ตอนที่ 2 แผนการดึงรั้ง
เมื่อเสียงการเคลื่อนไหวของใครบางคนที่ชั้นล่างเริ่มดังขึ้น นลินรู้ทันทีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
‘โสภณ’ ผู้เป็นพ่อกำลังจะเดินสะบัดก้นออกจากบ้านไปหาเมียน้อย โดยมี ‘ฤดี’ ผลุนผลันวิ่งตามไปรั้งด้วยความเสียใจ และนั่นคือก้าวแรกสู่อุบัติเหตุใหญ่ที่พรากชีวิตแม่ของเธอไปตลอดกาล
“ลิน เดี๋ยวแม่ลงไปดูพ่อแปบนึงนะลูก หนูนอนพักก่อนนะ” ฤดีหน้าซีดเผือด เธอกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องนอนของลูกสาว
ภาพสะท้อนจากความทรงจำตลอดสองเดือนก่อนตั้งแต่สามีชอบกลับบ้านดึก อ้างงานเยอะไม่มีเวลาแม้แต่จะพาเธอหรือลูกไปหาหมอ อ้างเหนื่อยไม่มีแรงแม้แต่จะพูดจาตามประสาคนในครอบครัวเดียวกัน จนกระทั่งเธอได้รู้ความจริงอันเจ็บปวดตีรวนอยู่ทุกอณูความรู้สึกตอนนี้
สามีกำลังมีคนอื่น เขามีเวลาให้หล่อนคนนั้นเสมอ มากกว่าเธอที่เป็นภรรยาและมากกว่าลูกในไส้อย่างนลิน
ทุกอย่างที่สะสมกำลังพาให้เธอต้องเคลื่อนไหวจัดการครั้งใหญ่กับเขาเสียที
แน่นอนว่าชาติก่อนความคิดนี้ของฤดีเคยเกิดขึ้นและนลินไม่รู้อะไรเลย แต่ชาตินี้นลินรู้แล้ว!
เด็กหญิงกลอกตาเร่งความคิดดึงรั้งสุดชีวิต
“โอ๊ย! คุณแม่... ลินเจ็บ ท้อง... เจ็บท้องจังเลยค่ะ!”
เด็กหญิงตัวน้อยทรุดฮวบลงกับพื้นเตียง มือเล็กๆ กุมท้องตัวเองไว้แน่น ใบหน้าเหยเกและส่งเสียงร้องไห้โฮออกมาอย่างแนบเนียน
นลินในร่างเด็กงัดทักษะการแสดงทั้งหมดในชีวิตที่พังทลายจากชาติก่อนมาใช้ในวินาทีชีวิตนี้
“ยัยลิน! ลูกเป็นอะไรไปลูก!”
ฤดีชะงักเท้าทันที ความโกรธแค้นสามีเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกขีดสุดเมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยดิ้นเร่าๆ ด้วยความเจ็บปวด
นลินตัวน้อยดิ้นแรงมาก ชักดิ้นชักงอแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนกำลังช็อคอย่างไรอย่างนั้น เธอรีบถลาเข้ามาประคองนลินไว้ในอ้อมแขน
“ลิน ลูกแม่ เป็นอะไร?”
“ลินปวดท้อง... ปวดเหมือนไส้จะขาดเลยค่ะแม่ ฮือออ... อย่าทิ้งลินไปนะคณแม่ ลินกลัว”
นลินกอดคอฤดีไว้แน่น ซุกหน้าลงกับอกที่อบอุ่น อ้อมกอดที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานหลายสิบปี น้ำตาที่ไหลออกมาจึงมาจากความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่แค่การแสดง
“แม่จ๋า ไม่ไปนะ อย่าทิ้งลินไป แม่จ๋า”
ฤดีใจเหลวไปหมดเมื่อได้ยินประโยคนี้ของลูกน้อย เธอลูบผมนลินเบาๆอย่างต้องการปลอมประโลม
“โอ๋ๆ แม่อยู่นี่”
บรื๊นนนนน!
เสียงเร่งเครื่องยนต์ของรถยนต์คันหรูดังลั่นมาจากหน้าบ้าน
พ่อขับรถออกไปแล้ว...
วินาทีนั้นนลินแอบชำเลืองมองไปทางหน้าต่าง หัวใจของเด็กหญิงเต้นรัวด้วยความลุ้นระทึก
ฤดีหันไปมองทางหน้าต่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำ เธอตามเขาไปไม่ทัน
หล่อนรู้สึกอับจนหนทางจนน้ำตาล้นเอ่อคลอเบ้า กระทั่งต้องเบือนหน้าแอบยกมือปาดออกลวกๆ เร็วๆ ไม่ให้ลูกเห็น
ภาพของเขากับผู้หญิงคนหนึ่งกำลังกอดกันอยู่บนเตียงนอน มันถูกส่งมาให้เธอเหมือนต้องการตอกย้ำซ้ำๆ อย่างคนไร้ยางอาย
และใช่ เป็นฝีมือของนังเมียน้อยคนนั้น
ทั้งอยากประกาศกร้าวและเย้ยหยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช้วิธีสงครามประสาทเพื่อเอาชนะ
แล้วเธอก็ทำได้แค่ลบภาพที่มันส่งมาจนเกลี้ยงเพราะไม่อยากเห็นให้ทรมานหัวใจ
ในเมื่อได้รับรู้แล้วอยู่เต็มอกยังต้องเห็นภาพตำตาไปเพื่ออะไร
เสียงรถกำลังเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เธออยากวิ่งตามผู้ชายใจร้าย รั้งเขาเอาไว้ไม่ให้ไปหาผู้หญิงคนนั้น
แต่เมื่อก้มลงมองลูกสาวที่กำลังร้องไห้ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำจนเปียกปอนอยู่บนตัก มือเล็กๆ กอดแน่นเหมือนหนวดปลาหมึกไม่ปล่อย สัญชาตญาณความเป็นแม่ก็ชนะทุกสิ่ง
“ลิน ลูก”
“แม่จ๋า แม่ๆ ฮือ...”
“ไม่ร้องนะลูก แม่ไม่ไปไหนแล้ว แม่จะอยู่กับลินตรงนี้”
“ฮือ ไม่ไปจริงนะ”
“จ้า จ๊ะๆ” ฤดีอังหน้าผากลูกสาว “ตัวร้อนมั้ยน๊า หืม ไม่ร้อนนี่ แต่เพื่อความสบายใจเดี๋ยวไปโรงพยาบาลกัน มาๆ แม่อุ้มนะลูก เดี๋ยวนั่งวินออกไปเรียกรถแท็กซี่ก่อน”
“อื้ม”
นลินเอื้อมแขนเล็กโอบรัดรอบลำคอฤดีเอาไว้ตลอดการเดินทางตั้งแต่บ้าน นั่งวิน ขึ้นแท็กซี่กระทั่งถึงโรงพยาบาลก็ยังไม่ยอมปล่อย เดิมทีแม่เป็นอ่อนแอเหมือนไม่มีแรงแต่พอต้องอุ้มเธอแม่จะแข็งแรงขึ้นมาทันที
แม้นลินยามนี้เป็นผู้หญิงอายุยี่สิปแปดแต่ร่างกายกลับเป็นเพียงเด็กน้อยแล้วก็ไม่เจอแม่มายี่สิบกว่าปีแล้ว ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจจึงอยากออดแอ้นให้มากหน่อย
ดังนั้น จากสายจนบ่ายคล้อย แล้วก็หมดวัน นลินก็ยังคงมีส่วนหนึ่งของร่างกายแนบชิดสนิทแนบแน่นกับแม่อยู่เสมอจนแม่ของเธอได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆอย่างเอ็นดู
“จู่ๆก็ติดแม่อะไรขนาดนี้ลูก”
“ลินรักแม่ โลกทั้งใบของลินคือแม่ อย่าไปไหนนะ”
นี่คือคำพูดจากลูกที่ทำให้แม่คนหนึ่งเริ่มตระหนัก ฤดีถึงขั้นนิ่งอึ้งเงียบงันไปพักใหญ่
เธอเพียรย้ำ “จ๊ะๆ ไม่ไป แม่ไม่ไปไหนทั้งนั้น”
นลินลอบถอนหายใจยาวในอก ความรู้สึกโล่งใจอย่างที่สุดหลั่งไหลเข้ามาจนขอบตาร้อนผ่าว
เธอรีบกอดคอแม่เอาไว้แล้วหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่
เธอทำสำเร็จแล้ว...
ลูปนรกในชาติต่อนีถููกทำลายลงแล้ว
แม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่!
