ตอนที่ 3 อ้อมกอดของลูก และหยดน้ำตาที่ไร้เสียง
ยามดึกสงัดภายในบ้านที่เคยมีความอบอุ่น...
บัดนี้กลับเงียบเหงาและเย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ
ฤดีนั่งคุดคู้อยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นชืดข้างเตียงนอนในห้องมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ส่องรอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาพอให้เห็นแผ่นหลังที่กำลังสั่นระริก
สองมือของเธอเอื้อมขึ้นมากอดเข่าตัวเองไว้แน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไห้เอาไว้สุดกำลังเพราะกลัวว่าเสียงจะดังไปรบกวนลูกสาวที่นอนอยู่ในห้องข้างๆ
ภาพการแอบแชตพูดคุย ใบเสร็จค่าโรงแรม และกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงที่ติดอยู่บนเสื้อสูทของโสภณ ยังคงหมุนเวียนบาดลึกอยู่ในความทรงจำของเธอราวกับมีดที่กรีดซ้ำๆ บนแผลเดิม
‘ทำไม... ที่ผ่านมาฉันทำหน้าที่ภรรยาไม่ดีตรงไหน’
น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มที่ซูบผอม ฤดีซบหน้าลงกับเข่า ปล่อยให้ความทรมานสุมอกรุมสกรัมกัดกินจิตใจจนแทบไม่อยากมีลมหายใจอยู่ต่อ
ทว่า... ในความมืดมิดนั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก้าวเดินเข้ามาอย่างเบากริบ
นลินในร่างเด็กยืนแอบมองผู้เป็นแม่ผ่านประตูห้องที่แง้มเปิดอยู่ครู่หนึ่งแล้ว จิตวิญญาณผู้ใหญ่ในร่างเด็กสั่นสะท้านไปด้วยความปวดร้าวอย่างแสนสาหัส
ภาพแม่ผู้แสนดี ยอมจำนน และทุ่มเทให้ครอบครัว กำลังนั่งร้องไห้กอดตัวเองเหมือนคนหลงทางในมรสุมชีวิต
มันบีบหัวใจของนลินจนแทบหายใจไม่ออก
นลินค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาแม่ ช้าๆ แต่หนักแน่น
หมับ...
แขนเล็กๆ สองข้างของเด็กหญิงกางออก แล้วคว้ากอดแผ่นหลังสั่นเทาของแม่ไว้แน่น! นลินซบใบหน้าเล็กลงกับไหล่ของแม่ สัมผัสได้ถึงความเย็นชื้นของหยาดน้ำตาและแรงสั่นสะท้านจากหัวใจที่แตกสลายของผู้หญิงที่เธอรักที่สุด
“...ลิน” ฤดีสะดุ้งตัวโยน สะอื้นไห้หนักกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าลูกสาวเข้ามาเห็นสภาพอันอ่อนแอของตน “ลินลูก... ทำไมยังไม่นอน... แม่ขอโทษนะลูก แม่ทำหนูตื่นเหรอ...”
ฤดีพยายามจะปาดน้ำตาและปรับสีหน้าเพื่อไม่ให้ลูกสาวต้องเป็นห่วง
แต่ยิ่งทำ ตัวเธอกลับยิ่งสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้
นลินไม่ปล่อยให้อ้อมกอดหลุดออกจากแม่ของตน เธอใช้นิ้วมือเล็กๆ ค่อยๆ เอื้อมไปปาดคราบน้ำตาบนแก้มของผู้เป็นแม่ด้วยความอ่อนโยน นัยน์ตากลมโตของเด็กจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่หม่นหมองของฤดี
สายตาคู่นั้นไม่ได้มีแววความกลัวของเด็ก แต่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความเข้มแข็งอันยิ่งใหญ่
“แม่จ๋า ไม่ต้องแอบร้องไห้คนเดียวอีกต่อแล้วนะ” นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงความหนักแน่น เธอว่าต่อ “แม่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด คนที่ผิดคือคนที่ไม่รู้จักพอต่างหาก”
คำพูดที่โตเกินวัยแต่ตรงเข้ากลางใจ ทำเอาฤดีหลั่งน้ำตาออกมาทะลักทะลาย เธอรวบร่างเล็กๆ ของนลินเข้ามากอดไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต
กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ และอ้อมกอดเล็กๆ นี้เอง คือสิ่งเดียวที่ฉุดดึงสติของฤดีไม่ให้ดิ่งลงสู่อเวจี
“เจ็บมากใช่ไหมคะแม่” นลินลูบหลังแม่เบาๆ กระซิบข้างหูด้วยความรักทั้งหมดที่มี “ต่อจากนี้ไป ลินจะปกป้องแม่เองนะคะ ลินจะพาแม่เดินออกไปจากตรงนี้ และลินสัญญาว่า ลินจะทำให้แม่กลับมามีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขที่สุดในโลกให้ได้”
หยดน้ำตาเล็กๆ ของนลินหยดลงบนไหล่ของฤดี มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ แต่เป็นหยดน้ำตาแห่งการปฏิญาณตน!
อ้อมกอดในคืนอันมืดมิดวันนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของคนเป็นแม่... แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นลินตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่า เธอจะใช้โอกาสการย้อนเวลานี้ ล้างกระดานชีวิตใหม่ และทวงคืนความสุขทุกหยาดหยดมาให้แม่ของเธอให้จงได้!
หลังจากผ่านพ้นวิกฤตเฉียดตายมาได้ สิ่งแรกที่นลินพึงระลึกถึงเสมอคือ ‘ความจริงอันโหดร้าย’
จริงอยู่ที่เธอช่วยแม่เอาไว้ได้ทันจนให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุรถชนได้ แต่แม่ในตอนนี้ไม่มีเงินเก็บเลยสักบาท เพราะลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวตั้งแต่ท้องเธอ นั่นจึงทำให้แม่ไม่มีที่ไป หากบุ่มบ่ามชวนแม่หย่าตอนนี้ แล้วชีวิตหลังจากนี้ของแม่จะอยู่ยังไงให้รอดในแต่ละวัน คิดว่าพ่อสารเลวจะสงสารเห็นใจงั้นเหรอ หากเขารักแม่เหมือนวันวาน มีมโนธรรมนึกเห็นใจสักนิดก็คงไม่ร่วมมือกับผู้หญิงหน้าด้านที่ไหนทำร้ายแม่ได้สาหัสแบบนี้หรอก ดังนั้นอย่าถามหาความเมตตาจากผู้ชายเฮงซวยดีที่สุด
‘ไม่ได้การ... ก่อนจะหย่า ฉันต้องช่วยแม่สร้างฐานะให้มั่นคงก่อน!’
จากเด็กหญิงนลินคนเดิมที่เคยนิ่มนุ่มเงียบเชียบเรียบร้อยและขี้อายสุดๆ วันต่อมาเธอกลายเป็นคนใหม่ทันที
นลินเริ่มจากขอยืมกล้องวิดีโอตัวเก่าของแม่มาทำคอนเทนต์ลงแพลตฟอร์มออนไลน์
เธอรู้ดีว่าในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
วงการอินฟลูเอนเซอร์เด็กจะทำเงินมหาศาล!
นลินเริ่มจากทำคลิปรีวิวของเล่นภาษาอังกฤษสไตล์เด็กอัจฉริยะ เล่าเรื่องตลกด้วยท่าทางฉะฉาน และแกล้งทำเป็นชวนแม่เข้ามาร่วมเฟรมทำอาหารด้วยกัน
วิญญาณหญิงสาวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวจนอายุยี่สิบแปดบวกกับความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กวัยแปดขวบ ช่างจำนรรจา รู้จักพูด แสดงออกทางมารยาทได้ดีอย่างมีวุฒิภาวะและควบคุมอารมณ์ได้แบบเกินวัยทำให้ยอดวิวพุ่งกระฉูดในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ยอดติดตามสูงจนแบรนด์สินค้าเริ่มติดต่อเข้ามาจ้างรีวิวเช่าโฆษณา ในเวลาแค่ไม่นาน ช่องออนไลน์นลินก็มีผู้ติดตามหลักแสน รายได้จากสปอนเซอร์เริ่มมีหลั่งไหลเข้ามา นลินกลายเป็นครีเอเตอร์เด็กน้อยหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง รายได้พุ่งทะยาน
“ยัยลินลูก โอ้โห เงินโอนเข้าบัญชีแม่เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” ฤดีมองตัวเลขในสมุดบัญชีด้วยมือที่สั่นเทา เธอไม่เคยคิดเลยว่าคลิปวิดีโอที่ลูกสาวชวนทำเล่นๆ จะสร้างรายได้มากกว่าเงินเดือนเก่าของเธอเสียอีก
“นี่แค่เริ่มต้นค่ะแม่ ต่อไปนี้นะ ลินจะหาเงินให้แม่ได้เยอะกว่านี้อีก!” นลินกอดอกยิ้มแฉ่ง แววตาเป็นประกายมั่นใจ
“แต่ลินขอแม่อย่างนึงได้มั้ยจ๊ะ”
“หืม อะไรเหรอลูก”
“ลินอยากให้แม่อยู่กับลินตลอดเวลา”
เธอไม่อยากให้แม่คลาดสายตา กลัวเหลือเกินว่าจะเกิดเหตุร้าย อีกอย่าง เธออยากให้แม่มีอะไรทำแบบยุ่งจนหัวหมุนไปเลย ยุ่งจนไม่ว่างเกินไป จะได้ไม่เอาแต่คิดฟุ้งซ่านเรื่องพ่อ หมกมุ่นถึงวิธีการติดตามพ่อให้กลับมา
นลินรู้ดีว่า แผลใจของผู้หญิงที่ถูกสามีนอกใจนั้นสาหัสเพียงใด ในชาติก่อน แม่เอาแต่ขังตัวเองร้องไห้ เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่พ่อจะกลับบ้าน จิตใจดิ่งด่ำอยู่กับความทุกข์จนกระทั่งวาระสุดท้าย
‘ชาตินี้ฉันจะไม่ยอมให้แม่ต้องเป็นแบบนั้นอีก... ฉันจะยึดพื้นที่ในหัวใจของแม่ ไม่ให้เหลือที่ว่างไว้คิดถึงผู้ชายคนนั้นเลย!’
เด็กหญิงนลินกลายเป็นยัยหนูตัวติดแม่ตลอดเวลา จากเด็กที่เคยเงียบๆ ขี้อาย เธอกลายเป็นเด็กช่างจำนรรจา ช่างอ้อน และคอยหากิจกรรมมาให้ฤดีทำไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งชวนแม่จัดสวน ทำขนม และที่สำคัญที่สุดคือ... ชวนแม่มาถ่ายคลิปวิดีโอทำคอนเทนต์ลงออนไลน์
“คุณแม่ขา วันนี้เรามาทำคุกกี้สูตรของคุณย่าออกกล้องกันดีกว่าค่ะ ลินอยากให้คนอื่นในโลกทุกคนรู้ว่าแม่ของลินทำขนมเก่งที่สุดในจักรวาลเลย!”
นลินกอดขาอ้อน แววตากลมโตวิบวับขณะพูดจาเกินจริงให้ดูเหมือนเด็กเล็กที่ชอบจินตนาการ
“จ้ะๆ ยัยหนูของแม่” ฤดียิ้มบางๆ ลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู “ทุกคนบนโลกเลยเนอะ จักรวาลด้วย”
“ใช้แล้วค่า”
