ตอนที่ 5 ความมืดก่อนรุ่งสาง 2
พวกเราเจอกันทักทายกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอไง ทั้งที่รู้ว่าโสภณมีเมียอยู่แล้วก็ยังหน้าด้านแบบนี้ได้ยังไง โสภณยิ่งแล้วใหญ่ ทำไมถึงกล้าหักหาญน้ำใจเธอขนาดนี้กัน?
ในขณะที่เธอทิ้งงานทิ้งสังคมมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว เพื่อเลี้ยงลูก ดูแลทุกคนในบ้าน หุงหาอาหารและปรนนิบัติสามีให้ดีที่สุด เขากลับไปมีสัมพันธ์กับคนที่ทำงาน
แค่นั้นยังไม่พอ เขายังปล่อยให้ยัยนี่ตามระรานเธอ
มีสิ่งหนึ่งที่ยัยลินไม่รู้ก็คือผู้หญิงคนนี้เคยโทรมาเปิดตัวกับเธออย่างหน้าด้านๆ ทั้งส่งรูปอะไรต่อมิอะไรมา
เธอได้แต่ทนอย่างเก็บกดแบบคนที่ทำอะไรไม่ได้ พอเธอไม่ตามไม่ถามอะไร ก็เป็นเขากับยัยนั่นที่ทนไม่ไหวอยากเปิดไม่คิดปิดบังหลบๆซ่อนๆอีกต่อไป
“ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละฤดี นีน่าเขาจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่กับเรา ตั้งแต่วันนี้” โสภณพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด “เธอเองรู้แล้วก็ไม่ว่าอะไรไม่ใช่เหรอไง เอาล่ะ พี่คิดดีแล้ว นีน่าเพิ่งบรรจุเป็นพนักงาน คอนโดก็ไกลบริษัท ย้ายมาอยู่ที่นี่จะได้ช่วยดูแลบ้านช่องอีกแรง”
“พี่พูดบ้าอะไรออกมา! กล้าพามันเข้ามาอยู่ในบ้านของเราเนี่ยนะ! พี่ไม่คิดถึงใจของฉันกับยัยลินเลยเหรอ!”
ฤดีทรุดตัวลงสะอื้นไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำ ความอดทนทั้งหมดที่เพียรเก็บกดไว้พังทลายลงในพริบตา
“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่หน่อยเลยน่าฤดี!” โสภณขมวดคิ้วตวาดเสียงเครียด “คุณก็แค่อดทนยอมรับนีน่าเข้ามาอีกคนจะเป็นไรไป? วันๆ คุณก็เอาแต่พายัยลินออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่รู้ไปไหนกัน เงินทองก็เป็นพี่ที่หามา เธอเป็นแค่แม่บ้านจะเอาอะไรนักหนา! พี่มีเงินเลี้ยงดูให้อยู่อย่างสุขสบายขนาดนี้ เธอก็ควรจะกตัญญูและหุบปากซะ!”
นีน่าแกล้งบีบน้ำตาเกาะแขนโสภณแน่น “พี่ฤดีคะ นีน่าไม่ได้จะมาแย่งอะไรนะ นีน่าแค่รักคุณโสภณเกินไป รักจนไม่อาจตัดใจได้ สุดท้ายก็ต้องยอมลดตัวแบบนี้ ฮึก นีน่าอยากมาช่วยพี่ฤดีดูแลคุณโสภณอีกคน พี่ฤดีอย่าโกรธเลยนะคะ อดทนเพื่อครอบครัวเถอะค่ะ นีน่าสัญญาว่าจะอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวนะคะ”
คำพูดหน้าด้านๆ ของหญิงชู้ยิ่งเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ฤดีได้แต่กอดอกร้องไห้ฟูมฟายราวกับคนหัวใจสลายที่ไร้ทางสู้
โสภณเห็นแบบนั้นก็ไหวไหลไม่ยี่หระ ลึกๆ ในใจเขายังคงคิดว่าฤดีไม่มีปากเสียง ไม่มีรายได้ และต้องพึ่งพาเงินของเขาไปตลอดชีวิต ไม่ยอมก็ต้องยอมนั่นแหละ
นลินเงยหน้ามองผู้ใหญ่นิ่งๆ
หากเป็นในอดีตชาติ... นลินในวัยแปดขวบแบบนี้คงทำได้เพียงยืนร้องไห้กอดขาแม่ด้วยความหวาดกลัว
หลังจากนั้นก็ทำตัวไม่ประสา เป็นเด็กไร้ประโยชน์ธรรมดาคนหนึ่ง
เธอในชาติที่แล้วแทบไม่รู้ว่าแม่ร้องไห้มากแค่ไหน ทะเลาะกับพ่อบ่อยๆ ทำไม
แล้วน้าคนสวยที่ยืนเกาะแขนพ่อนั่นเป็นใคร
นลินตอนเป็นเด็กหญิงในชาติที่แล้วใสซื่อเกินไป
แต่นลินในชาตินี้ไม่ใช่เด็กคนเดิมอีกต่อไป!
หญิงสาวในร่างเด็กน้อยวัยแปดขวบก้าวเท้าสั้นๆ เข้ามายืนขวางหน้าผู้เป็นแม่ แววตากลมโตที่เคยมองพ่อด้วยความรัก
บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเกลียดชังอย่างลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของหัวใจ
ฆาตกร!
นลินจ้องหน้าโสภณตรงๆ โดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“คุณแม่ไม่ต้องอดทนเพื่อคนเห็นแก่ตัวแบบคุณพ่ออีกแล้วค่ะ” เสียงเล็กๆ ของนลินดังขึ้น ทว่าหนักแน่นและฉะฉานจนโสภณถึงกับชะงักไป
“ยัยลิน! แกกล้าพูดย้อนฉันเหรอ!”
“ลินไม่ได้ย้อนค่ะ ลินแค่พูดความจริง”
นลินหันไปดึงมือแม่ที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นให้ลุกขึ้นยืน บีบมือแม่เบาๆ เพื่อส่งผ่านพลังและความมั่นใจ “แม่จ๋า ไม่เป็นไร แม่มีลินอยู่ทั้งคน ไม่ต้องมีผัวเฮงซวยแบบนี้ก็ได้”
“ยัยลิน!” โสภณคำรามลั่น
ฤดีเองยังถึงขึ้นเบิกตามองลูกอย่างตกใจ
“ยัยลิน... ลูก...” ฤดีมองลูกสาวผ่านม่านน้ำตา แววตาเด็ดเดี่ยวเกินไปเด็กของนลินทำให้ฤดีเริ่มได้สติและหยุดร้องไห้
“หึ! อวดดี!” โสภณแค่นยิ้มอย่างสมเพช “แม่แกคงด่าพ่อให้ฟังสินะ ดีนัก ไม่ต้องมีผัวเฮงซวยก็ได้งั้นเหรอ แกคิดจะพาแม่แกหนีหรือไง? ออกไปแล้วจะเอาอะไรกิน! เงินสักบาทก็ไม่มี คิดว่าชีวิตข้างนอกมันง่ายนักหรือไง ฤดี!”
คนถูกเรียกพลันสะดุ้ง ในขณะที่นลินรีบบีบมือแม่เอาไว้แน่นขึ้น เธอเงยหน้ามองใบหน้าอวดดีของโสภณแล้วลอบยิ้มเย็นชาในใจ ‘หัวเราะไปก่อนเถอะ’
“ป่ะ ไปกันแม่”
โสภณยังตะเบ็งเสียงคำรามใส่ไล่หลังภรรยาว่า “ผมจะตัดเงิน ไม่จ่ายค่าอะไรทั้งนั้น ลองดูสิว่าคุณกับลูกจะอยู่ยังไง ฮึ!”
“พวกเราจะอยู่รอดไหม... พ่อคอยดูแล้วกัน ชิ!”
นลินเอ่ยทิ้งท้าย แววตาประกายวาวโรจน์จนโสภณรู้สึกหนาวสั่นในใจอย่างบอกไม่ถูก
เด็กน้อยลูบหลังมือผู้เป็นมารดาเบาๆ ปลอมโยนในใจว่า ‘อดทนหน่อยนะแม่ รอได้เงินก่อนค่อยว่ากัน’
นลินเชิดหน้าขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยวจูงมือฤดีเดินขึ้นไปบ้านไปอย่างไม่ไยดี ทำเหมือนโสภณกับนีน่าเป็นอากาศ
ทิ้งให้ผีเน่าอยู่กับโลงผุไปก่อน ปล่อยพวกคนทรยศทั้งสองเสวยสุขอยู่บนกองเพลิงที่นลินเตรียมจะจุดไฟเผาในอีกไม่ช้า!
