ตอนที่ 7 ฟ้องหย่าเพื่อสิทธิ์เลี้ยงลูก 2
เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของ ‘นลิน’ ที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆ
ดวงตากลมโตคู่นั้นส่องประกายวาวโรจน์ด้วยความแค้นถึงขีดสุด!
จิตวิญญาณผู้ใหญ่ในร่างเด็กสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธที่เห็นแม่ถูกทำร้าย ถูกหยามเกียรติถึงเพียงนี้!
‘พวกแก... กล้าทำแม่ฉันขนาดนี้เลยเหรอ!’
นลินกัดปากกำหมัดแน่น ร่างกายเตี้ยป้อมเล็กจ้อยสั่นระริก
คิดอยากเข้าไปช่วยแม่ด้วยการผลักโสภณกับนีน่าออกไป แต่ทว่าเธอรู้ดีว่าด้วยแรงอันน้อยนิดของเด็กวัยเพียงแปดขวบ ถ้าเธอผลักสองคนนั้น คนที่กระเด็นต้องเป็นตัวเองแน่
เสียงทะเลาะเบาะแว้งอย่างรุนแรงยังคงแผดก้อง
“พี่ปกป้องมัน แทนที่จะปกป้องฉันเหรอ” ฤดีร้องไห้ถามด้วยหัวใจที่แตกสลายครั้งแล้วครั้งเล่า
“เธอก็แค่ออกจากบ้านไปดีๆ ไม่ได้เหรอไงล่ะฤดี จะตบตีกันทำไม”
“มันตบฉันก่อน”
“พี่ภณ นีน่ากลัวจัง”
“นีน่าไม่ต้องหลัว มีพี่อยู่”
“ภณ!” ฤดีเรียกชื่อสามีเสียงดังอย่างผิดหวังรุนแรง
เสียงถกเถียงเหล่านั้นยิ่งทำเด็กหญิงนลินเดือดจัด จนสติขาดผึง
ตึ่ก!
นลินกระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะรับแขกกลางห้องด้วยความรวดเร็วอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด! สายตาของเด็กหญิงจับจ้องไปที่เก้าอี้ไม้ทรงหนาข้างโต๊ะ
เธอใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีคว้าพนักพิงเก้าอี้ขึ้นมา แล้วออกแรงยกมันขึ้นสุดแขนด้วยแรงแค้นทั้งหมด!
โครมมมมม!
นลินทุ่มเก้าอี้ไม้เต็มแรงใส่ร่างของโสภณและนีน่าอย่างแม่นยำ! ขาเก้าอี้ฟาดเข้าที่ไหล่ของโสภณและถากเข้าหน้าผากของนีน่าจนทั้งคู่ร้องกรีดร้องเสียงหลง ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นด้วยความจุกและตกใจแทบสิ้นสติ!
“กรี๊ดดดด! หน้าฉัน!”
นีน่าร้องโวยวาย เอามือจับหน้าผากที่เริ่มปูดบวม
“ยัยลิน! แกบ้าไปแล้วเหรอ!” โสภณกุมไหล่ตัวเอง ร้องด้วยความเจ็บปวดและตกตะลึง
เมื่อช่วยแม่โดยการแยกพ่อกับเมียน้อยออกได้แล้ว นลินไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เธอกระโดดลงจจากโต๊ะคว้าข้อมือของฤดีที่กำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ดึงแม่ให้รีบเดินออกจากบ้านทันที!
เมื่อก้าวพ้นรั้วบ้านมาได้ นลินพาแม่มาหยุดยืนอยู่ตรงมุมถนนที่ปลอดภัย ฤดียังคงตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ เสียใจ และตกใจกับสัญชาตญาณอันดุดันของลูกสาว
“ลิน... ลินลูก...” ฤดีร้องไห้โฮดึงลูกเข้ามากอดแน่น “แม่ขอโทษ... แม่มันไร้ประโยชน์”
นลินยื่นมือเล็กๆ ขึ้นไปเช็ดคราบน้ำตาและรอยแดงบนแก้มของผู้เป็นแม่ แววตาของเด็กหญิงนิ่งสนิทและหนักแน่นเกินเด็กทั่วไป เด็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลัง
“แม่จ๋า ออกไปเถอะ ยอมถอยออกมาตั้งหลักก่อน”
“แต่ลิน...”
“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่... ปล่อยให้พวกมันเสวยสุขกันไปก่อน” นลินเอียงคอมอบรอยยิ้มให้แม่ “แผลบนหน้าแม่ในวันนี้ ลินจะเอาคืนพวกมันให้ทบต้นทบดอก จนพวกมันต้องมาร้องขอชีวิตจากแม่เอง!”
ฤดีแอบมองสามีที่ยืนกอดประคองปลอบขวัญนีน่าอยู่ตรงประตูด้านในด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว
ทั้งที่เธอรักเขา รักมาตลอด ทุ่มเทเพื่อเขาขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่เห็นค่า ไม่เห็นเธออยู่ในสายตา
“ฮือ... ลินลูก แม่ขอโทษ แม่มันไร้ประโยชน์จริงๆ แม่เถียงเขาไม่เป็นเลย...แม่ไม่รู้ต้องพูดอธิบายต้องตอบโต้คนพวกนี้ยังไง แม่อ่อนแอเกินไป”
ฤดีร้องไห้แทบขาดใจอยู่หน้าประตูรั้วบ้าน เธอรู้สึกพ่ายแพ้และอับจนหนทางอย่างที่สุด และที่เสียใจจนรู้สึกย่ำแย่ยิ่งกว่าก็คือการที่ต้องทิ้งลูกสาวไว้ในดงเสือคองูเห่า
“แม่คะ... ไม่ต้องร้องไห้นะ”
นลินในร่างเด็กหญิงตัวน้อยกอดแม่แน่น
เด็กหญิงไร้ความกลัวต่อพ่อกับเมียน้อย ทว่าเธอกลับกลัวที่สุดก็คือสภาวะของแม่ตอนนี้ กลัวเหลือเกินว่าแม่จะเป็นซึมเศร้าเอาแต่ด้อยค่าตัวเอง
บางทีเธอยังรู้สึกผิดแล้ว ที่ยื้อชีวิตแม่ไว้ ทำให้แม่ต้องทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็นยาวนานขนาดนี้
แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเธอไม่อยากเสียแม่ไป แม่ของเธอควรมีชีวิตอยู่ และมีชีวิตที่ดี
ไม่ควรอายุสั้นแบบนั้น!
แววตานลินวาวโรจน์เหมือนมีไฟลุกโชน
“แม่ฟังลินนะ ผู้ชายแบบพ่อ...เขาไม่คู่ควรให้แม่ต้องแคร์เลยสักนิด แม่มองลินนะคะ ลินรักแม่ และแม่คือคนที่มีค่าที่สุด แม่คือโลกทั้งใบของลิน แล้วลินก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแม่”
คำพูดของนลินทำเอาฤดีชะงักกึก
ความรู้สึกหดหู่จนหัวใจเหน็บหนาวเมื่อครู่คล้ายมีน้ำอุ่นๆเข้ามารินรด
“จ๊ะ ลิน แม่รู้ แม่ก็รักหนูนะ”
นลินพยักหน้าน้ำตาคลอแต่ก็ฮึบไว้ “แม่ไปพักที่โรงแรมใกล้ๆ ก่อนนะคะ อดทนรอสักหน่อย อีกไม่นาน ลินจะทำให้พวกมันวิ่งมาร้องขอให้แม่มารับลินกลับไปเอง!”
“จ่ะ จริงเหรอลูก”
ฤดีมองลูกผ่านม่านน้ำตา แม้ไม่มีเหตุผลให้เชื่อ เพราะลูกก็แค่เด็กตัวเท่านี้ แต่ฤดีกลับไร้เหตุผลแย้งเช่นกัน
“แม่จ๋า แม่เชื่อลินนะ ลินขอร้อง”
แววตาของนลินเป็นสิ่งที่ฤดีไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะมันเป็นแววตาของผู้ใหญ่ที่คล้ายผ่านโลกมามากกว่าเธอเสียอีก
แต่จะเป็นไปได้อย่างไร? ลูกเธอแค่แปดขวบ!
แม้คิดเช่นนั้น ทว่าท้ายที่สุดฤดีก็พยักหน้าแต่โดยดี
“มีอะไรก็รีบโทรหาแม่นะ แม่จะรีบมาหาทันที”
“ค่ะแม่”
