ตอนที่ 7 ฟ้องหย่าเพื่อสิทธิ์เลี้ยงลูก 1
ความคิดของโสภณกับนีน่าตรงกันคือไม่อยากได้สิทธิ์เลี้ยงดูนลินเพราะไม่ต้องการมีภาระ ไม่อยากมีห่วงผูกคอใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่ง...
ข่าวเรื่องเด็กหญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นตามหน้าสื่อ นลินสาวน้อยตัวจี๊ดที่เป็นครีเอเตอร์ชื่อดัง และกำลังมีผลงานละครฟอร์มยักษ์จ่อคิวออนแอร์ก็แพร่สะพัดไปทั่ว
นิตยสารและรายการทีวีต่างพากันเสนอข่าวเด่นเกี่ยวกับ ‘ดาราเด็กตัวน้อยร้อยล้าน’ พร้อมตัวเลขค่าตัวและสัญญาสปอนเซอร์มหาศาล
นลินคือเด็กน้อยมหัศจรรย์ เป็นอภิชาตบุตรโดยแท้ เป็นที่ภาคภูมิใจของคนเป็นพ่อแม่ออนไลน์อย่างที่สุด
เมื่อโสภณและนีน่าล่วงรู้ข่าวนี้เข้า ดวงตาของทั้งคู่ก็สว่างวาบ เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย แรกเริ่มคือตกใจ แปลกใจ ต่อมาก็แปรเปลี่ยนตื่นเต้น ยืนดี ท้ายที่สุดก็กลายเป็นความโลภ!
ความต้องการเลี้ยงดูนลินพลันพร่างพรู ความคิดก่อนนี้ที่ไม่อยากมีลูกพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“เด็กผู้หญิงที่เก่งขนาดนี้เป็นลูกผมครับ”
โสภณคุยโวโอ้อวดกับคนที่ทำงานได้ทั้งวัน กระทั่งกลับถึงบ้านและอยู่กับนีน่าสองต่อสองก็รีบปรึกษากันอย่างกระตือรือร้น
“พี่ภณ! ยัยเด็กดื้อนั่นทำเงินได้เดือนละเป็นล้านเลยนะ!” นีน่าตาโตพูดด้วยความตื่นตระหนกหลังจากเช็คจากสื่อออนไลน์มาหมาดๆ “ถ้าเราได้สิทธิ์เลี้ยงดูยัยลิน เงินพวกนั้นก็ต้องตกเป็นของเราสิคะ!”
ความโลภเข้าตาทำให้โสภณไม่รอช้า วันรุ่งขึ้น เขารีบหาทนายปรึกษาเพื่อ ‘ฟ้องหย่า’ และยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอ ‘สิทธิ์ปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว’ ทันที!
“พี่ภณ ใช้เหตุผลอะไรฟ้องหย่าเหรอคะ” นีน่าถามอย่างกังวลเล็กน้อยอย่างคนมีชนักติดหลัง
โสภณเหยียดยิ้มตอบอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า เราชิงฟ้องก่อนได้เปรียบก่อน นีน่าไม่ต้องกังวลหรอกครับ คนที่ทำงานไม่มีใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา ส่วนฤดียิ่งไร้ปากไร้เสียง ยัยลินก็เด็กเกินกว่าจะมีปัญญาทำอะไรได้
เขาให้ทนายอ้างอย่างสมเหตุสมผลต่อศาลว่า ฤดีมัวแต่ชักนำบุตรสาวไปในทางหาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง เป็นผู้ใหญ่หากินกับเด็ก บังคับใช้แรงงานเด็ก และนำเด็กไปรับงานในวงการบันเทิงจนกระทบต่อการเรียนและการเติบโตตามวัย
อีกประเด็นที่โสภณให้เหตุผลในการเรียกร้องสิทธิ์ปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียวก็คือ เขามีความมั่นคงทางการเงินมากกว่า มีบัญชีธนาคารย้อนหลังที่สม่ำเสมอ จ่ายค่าเลี้ยงดูให้ฤดีกับลูกมาโดยตลอด
เขามีอาชีพการงานและรายได้แน่นอน ต่างจากฤดีที่ไม่มีงานทำ รายได้ที่อ้างว่ามาจากลูกสาวเป็นเพียงรายได้ฉาบฉวยที่ไม่มั่นคง ศาลจึงควรให้บุตรอยู่ในความดูแลของพ่อที่มีความพร้อมมากกว่า
เหตุผลทั้งหมดได้ตราประทับรับฟ้อง
ในการนัดสืบพยานและรอคำตัดสินของศาล โสภณใช้อำนาจความเป็นเจ้าของบ้านและหัวหน้าครอบครัว ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว
เขาไล่ฤดีออกจากบ้าน! โดยบังคับให้ลูกต้องพักอาศัยอยู่กับตนเพราะคนเป็นพ่อในสถานะนี้คือเหนือกว่า หากฤดีขัดขวางหรือแอบพานลินหนี โสภณจะแจ้งความดำเนินคดีข้อหาลักพาตัวและนำเรื่องนี้ไปอ้างต่อศาลว่าฤดีเป็นแม่ที่ไม่เคารพกฎหมาย
หลังจากโสภณออกปากไล่ฤดีออกจากบ้านอย่างเลือดเย็น โลกทั้งใบของฤดีก็คล้ายกับพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา หัวใจแหลกสลายไม่เหลือดี
ความอดทนที่เคยมีของฤดีก็ขาดสะบั้นลง เธอไม่ยอมก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้ง่ายๆ อย่างที่สามีคิด
“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น! บ้านหลังนี้เป็นบ้านของเรา คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันเพื่อพาเมียน้อยเข้าบ้าน!”
ฤดีแผดเสียงใส่โสภณด้วยความโกรธแค้น น้ำตาแห่งความบอบช้ำเอ่อล้นคลอสองเบ้าก่อนจะหลั่งเป็นสาย
นีน่าที่ยืนเกาะแขนโสภณอยู่ ยิ้มเยาะแบบเหยียดๆ ก่อนจะก้าวขึ้นมาประชันหน้ากับฤดี “แหม... พี่ฤดีคะ พูดให้มันดีๆ หน่อยสิคะ บ้านหลังนี้ชื่อพี่ภณ เงินที่ผ่อนก็เงินพี่ภณ พี่ฤดีก็แค่แม่บ้านเกาะผัวกินไปวันๆ ไม่มีปัญญาหาเงินเอง แล้วยังมีหน้ามาเชิดหน้าชูตาอยู่อีกเหรอคะ!”
ฤดีตวาดลั่น “แกมีสิทธิ์พูดรึไง อย่าเสร่อ”
เมื่อถูกผู้หญิงที่เรียบร้อยไร้ปากเสียงมาด่ากราดอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นแบบนั้น นีน่าพลันชะงักงันหน้าชา
“พี่ฤดี กล้าดียังไงมาด่าฉัน”
“ทำไมจะด่าไม่ได้ อีหน้าด้าน แย่งผัวคนอื่น”
เพียะ!
ฝ่ามือของนีน่าตบเข้าที่ใบหน้าของฤดีอย่างแรงจนฤดีหน้าหัน เสียงตบดังสนั่นก้องห้องนั่งเล่น!
ฤดีชาไปทั้งหน้า ความเจ็บปวดและอับอายสั่งให้เธอง้างมือเตรียมจะตบสวนคืนทันที “อีชั่ว!”
ทว่ายังไม่ทันที่มือของฤดีจะแตะโดนตัวนีน่า โสภณก็พลันถลันเข้ามาคว้าข้อมือฤดีไว้แน่น แล้วผลักฤดีอย่างแรงจนร่างของเธอถลาไปชนกับขอบตู้!
“หยุดนะฤดี! อย่ามาทำกิริยาแย่ๆใส่คนของฉัน!”
โสภณกางแขนออกปกป้องนีน่าเต็มตัว ตวาดใส่ภรรยาด้วยสีหน้าอำมหิต โดยไม่สนใจสักนิดว่าฤดีจะเจ็บปวดแค่ไหน
