บทย่อ
"ต่อให้ฝึกยุทธ์จนเลือดตากระเด็นสิบปี ก็สู้คนเดินเตะก้อนหินแล้วเจอคัมภีร์วิเศษไม่ได้!" เรื่องราวของ ลู่เป่า ชาวนาผู้จนที่สุดในหมู่บ้าน แต่มนุษย์ทุกคนต้องสยบให้แก่สกิลติดตัวระดับตำนาน... 'ดวงดีจนฟ้ายังเกรงใจ' ไม่ว่าจะเจอวิกฤตความตายระดับไหน สวรรค์เป็นต้องยัดเยียด 'ความโชคดี' ก้อนโตใส่หน้าเขาเสมอ!
บทที่หนึ่ง ชีวิตรันทดกับผลไม้ข้างทาง
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องกระทบผืนนาแห้งแล้งในหมู่บ้านเล็กๆ ชายแดนยุทธภพ เสียงท้องร้องโครกครากดังแข่งกับเสียงนกร้องต้อนรับวันใหม่ และเจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... ลู่เป่า บุรุษหนุ่มชาวนาผู้มีใบหน้าซื่อใสและดวงตากลมโต แต่ชีวิตกลับสวนทางกับความหล่อเหลาอย่างสิ้นเชิง เพราะความจนของเขานั้นเรียกได้ว่า "กินแกลบเป็นอาหารหลัก กินน้ำตากต่างน้ำมาตั้งแต่จำความได้"
"โฮ้ย... หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วแม่"
ลู่เป่าบ่นพึมพำกับตัวเองขณะแบกคันไถไม้เก่าๆ เดินตามหลังแม่ผู้ให้กำเนิดที่กำลังก้มหน้าก้มตาถอนหญ้าในแปลงนาผืนน้อยๆ ที่แห้งแล้งจนดินปริแตก วันนี้บ้านของพวกเขาไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ ข้าวสารก้นถังหมดไปตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว มื้อเช้าวันนี้จึงเป็นความว่างเปล่าล้วนๆ
แม่ของลู่เป่าถอนหายใจยาวเหยียด เอามือปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วหันมามองลูกชายด้วยความสงสาร "อดทนหน่อยนะลูกเป่า รอให้เกี่ยวข้าวแปลงนี้เสร็จ เผื่อเถ้าแก่โรงนําจะเมตตาแบ่งข้าวเปลือกให้เราสักถัง"
"ครับแม่!" ลู่เป่าพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มสว่างสดใส แม้ในใจจะหิวจนตาลายมองเห็นแม่เป็นขาหมูตุ๋นยาจีนไปหมดแล้วก็ตาม
ด้วยความที่หิวโซจนหน้ามืด ตาพร่ามัว และขาไม่มีแรง ก้าวเดินของลู่เป่าจึงเริ่มเซไปเซมา... และแล้ว เหตุการณ์ประจำตัวของเขาก็เริ่มต้นขึ้น
พรวด!
เท้าข้างซ้ายของลู่เป่าสะดุดเข้ากับก้อนหินทรงประหลาดที่โผล่ขึ้นมาจากดินเข้าอย่างจัง ร่างสูงโปร่งของเขาพุ่งไปข้างหน้าเหมือนกบโดนยิง ลอยละลิ่วกลางอากาศก่อนจะกลิ้งโค่โร่ลงไปในคูน้ำแห้งๆ ข้างทาง ฝุ่นตลบอบอวล
"โอ๊ย! ก้นข้า..." ลู่เป่าร้องโอโอย เอามือลูบก้นปรอยๆ พลางยันตัวลุกขึ้นนั่งหน้ามอมแมม แต่พอลืมตาขึ้นมา กลิ่นหอมหวานละมุนบางอย่างก็ลอยเข้าจมูกเตะเต็มความรู้สึก
เขากะพริบตาปริบๆ มองตรงหน้า... ใต้พุ่มไม้รกทึบที่เขาเพิ่งกลิ้งไปชน มีผลไม้ลูกใหญ่ยักษ์สีเขียวลายเข้มลูกหนึ่งซ่อนอยู่ มันคือ "แตงโมป่าสวรรค์" พันธุ์หายากที่ขึ้นชื่อว่าเนื้อหวานฉ่ำและบำรุงกำลังยิ่งกว่าโสมพันปี ลูกใหญ่เท่าอ่างล้างหน้า!
"หูย... แตงโมเหรอเนี่ย? มาจากไหนวะเนี่ย?" ลู่เป่าตาโตเป็นไข่ห่าน ความหิวทำให้ลืมความเจ็บไปทันที เขารีบหยิบหินแถวนั้นมาทุบเปลือกแตงโมออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นเนื้อสีแดงฉ่ำน้ำส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
ไม่รอช้า ลู่เป่าจัดการซัดแตงโมลูกยักษ์คนเดียวหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงห้านาที เนื้อแตงโมหวานฉ่ำละลายในปาก แถมพอกลืนลงท้องไปปุ๊บ ความอ่อนเพลีย หิวโซ และอาการหน้ามืดเมื่อครู่ก็หายเป็นปลิดทิ้ง พละกำลังในร่างกายพุ่งพล่านราวกับกินยาโด๊ปชั้นยอด ร่างกายรู้สึกเบาสบายจนเกือบจะลอยได้
"โอ้โห! อิ่มแปล้แถมมีแรงเหลือเฟือเลยเว้ย!" ลู่เป่ายิ้มแป้น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบิดขี้เกียจซ้ายทีขวาทีด้วยความสดชื่น
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เขายกเท้าก้าวเดินออกจากพุ่มไม้เพื่อกลับไปหาแม่นั้น เท้าเจ้ากรรมดันไปเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ใบไม้แห้ง ความรู้สึกนิ่มๆ แบนๆ ใต้ฝ่าเท้าทำให้เขาต้องก้มลงมอง
นั่นคือห่อกระดาษสีน้ำตาลเก่าๆ ที่ถูกทิ้งไว้... เมื่อลู่เป่าก้มลงเปิดดู ดวงตาก็เบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า
ภายในห่อกระดาษนั้นคือ "ตั๋วเงินมูลค่าห้าร้อยตำลึงทอง" ของโรงรับจำนำตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง พร้อมตราประทับชัดเจนแจ่มแจ้ง! เงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อที่นาครึ่งหมู่ เลี้ยงครอบครัวได้สบายๆ ไปอีกสิบชาติ!
ลู่เป่าอ้าปากค้าง ตาค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน หันซ้ายแลขวาหาเจ้าของก็ไม่เจอ มีแต่เสียงลมพัดผ่านทุ่งนาแห้งแล้ง
"เอ่อ... คือว่า... มีใครทำเงินตกไว้แถวนี้ไหมครับ?!" ลู่เป่าตะโกนถามก้องทุ่งนา ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงกบยักษ์ร้องรับ
แม่ของลู่เป่าที่เดินถือจอบตามมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ถึงกับอ้าปากค้างทำจอบหล่นใส่เท้าตัวเองโดยไม่รู้สึกเจ็บ นางมองหน้าลูกชายสลับกับตั๋วเงินในมือ แล้วพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความตกตะลึง
"ลูกเอ๊ย... นี่พวกเราเก็บแตงโมแถมได้เงินห้าร้อยตำลึง หรือว่าพวกเราไปทำบุญร่วมกับฮ่องเต้มาฟะเนี่ย..."
ลู่เป่ายิ้มแห้งๆ เกาหัวแก๊กๆ "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันแม่... แต่ที่แน่ๆ วันนี้เรามีเงินไปซื้อหมูสามชั้นมากินกันแล้วจ้า!"
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตเด็กหนุ่มผู้มีดวงชะตาสวนทางกับความจนแบบกู่ไม่กลับ... โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า เงินห้าร้อยตำลึงนี้เป็นเพียงแค่ "เศษเสี้ยวเล็กๆ" ของความโชคดีมหาศาลที่กำลังจะพลิกชีวิตเขาให้กลายเป็นตำนานสะท้านยุทธภพในอีกไม่กี่วันข้างหน้า!

