5
หญิงสาวหอบหิ้วสัมภาระตามเข้ามาในห้องนอนค่อนข้างกว้าง เตียงนอนไม้สักตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ที่นอนเรียบตึงน่านอนชะมัด ถ้าฉันได้นอนคนเดียวก็ดีน่ะสิ แม่จะกางแขนกางขาให้สบายใจไปเลย
“อ้าว ยืนเซ่ออยู่ได้ ไปอาบน้ำซะ...ไม่อย่างนั้นไม่ต้องขึ้นมาบนเตียง...สกปรก”
เกวลินไม่อยากจะเถียงด้วย....ก็สภาพของหล่อนมันใกล้เคียงกับที่เขาว่าจริง ๆ หล่อนลงมือรื้อค้น เอาชุดนอนและของใช้ส่วนตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนของอื่น ๆ เอาไว้ค่อยจัดพรุ่งนี้ ถึงจะยังหัวค่ำอยู่ แต่เกวลินเพลียมาก ๆ อยากพักผ่อนเต็มที
ชายหนุ่มออกไปอาบน้ำที่ห้องน้ำด้านนอก และกลับมาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยก่อนจะก้าวขึ้นเตียง เขาเอนตัวพิงพนักหัวเตียงแล้วคว้าไอแพดขึ้นมาเปิดดู มันเป็นกิจวัตรของเขาอยู่แล้ว ถึงแม้มาอยู่ที่นี่ แต่ก็ยังช่วยงานผู้เป็นบิดา เขาอยู่เบื้องหลัง โปรเจ็คใหญ่ ๆของธุรกิจในเครือ ล้วนผ่านการคิดวิเคราะห์และวางแผนจากเขาทั้งสิ้น
หญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำสระผมนานกว่าปกติ เพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้า หล่อนเป่าผมจนแห้งสนิท จึงออกจากห้องน้ำ ใส่ชุดนอนมิดชิด เสื้อแขนยาวตัวโคร่ง กางเกงขายาวเนื้อนิ่มจะทำให้หล่อนอบอุ่นปลอดภัยเมื่ออยู่บนเตียงกับผู้ชายหน้ายักษ์ หญิงสาวเดินมาล้มตัวลงนอน ฝั่งที่เขาเว้นไว้ให้ เพราะตัวเขาเองก็นั่งอยู่ชิดอีกฝั่งหนึ่ง....ถือว่ายังพอมีน้ำใจอยู่บ้างที่ไม่ไล่หล่อนลงไปนอนบนพื้น
“นอนกรนหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามขึ้นลอย ๆ ขณะที่สายตายังจดจ้องอยู่กับหน้าจอไอแพด
“ไม่รู้สิคะ ไม่เคยนอนกับใคร เลยไม่มีคนบอก” หญิงสาวตอบมาจากฝั่งของหล่อน โดยยังนอนหันหลังให้ ก็อยู่กันแค่สองคน เลยไม่รู้จะเกี่ยงให้ใครเป็นคนตอบ
“อายุเท่าไหร่แล้ว เธอน่ะ”
“ยี่สิบห้า” จะมาอยากรู้อายุทำไมตอนนี้ฟระ......
“น่าเชื่อตายล่ะ ไม่เคยนอนกับใคร อย่าแอ๊บหน่อยเลยน่า”
“แล้วแต่คุณจะคิด” ฮึ่ม...ไม่ได้สำนึกในแกงส้มกุ้งกับไข่เจียวปูแสน อร่อยเลย...จิกกัดยันนาทีสุดท้ายสิน่า....หญิงสาวหันมาบอกเขาแล้วพลิกตัวกลับม้วนเป็น ดักแด้อยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่ หล่อนง่วงเต็มทีไม่มีกระจิตกระใจจะ ต่อล้อต่อเถียงกับใครอีก
“เดี๋ยว... ไม่ร้อนหรือไง ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ ต่อให้คุณนอนแก้ผ้า ผมก็ไม่มีอารมณ์หรอก คงต้องใช้เวลาทำใจอีกนานเชียวแหละ” เสียงเขาพูดลอย ๆ แต่หางเสียงสั่นน้อย ๆ เหมือนกลั้นความขบขันไว้ไม่มิด
เสียงหญิงสาว อือ อา ตอบกลับมาฟังไม่ได้ศัพท์ จนกระทั่งจังหวะการหายใจสม่ำเสมอ หล่อนหลับไปแล้ว อนาวินจึงชะโงกหน้าข้ามไปดูหน้าหล่อนชัด ๆ ความจริงยัยนี่ก็ดูดีอยู่หรอก พอล้างคราบไคลความมอมแมมออกจนหมดจด ไม่น่าเชื่อว่าอายุยี่สิบห้า ผิวแก้มเนียนอ่อนใส จนอนาวินเผลอกดจมูกลงไปโดยไม่ตั้งใจ แถมแช่นิ่งสูดดมความหอมเข้าไปซะเต็มปอด อีกต่างหาก
“เฮ้ย !...เป็นไปได้ไงวะ” อนาวินรีบดึงตัวเองกลับมานอนในฝั่งของตน เมื่อรู้สึกเลือดในกายพลุ่งพล่าน หลังจากสงบนิ่งมาได้ตั้งหลายปี....ยัยบ้าเอ้ย....แม่มดชัด ๆ..ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย กลับไปนอนหันหลังนับลูกแกะตาค้าง
เป็นเพราะเมื่อคืนเกวลินนอนหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย ทำให้เช้านี้หล่อนตื่นแต่เช้า ฟ้ายังมืดอยู่ด้วยซ้ำ สภาพตัวเองเหมือนดักแด้ยังไงยังงั้น หันไปมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่ข้างกายชายหนุ่มมีผ้าห่มพาดอยู่ครึ่งตัว ช่วงบนอวดกล้ามอกตึง ภายใต้เสื้อนอนตัวบาง เกวลิน อดอมยิ้มไม่ได้ ถ้าอีตานี่จะไม่ตื่นมาทำปากเสียใส่ เขาจะเป็นผู้ชายที่น่าหลงใหลมาก ถึงมากที่สุด...เอาเถอะ ได้แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วสำหรับวันแรก
เมื่อนึกถึงหน้าของคุณลุงดนัย หล่อนก็ได้แต่ทอดถอน ใจ กับความหวังที่ท่านวางบนบ่า ความหวังที่จะได้ทายาทสืบสกุล....อยากจะบ้าตาย ความคิดของหล่อนตีกันยุ่งเหยิง.......นี่ถ้าหล่อนไม่คิดถึงลูกที่จะเติบโตเป็นคนคุณภาพ ตั้งแต่ต้นทางการผลิตแล้วล่ะก็ แม่จะจับปล้ำเสียให้สิ้นเรื่อง.........คิดแล้วก็จั๊กจี้กับความคิดของตัวเอง.........ว่าแต่มันทำได้จริง ๆ ไหมนะ...ไอ้ปล้ำผู้ชายเนี่ย...
เกวลิน จัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยก่อนจะออกมาเตรียมอาหารเช้า ไม่รู้ด้วยสิ...ว่าเขาจะกินแบบไหน แต่ดูจากของในตู้เย็นแล้ว ทำข้าวต้มหมูดีกว่า แล้วก็แถมไส้กรอก เบคอน ไข่ดาวอีกนิดหน่อย ให้พ่อเจ้าประคุณเลือกสรรตามใจชอบ
“เสร็จหรือยัง” อนาวิน เข้ามายืนอยู่ข้างหลัง ชะโงกมองหม้อข้าวต้มหอมฉุย
เกวลินหันไปแทบจะชนกับใบหน้ารก ๆ นั่น....ถ้าจะยืนใกล้ขนาดนี้ ไม่เข้าสิงฉันเลยล่ะยะ....มันแค่การค่อนขอดในใจ แต่ที่แสดงออก ก็แค่ส่งค้อนปะหลับปะเหลือก...
“เสร็จพอดีค่ะ”
“งั้นก็เสร็จพร้อมกันนะ”
“อะไรนะ.. หญิงสาวหันไปมองเขาตาขวางอีกครั้ง ก็เห็นแต่ใบหน้าเรียบเฉย คงไม่ใช่ล่ะมั้ง ถ้าเป็นพวกลูกสมุนแถวบ้านของหล่อนล่ะไม่แน่ ที่ชอบพูดทะลึ่งตึงตัง สองแง่สองง่าม แต่อีตานี่หน้านิ่งมาก....ยกผลประโยชน์ให้จำเลยก็แล้วกัน......
