ตอนที่ 6 แขกไม่ได้รับเชิญในบ้านของเรา 1
บ่ายวันหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำ รถตู้ของกองถ่ายมาส่งสองแม่ลูกที่หน้าบ้าน
นลินก้าวขาเล็กๆ ลงจากรถตู้พลางจูงมือแม่เดินยิ้มแย้มเข้ามาในเขตรั้วบ้าน
ฤดีเองก็มีรอยยิ้มประดับใบหน้าเช่นกันเมื่อเห็นลูกแลดูมีความสุขขนาดนี้ ทั้งทำทำงานหนักเกินวัยขนาดนั้น
ทว่ารอยยิ้มของฤดีกลับต้องชะงักกึก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรองเท้าส้นสูงสีแดงแป๊ดราคาแพงจอดเคียงข้างรองเท้าของสามีอยู่ที่หน้าประตู
ยังไม่ทันที่ฤดีจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงหัวเราะต่อกระซิกอย่างมีความสุขก็ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนั่งเล่น
“อุ๊ย พี่ภณล่ะก็นีน่าบอกแล้วไงคะว่าอย่าเล่นตรงนี้ เดี๋ยวพี่ฤดีกลับมาเห็นเข้าจะแย่เอา”
“จะกลัวอะไรล่ะนีน่า บ้านนี้มันบ้านของฉัน เงินที่ใช้ซื้อก็เงินฉัน ฤดีก็แค่แม่บ้านไม่มีรายได้ วันๆ เอาแต่พาลูกเที่ยวแล้วก็เกาะฉันกิน”
คำพูดดูถูกเหยียดหยามนั้นดังชัดเจนทุกถ้อยคำ ฤดีหน้าซีดเผือด มือที่จับนลินอยู่เริ่มสั่นเทาด้วยความโกรธและความเสียใจที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก เธอเดินผ่านประตูที่แง้มเปิด ภาพตรงหน้าคือโสภณที่กำลังโอบกอดนีน่า เมียน้อยตัวแสบอยู่บนโซฟาตัวโปรดของเธอ
น้ำตาของฤดีเอ่อคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวด
โสภณสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นภรรยาจูงมือลูกเห็นเขากับนีน่า ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นเคร่งขรึมและรำคาญใจ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนบังตัวนีน่าเอาไว้
“เออ! ในเมื่อเธอเห็นแล้วก็ดีเหมือนกัน นีน่าเขามาอยู่เพื่อช่วยดูแลปรนนิบัติในฐานะเมียอีกคนของพี่ไง ท่าทางคุณก็ยุ่งอยู่กับการพายัยลินไปข้างนอกไม่ใช่หรือไง ไม่มีเวลาทำหน้าที่เมียอยู่แล้วนี่!”
นีน่าแกล้งทำหน้าซื่อตาใส หลบหลังโสภณแล้วส่งสายตาเย้ยหยันมาให้ฤดีอย่างผู้ชนะ
เดิมทีสถานการณ์แบบนี้ ฤดีคงร้องไห้ฟูมฟายและยอมจำนนเพราะไม่มีเงินและที่ไป แต่นลินไม่มีทางยอมให้ประวัติศาสตร์น้ำเน่าแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด
เด็กหญิงก้าวเท้าเอาตัวเข้ามาบังหน้าผู้เป็นแม่ แววตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีแววหวาดกลัวหรือร้องไห้งอแงเหมือนเด็กทั่วไป แต่มันนิ่งสนิทและเย็นเยียบจนโสภณยังรู้สึกเสียวสันหลัง
“พ่ออยากทำบัดสีทำระยำอะไรต่อก็ทำๆไปเถอะ ลินจะนึกเสียว่าเห็นสัมเภสีแล้วกันค่ะ”
เสียงเล็กๆ ของนลินพูดขึ้นอย่างหยาบคายฉะฉานและชัดถ้อยชัดคำ จนโสภณกับนีน่าถึงขั้นชะงักงัน เหมือนโดนตบจนหน้าหันพร้อมกัน
“ยัยลิน แกพูดจาแก่แดดแก่ลมแบบนี้ได้ยังไง”
“นั่นสิคะ เป็นเด็กเป็นเล็กอะไร แม่ไม่สอนเหรอ”
“สอนสิ สอนว่าคนหน้าด้านไร้ยางอายแบบนี้ต้องพูดจาหยาบๆแบบนี้นั่นแหละ อีกอย่าง แม่หนูสอนดีมาก สอนไม่ให้แย่งผัวใครค่ะ”
“ยัยลิน!” โสภณเดือดจัด นีน่ากัดฟันกรอด
นลินจับมือฤดี “ไปกันแม่ เดี๋ยวตาเป็นกุ้งยิง”
“ยัยลิน! แกกล้าดียังไง มาขอโทษฉันกับคุณน้าเดี๋ยวนี้!”
โสภณตวาดลั่น หน้าดำหน้าแดงด้วยความอับอาย
นลินไม่สนใจเสียงขู่ของพ่อ ยิ่งไม่คิดหันหลับไปเพื่อขอโทษยัยเมียน้อยน่ารังเกียจนั่น เธอหันไปกระซิบแม่
“แม่คะ เดี๋ยวลินจัดการเองนะ แม่อยู่เฉยๆก็พอ”
ฤดีก้มลงมองลูกสาวตัวน้อย วินาทีนั้นความโกรธแค้นสะสมบวกกับความรักในตัวลูก และความมั่นใจว่าเธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปพลันปะทุเข้ามาจนล้นอก
ทำให้ฤดีเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง น้ำตาที่เคยไหลเพราะความอ่อนแอถูกปาดทิ้งไปจนสิ้น
ฤดีไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้เชื่อฟังลูกที่ยังเป็นเพียงเด็กน้อยอย่างดีเยี่ยมขนาดนี้ “จ๊ะๆ แม่เชื่อลูก” อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณกระมัง
คล้อยหลังฤดีกับเด็กหญิงนลินที่เดินขึ้นบ้าน
นีน่าซบอกโสภณเอ่ยปากกระเง้ากระงอดว่า “ทำไมพี่ภณไม่หย่ากับพี่ฤดีเสียทีล่ะคะ ไม่ได้รักเธอแล้วนี่ หรือพี่จะรอให้เมียฟ้องหย่าแล้วออกไปเอง”
