บทที่สาม ตกหน้าผาไปเจอ…
หลังจากกวาดเงินรางวัลนำจับและส่วนแบ่งสมบัติจากทางการมาครองได้แบบงงๆ ลู่เป่าก็กลายเป็นเศรษฐีใหม่ป้ายแดงประจำตำบลในชั่วข้ามคืน เขาสั่งสร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่ ซื้อหมูสามชั้นตุนไว้เต็มตู้ และที่สำคัญ... เขามีเงินทองเหลือเฟือจนสามารถใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องไปได้อีกหลายปี
แต่คนเราพอลำบากมานานแล้วจู่ๆ สบายเกินไป มันก็มักจะเกิดอาการ "อยากเท่" ขึ้นมาบ้าง
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่เป่าสวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาที่เพิ่งตัดใหม่ สะพายตะกร้าสานไม้ไผ่ไว้ด้านหลัง แล้วก้าวเดินออกจากบ้านด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"แม่! ข้าจะไปขึ้นเขาหลังหมู่บ้านเพื่อไปเก็บเห็ดหลินจือพันปีมาฝากแม่นะ!" ลู่เป่าตะโกนบอกแม่ที่กำลังนั่งนับตำลึงทองเล่นด้วยรอยหน้าบาน
แม่โบกมือไล่ลูกชายด้วยความเอ็นดู "ระวังตัวด้วยล่ะลูก อย่าไปซุ่มซ่ามตกหน้าผาเข้าล่ะ!"
"โหยแม่ คนอย่างลู่เป่า ดวงดีระดับเทพขนาดนี้ ไม่ทางตกหน้าผาหรอกน่า!" ลู่เป่าหัวเราะร่าเริงพลางก้าวเดินขึ้นสู่เทือกเขาสูงชันด้วยความฮึกเหิม เขาคิดว่าด้วยดวงและพละกำลังจากแตงโมป่าเมื่อวันก่อน เขาน่าจะลองเป็น "เซียนผู้หลุดพ้นทางโลก" กับเขาบ้างสักครา
เทือกเขาสูงชันปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ลู่เป่าเดินฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ ลัดเลาะไปตามโขดหินน้อยใหญ่เพื่อหาเห็ดหลินจือตามที่คุยโวไว้
เดินไปเดินมาจนกระทั่งถึงบริเวณหน้าผาสูงชันชันระฟ้า เบื้องล่างคือเหวลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง มีหมอกสีขาวลอยวนเวียนชวนให้ขนหัวลุก และที่ริมหน้าผานั้นเอง... มีเห็ดหลินจอร์ดอกสีแดงฉานขนาดเท่าจานข้าวส่งประกายแสงเรืองรองออกมาอย่างน่าอัศจรรย์!
"เฮ้ย! นั่นมันเห็ดหลินจือทองคำนี่นา! ดอกใหญ่ขนาดนี้ เอาไปต้มกินคงอายุยืนไปถึงร้อยปีแน่ๆ!"
ลู่เป่าตาโตด้วยความโลภ รีบพุ่งตรงไปที่ริมหน้าผา เอื้อมมือออกไปหมายจะเด็ดเจ้าเห็ดวิเศษดอกนั้นมาครอง
แต่อนิจจา... สวรรค์ดูเหมือนจะสนุกกับการทดสอบขีดจำกัดความซุ่มซ่ามของเขาเหลือเกิน
พรืด!
เท้าข้างขวาของลู่เป่าดันไปเหยียบเข้ากับก้อนหินกลมเกลี้ยงที่เคลือบด้วยมอสส์เปียกชื้นเข้าอย่างจัง! ร่างกายของเขาสะดุดกึกลงไปทันที ทรงตัวไม่อยู่แม้แต่น้อย
"อ๊ากกก! แม่จ๋าช่วยด้วยยย!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหว ลู่เป่ากลิ้งโค่โร่พุ่งหลุดจากขอบหน้าผาร่วงดิ่งลงสู่เหวลึกเบื้องล่างด้วยความเร็วสูง ความตายอยู่แค่เอื้อม ภาพชีวิตวิ่งผ่านเข้ามาในหัวราวกับฉายภาพยนตร์ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องตลกแล้ว เพราะความสูงตรงนี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ต้องแหลกเหลวเป็นจุล!
ทว่า... กฎเหล็กของลู่เป่าคือ "ต่อให้ตกหน้าผาตาย สวรรค์ก็ไม่ยอมให้ตายง่ายๆ แน่นอน"
ในจังหวะที่เขากำลังดิ่งพสุธาด้วยความตกใจกลัว เสื้อผ้าเนื้อดีที่เพิ่งตัดใหม่ดันไปเกี่ยวกับกิ่งสนโบราณยื่นออกมาจากผนังหน้าผาเข้าอย่างพอดีเป๊ะ!
แคว่ก!
เสียงผ้าขาดดังสนั่นช่วยชะลอความเร็วในการร่วงลงมา แรงกระชากทำให้ทิศทางของลู่เป่าเปลี่ยนไปจากเดิม เขาร่อนลงไปบน "กองโคลนหนานุ่มนิ่ม" ที่ทับถมกันอยู่บนชะง่อนผาด้านล่างพอดีเป๊ะ!
ตุ๊บ!
"โอ๊ย! ...เอ๊ะ? ไม่เจ็บแฮะ?"
ลู่เป่ากะพริบตาปริบๆ ลุกขึ้นนั่งสำรวจตัวเองบนกองโคลนหนานุ่มไร้รอยขีดข่วน เสื้อผ้าอาจจะขาดวิ่นไปบ้าง แต่กระดูกกระย่อนยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดีทุกประการ
เขาระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พลางหันไปมองรอบๆ ตัวเพื่อดูว่าตัวเองร่วงลงมาติดอยู่ ณ ซอกหลืบไหนของหน้าผา
แต่พอนัยน์ตากวาดมองผ่านม่านหมอกจางๆ ลู่เป่าก็ต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก...
สถานที่ๆ เขาตกลงมานั้นไม่ใช่ชะง่อนผาธรรมดา แต่มันคือปากทางเข้าของถ้ำลึกลับขนาดใหญ่ ผนังถ้ำสลักลวดลายอสูรโลหิตน่ากลัว พร้อมกับป้ายหินขนาดมหึมาที่สลักตัวอักษรสีเลือดไว้ว่า:
'ถ้ำลับสำนักมารโลหิต - ห้ามผู้ใดล่วงล้ำ มิฉะนั้นวิญญาณจะแตกดับ!'
ลู่เป่ากลืนน้ำลายเอื้อมมือลูบต้นคอตัวเองหนาวๆ ร้อนๆ "ซวยแล้ว... นี่ข้าตกลงมาในรังโจรวิปริตที่ไหนอีกเนี่ย?!"
