่ดังหรอกค่ะ ถ้าอีกฝ่ายไม่เต็มใจ "
" หนูอันพูดว่าอะไรนะ? ป้าฟังไม่ถนัด "
" เปล่าค่ะ!"
" หนูหมายถึง ให้คุณป้าคิดเสียว่าชาติที่แล้วเราไปทำเขาไว้ชาตินี้เลยต้องชดใช้ให้เขาแล้วอีกอย่างเนื้อคู่กันแล้วคงไม่แคล้วกันหรอกค่ะ เพราะสวรรค์คงกำหนดไว้แล้วค่ะ"
"ที่หนูอันพูดมันก็ถูกของแบบนี้เนื้อคู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอกจ้ะ หนูว่าไหม?"
" งั้นหนูคงทำบุญมาดีชาตินี้ถึงได้เจอแต่คนดีๆอย่างหมอมิ กับคุณป้าไงล่ะคะ" หล่อนแสดงสีหน้าท่าทางอย่างจริงใจที่พูดออกมา
" เรานี่ปากหวานเสียจริงนะเรา นี่หนูอันเชื่อไหม? ว่าป้ารู้สึกเหมือนเรารู้จักกันมานานแสนนานหรือนี่อาจจะเป็พรหมลิขิตกันนะว่าไหม? ป้าอยากรู้จริงพรหมลิขิตใครเป็นกำหนดกันนะคิดไปป้าก็ชักอยากกำหนดเองแล้วสิ! " หญิงสาวยิ้มอ่อนเป็นการตอบรับ คำเปรียบเปรยของผู้ พูดอย่างเห็นด้วย...
" อ้อ! หนูอัน! ป้าเกือบลืมเลยวันมะรืนนี้ป้าถูกเชิญไปงานเลี้ยงของคุณหญิงตะวันกับคุณโชติ บ้านนี้เขาผู้ดีเก่ามีลูกสาวสองคนหน้าตาสวยใช้ได้ป้าว่าจะชวนพี่กริชของเราไปด้วยเผื่อพวกเขาจะได้ปิ้งปั๊งกันพี่กริชของเรา เขาจะได้เลิกยุ่งกับแม่ดาราอะไรนั่นเสียทีหนูว่าดีไหม?
" อย่าบอกนะคะว่าคุณป้าจะสร้างพรหมลิขิตให้คุณกริชเธอ " คุณหญิงยื่นมือมาบีบจมูกหญิงสาวด้วยความเอ็นดู
" แหม! เราเนี่ยรู้ใจป้าไปหมดรักที่สุดเลยเด็กคนนี้ "
" แล้วมะรืนนี้ หนูอันในฐานะคนดูแลของป้าก็ต้องไปงานนี้ด้วยเหมือนกัน พรุ่งนี้ป้าจะให้คนพาเราไปลองชุดเตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ"
" แล้วคนที่จะพาไปใครเล่าคะคุณป้า" อันนาพยายามถามว่าใครกันที่จะเป็นคนพาหล่อนไปลองชุด เพราะจากสีหน้าของคุณหญิงแขไขดูมีเลศนัยชอบกล
" เก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์จ้ะ"
" แต่คุณป้าคะ "
" ป้ารู้ว่าเราจะพูดอะไร อย่าปฏิเสธป้าแล้วก็ห้ามขัดใจ ป้าขอสั่ง ยังไงหนูอันก็ต้องมีส่วนร่วมในงานครั้งนี้"
" แต่ว่า! อัน ... "
" ไม่มีแต่จ้ะ อ้อ! แล้วก็ป้าวานเราโทรหาพี่กริชด้วยว่าให้เขารีบกลับบ้านเย็นนี้ แล้วไปพบป้าที่ห้องด้วย"
" แต่คุณป้าคะ "
" เรานี่ยังไงวันนี้ทำไม? ขัดใจป้าจังโทรตอนนี้เลย โทรหาพี่เขาให้เรียบร้อย ป้าว่าจะไปเดินเล่นสักพัก แล้วไม่ต้องตามป้ามา อ้าว!โทรสิ ยัง! ยังยืนนิ่งอีก "
" ค่ะๆโทรแล้วค่ะ "
" แล้วทำไมต้องเป็นเราเนี่ยที่ต้องโทรหาเขาแล้วจะทำไง?ได้ล่ะยัยอันนา ก็คุณหญิงท่านสั่งก็ต้องทำ หล่อนจะบ่นให้มันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา" หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเอง แต่ก็มิวายที่จะมานั่งกระวนกระวายใจอยู่แบบนี้
" ทำยังไงดี? ทำยังไงดี? เอาวะโทรก็โทร " หล่อนตัดสินใจกดโทรออกไปทันที
ตื้ด.....ตื้ด.....ตื้ด...... "รับสิได้โปรดเถอะ เอ๊ะ! หรือว่าเห็นเป็นเบอร์เราเลยคิดจะแกล้งเรากันนะ "
" ใคร? จะแกล้งเธอมิทราบ " เสียงกระซิบของผู้ถูกโทรหาดังข้างๆหูของเธอทำเอาคนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งสุดตัวหันมาตามเสียงกระซิบนั้นของผู้ที่เพิ่งเดินเข้ามา
" คุณกริช! เล่นอะไรของคุณตกใจหมดเลย" หญิงสาวพูดแก้เก้อเมื่อรู้สึกตัวว่าเธอกับเขาอยู่อยู่ไกล้กันไม่ถึงคืบ เมื่อคำพูดกับอาการไม่ไปด้วยกันหล่อนถึงกับแก้มแดงเป็นลูกตำลึงเพราะความเขินอาย
" นี่ฉันว่าหน้าเธอแดงนะ " เขาแซะหล่อน
" เธอเขินหรอ" เขายังแซะหล่อนไม่เลิก
" ใครเขิน ไม่ได้เขินเสียหน่อย "
" แล้วบอกได้หรือยังว่าใคร?จะแกล้งเธอ" เขายื่นหน้ามาถามไกล้ๆหล่อน ทำให้หล่อนเกิดความประหม่าที่เขาเข้าไกล้หล่อนมากขนาดนี้
"มะๆ....ไม่มีอะไร ฉันก็บ่นของฉันตามเรื่องตามราวแหละค่ะ " หล่อนพูดตะกุกตะกัก เขายิ้มมุมปากดีใจที่แกล้งหล่อนได้อีกครั้ง
" แล้วโทรมามีธุระอะไรมิทราบ "
" ก็คุณหญิงให้ดิฉันโทรเรียนคุณว่าเย็นนี้ให้ไปพบท่านที่ห้องด้วยค่ะ ท่านมีเรื่องจะคุยด้วย "
" มีเรื่องอะไรหรือเปล่านะเธอพอจะรู้ไหม? "
"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ"
" คุณแม่มีเรื่องอะไร? กับผมบอกหน่อยจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ทัน"
" ฉันไม่รู้จริงๆค่ะ " อันนาปฎิเสธเขา ว่าหล่อนไม่รู้เรื่องที่คุณหญิงจะคุยกับเขาจริงๆ
" แน่ใจนะว่าไม่รู้ " เขาย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวจนหลังของหล่อนชนกับผนังห้องยากที่จะถอยหนีเขาได้อีก
" แน่ใจค่ะ " หล่อนตอบเขาตะกุกตะกัก เขาถึงกับยิ้มกริ่มที่แกล้งหล่อนได้สำเร็จ.........
