บทที่สี่ คัมภีร์วิเศษที่มาพร้อมกับกระเพาะอาหาร
ภายในถ้ำลับสำนักมารโลหิตที่เงียบสงัดและวังเวง ลู่เป่ายืนกอดอกตัวสั่นงกๆ ด้วยความหวาดกลัว บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายอับชื้นและโครงกระดูกปริมาณมหาศาลที่กองอยู่ตามมุมถ้ำ บ่งบอกว่าที่นี่เคยเป็นสถานที่สังหารหมู่ที่โหดเหี้ยมที่สุดในยุทธภพเมื่อร้อยปีก่อน
"ฮือ... รู้งี้อยู่บ้านนอนนับเงินดีกว่า ทำไมข้าต้องซวยตกหน้าผามาเจอที่ผีสิงแบบนี้ด้วยนะเนี่ย!" ลู่เป่าบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความเสียใจ
แต่ทว่า... ความกลัวในจิตใจมักจะพ่ายแพ้ให้กับสิ่งหนึ่งเสมือนกฎเหล็กของจักรวาล... นั่นคือ "ความหิว"
การตกหน้าผาและร่วงดิ่งพสุธาเมื่อครู่นี้ ทำให้พลังงานในร่างกายที่เคยอิ่มแปล้จากแตงโมป่าถูกเผาผลาญจนหมดเกลี้ยง ท้องไส้ของลู่เป่าเริ่มส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงเสียงดังสนั่นก้องถ้ำมารอันเงียบสงบ
"โฮ้ย... หิวจนตาลาย หน้ามืดไปหมดแล้ว..."
ลู่เป่าทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นหินอย่างหมดแรง เขาสะกิดตะกร้าไม้ไผ่ที่สะพายหลังอยู่ หวังจะเจอเศษหมั่นโถวหรือเสบียงติดก้นตะกร้าสักชิ้น แต่ควานหาเท่าไหร่ก็เจอแต่ความว่างเปล่า
ในจังหวะที่เขากำลังจะหมดหวัง สายตาก็เหลือบไปเห็นหีบหินโบราณสลักลวดลายประหลาดตั้งอยู่ใจกลางห้องโถง ลวดลายบนหีบนั้นน่าเกรงขามจนคนปกติไม่กล้าเข้าใกล้ แต่สำหรับลู่เป่าในยุทธจักรความหิว... หีบหินนั้นดูคล้ายกับโต๊ะกินข้าวขนาดย่อมเสียมากกว่า
"มีอะไรกินในนั้นไหมนะ..." ลู่เป่าพึมพำด้วยความสะลึมสะลือ เขาเดินโซซัดโซเซเข้าไปใกล้หีบหินใบนั้น แล้วพบว่าบนฝาหีบมีม้วนคัมภีร์โบราณสีทองอร่ามขนาดยักษ์วางอยู่ มันถูกทับด้วยป้ายหินสลักคำว่า 'คัมภีร์วิเศษเก้าสวรรค์ - สุดยอดวิชาบรรลุเซียนที่ชาวยุทธทั่วหล้าแย่งชิงกันจนเลือดนองแผ่นดิน'
แต่วินาทีนั้น ลู่เป่าไม่ได้สนใจตัวหนังสือขอมหรืออักษรโบราณพวกนั้นเลยสักนิด เขามองซ้ายมองขวาแล้วคิดในใจว่า... 'พื้นหินตรงนี้มันแข็งและเย็นเกินไป นั่งกินข้าวไม่สบายก้นเอาเสียเลย เอาเจ้าม้วนกระดาษม้วนนี้มารองนั่งคงจะนุ่มก้นพิลึก'
ด้วยความซื่อบื้อระดับมหากาฬ ลู่เป่าหยิบ 'คัมภีร์วิเศษเก้าสวรรค์' ขึ้นมากางออกแล้วปูรองนั่งลงไปอย่างหน้าตาเฉย!
แถมในจังหวะเดียวกัน เขาก็ล้วงหยิบหัวหมูตุ๋นชิ้นสุดท้ายที่แอบห่อผ้าเช็ดหน้าพกติดตัวมาจากบ้าน ออกมาแทะกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังทำลายความฝันของบรรดาจอมยุทธ์ทั่วแผ่นดินที่ตามหาคัมภีร์เล่มนี้มาทั้งชีวิต!
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความมหัศจรรย์...
เมื่อก้นกบของลู่เป่าสัมผัสกับม้วนคัมภีร์วิเศษ พลังปราณโบราณอันยิ่งใหญ่ที่สะสมมานับพันปีในคัมภีร์ก็เกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรง!
ฟรึ่บ! ตู้มมม!
ลำแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานทะลุเพดานถ้ำมารขึ้นสู่ท้องฟ้า ดินฟ้าอากาศบริเวณเทือกเขาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เมฆหมอกสีดำทมิฬสลายหายไปในพริบตา พลังปราณมหาศาลทะลักเข้าสู่ร่างของลู่เป่าผ่านทางก้นและแผ่นหลังอย่างบ้าคลั่ง!
"อ๊ายยย! ร้อนๆๆๆ อะไรเนี่ย!"
ลู่เป่าสะดุ้งสุดตัว ดีดเด้งลอยตัวขึ้นจากพื้นด้วยความตกใจ พลังปราณที่ไหลทะลักเข้าตัวทำให้ร่างกายของเขาพองโตขึ้นชั่วขณะ เส้นเลือดทุกเส้นปูดโปนด้วยความอัดอั้น
ด้วยความตกใจกลัวสุดขีด ร่างกายที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณวิเศษจึงหาทางระบายออกอย่างรวดเร็ว...
ปู๊ดดดดดดดดด! ไฟลุกท่วม!
เสียงตดอันทรงพลังระดับทำลายล้างพ่นออกมาจากก้นของลู่เป่า พร้อมกับเปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งพรวดพราดออกมาราวกับมังกรไฟพ่นพิษ เปลวไฟนั้นเผาผลาญซากโครงกระดูกและผนังถ้ำมารพินาศย่อยยับในพริบตาเดียว!
เมื่อลมปราณทั้งหมดสงบลง ลู่เป่าค่อยๆ ร่อนลงมายืนแปะอยู่กับพื้นอย่างปลอดภัย เขากะพริบตาปริบๆ สำรวจตัวเองด้วยความงุนงง ร่างกายที่เคยผอมแห้งแรงน้อย บัดนี้กลับรู้สึกเบาสบาย พละกำลังภายในพุ่งพล่านไร้ขีดจำกัด ประสาทสัมผัสทั้งห้าเฉียบคมยิ่งกว่าเหยี่ยว แถมลมหายใจยังหอมสดชื่นราวกับกินดอกบัวสวรรค์
"เอ๊ะ... ทำไมจู่ๆ ร่างกายมันโล่งสบายแปลกๆ แฮะ? หรือว่าหมูตุ๋นเมื่อกี้มันวิเศษวะเนี่ย?"
ลู่เป่าเกาหัวแกรกๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้เขาได้บรรลุ 'เคล็ดวิชาเก้าสวรรค์' ขั้นสูงสุดยอดที่ไม่มีมนุษย์คนไหนในยุทธภพฝึกสำเร็จมานอกจากเขา (แถมวิธีฝึกคือการเอาก้นไปนั่งทับและตดใส่) กลายเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทานโดยไม่ต้องออกแรงฝึกฝนแม้แต่วินาทีเดียว!
