บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 แผนการยึดพื้นที่หัวใจของแม่

ความสดใสและพลังบวกของนลินค่อยๆ ดึงฤดีออกมาจากโลกที่มืดมน

ทุกครั้งที่โสภณโทรมาบอกว่า ‘ติดงานไม่กลับบ้าน’ แทนที่ฤดีจะร้องไห้เหมือนในอดีต นลินก็จะรีบเข้าไปกอดชวนแม่ทำนู่นทำนี่ จนฤดีเริ่มปล่อยวางและเอาใจมาผูกไว้ที่ลูกสาวแทน

“แม่จ๋า เราถ่ายคลิปทำคอนเท้นทุกวันเลยน๊า”

แน่นอนว่าฤดีไม่เข้าใจความคิดลึกล้ำของลูกสาว เธอคิดแค่ว่าลูกต้องการให้ช่วยถ่ายคลิปตามประสาเด็ก และแน่นอนว่าแม่อย่างเธอก็พร้อมตามใจลูกสุดที่รัก

“อ้อ นั่นสินะ ช่วงนี้ปิดเทอมพอดี ก็ได้นะลูก งั้นเรามาถ่ายคลิปเยอะๆไปเลยเป็นไง”

“เย้! แม่เข้าใจลินที่สุด รักแม่จัง”

“แม่ก็รักลินจ้า”

“มาค่ะ ตั้งกล้องๆ”

นลินกระตือรือร้นมาก และเธอไม่หยุดแค่นั้น ถึงขั้นอยากไปแคสโฆษณาเผื่อได้เล่นหนังเป็นดาราเด็ก

“แม่ไปส่งลินได้มั้ยจ๊ะ”

“เอางั้นเลยเหรอลูก”

“เอางี้แหละแม่ น๊าๆ ไปส่งลินหน่อย”

ฤดีลังเล “แต่ว่าแม่ต้องทำงานบ้าน ทำกับข้าว เผื่อพ่อกลับมากินข้าว”

นลินนิ่วหน้า อาการของแม่แบบนี้แก้ยังไงก็ไม่หาย ดูเถอะ พ่อออกจากบ้านไปทำชั่วขนาดไหนกลับมาก็ยังมีแม่คอยห่วงใย

หึ! ไม่ใช่ว่ากินอิ่มหนำกับนังหน้าด้านแล้วเหรอไง

นลินได้แต่คิดในใจไม่กล้าพูดออกมาเดี๋ยวจะเป็นการทำร้ายจิตใจแม่เปล่าๆ เธอจึงว่า “ลินจะซื้อของกินอร่อยๆ กลับมาให้พ่อเอง พ่อต้องชอบแน่ๆ ดีมั้ยจ๊ะ”

“หืม เอาแบบนั้นเหรอลูก”

“เอาแบบนั้นแหละจ๊ะ ลินมีเงินแล้วนี่นา ลินอยากเป็นคนที่ซื้อกับข้าวเข้าบ้านบ้าง ได้มั้ยแม่”

“อ้อ ได้สิๆ” ฤดีบีบแก้มนุ่มนิ่มของลูกอย่างเอ็นดีเป็นที่สุด “ลินลูกแม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสิ”

ลินยิ้มกว้างจนตาหยี “อิอิ ใช่แล้วจ๊ะแม่จ๋า ลินจะโต๊ ลินจะโต” กระโดดเหยงๆ ให้สมกับเด็กประถมหน่อย

ในที่สุดฤดีก็ยอมตามใจลูกสาว

“ป่ะ งั้นเราไปเรียกแท็กซี่กัน”

“อื้อ เย้ๆ”

“เดี๋ยวแม่โทรหาวินก่อนนะ”

เด็กน้อยเดินไปนั่งรอที่เก้าอี้อย่างว่าง่าย ซอยบ้านอยู่ค่อนข้างลึกเรียกรถยากไปหน่อยจริงๆ

หึ! นอกจากให้แม่ออกจากงานประจำยังไม่แบ่งรถให้แม่ใช้ เรียกได้ว่าตัดแขนตัดขาปิดกั้นปิดหูปิดตาสุดๆ ควบคุมบงการแม่โดยสมบูรณ์ แบบนี้พอเกิดปัญหาอะไรแม่ก็เลยไร้ทางออกอย่างสิ้นเชิง

พ่อเป็นผู้ชายเฮงซวยที่สุดในสามดลกจริงๆ

นลินนึกค่อนขอดโสภณในใจ

เธอจึงสาบานเอาไว้ในใจว่าจะเร่งเก็บเงินสักก้อนเพื่อซื้อรถยนต์ส่วนตัวให้แม่ก่อนเป็นอันดับแรก

ต่อแขนต่อขาเอาไว้ต่อยอดชีวิตได้ง่ายขึ้น

หลังจากเดินทางด้วยวินและแท็กซี่ต่อด้วยรถไฟฟ้าหาแคสหลายครั้งหลายงานอย่างไม่ย่อท้อ ในที่สุดข่าวดีก็มาถึง นลินได้งานชิ้นหนึ่ง ดีใจสุดๆ

เมื่อถึงตอนถ่าย เธอก็ทำมันออกมาได้เยี่ยมยอดจนได้รับคำชมจากทีมงานไม่หยุด

“อุ้ยตาย เด็กน้อยคนนี้ ทำไมเก่งเกินวัยจังเลย”

“นั่นสิ แบบนี้ต้องได้งานอีกเยอะแน่ๆ”

นลินขอบคุณอย่างสดใสร่าเริง “ขอบคุณค่า” ก่อนหันไปยิ้มจนตาหยีให้ผู้เป็นแม่ “เห็นมั้ยล่ะ ลินทำได้”

ข่าวดีถัดมาคือโมเดลลิ่งตาไวมาเห็นคลิปของเธอเข้า จึงติดต่อให้นลินไปแคสติ้งบทละครสั้นเรื่องหนึ่ง

นลินตอบตกลงทันทีโดยไม่รีรอ

“เหนื่อยหน่อยนะแม่จ๋า ต้องเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ลินแล้วน๊า เดี๋ยวลินจะดังแล้วเนี่ย”

ฤดีถึงกับหลุดหัวเราะ “จ้าๆ โม้ใหญ่แล้วเรา”

ที่สถานีโทรทัศน์...

นลินในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักสมวัยยืนเตรียมตัวอยู่หน้าห้องแคสติ้ง ท่ามกลางเด็กคนอื่นๆ ที่พากันร้องไห้งอแงเพราะตื่นกล้อง

“ตื่นเต้นไหมลิน? ถ้าไม่ไหวบอกแม่ได้นะ”

ฤดีถามลูกอย่างห่วงใยแม้ในใจจะตื่นเต้นยิ่งกว่า

ฝ่ายนลิน เธอยิ้มร่า “ระดับนี้แล้วไม่มีตื่นเต้นหรอก ลินสู้ตาย!” นลินยืดอกตอบอย่างมั่นใจเกินร้อย

ฤดีเห็นท่าทาง ‘แก่แดดแต่อวดดีแบบน่ารักสุดๆ’ ของเด็กหญิงแล้วก็หลุดยิ้มออกมา มือเรียวเอื้อมไปยีหัวลูกเบาๆ เหมือนอย่างเคย เธอค่อยผ่อนคลายไปด้วย

การแคสติ้งครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี นลินได้รับคำชม ทว่าเธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจคิดหลงตัวเองเกินไป ยังคงเดินสายแคสติ้งหลายงานมากเพื่อโอกาสที่มีเพิ่มมากขึ้น หากแคสสิบงานต้องมีสักงานหรือสองงานที่ได้แหล่ะน่า!

และแล้วความพยายามก็ไม่เคยทรยศเมื่อนลินได้รับการติดต่อจากทีมงานว่าเธอแคสติ้งผ่านฉลุย

“ลิน ลูกได้รับคัดเลือกแล้ว” ฤดีบอกอย่างดีใจที่สุด “แถมได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงเด็กบทน้องสาวนางเอกในละครซะด้วยนะ”

“เย้!” นลินดีใจจากจิตวิญญาณเลยทีเดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel