บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.7

เมื่อเห็นว่าเด็กสาวมีความตั้งใจจริง ทั้งยังมีพรสวรรค์ศิลาจึงอยากจะสนับสนุนดังนั้นเวลาที่เขาออกไปตั้งค่ายอาสาตรวจคนไข้ชาวเขาตามชนบทที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล ศิลาจึงมักจะพาเด็กสาวไปด้วยและให้ช่วยงานเสมอ จนกระทั่งวันวิสาข์เริ่มคุ้นเคยกับคนเจ็บป่วยหลายๆ ประเภท

ช่วงปิดเทอมหลังสอบเสร็จ ศิลาต้องไปออกค่ายแพทย์อาสากับหน่วยทหารตระเวนชายแดน ครั้งนี้จะต้องไปตั้งค่ายพักค้างแรมที่หมู่บ้านบนดอยกับหมอและพยาบาลท่านอื่นๆ กันหลายวัน ศิลาได้มอบชุดมีดผ่าตัดให้วันวิสาข์ชุดหนึ่งเพื่อการฝึกฝน ทว่าเขาเตือนว่าอย่าลองกับคนจริงๆ ห้ามโดยเด็ดขาด วันวิสาข์ดีใจมากกระโดดโลดเต้นไปทั่วบ้าน ทั้งยังหอบมันใส่เป้สนามมาด้วย ด้วยความดีใจเด็กสาวจึงช่วยแบกเป้สนามของทีมหมอที่มีอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันแผล สำลี แอลกอฮอล์ พลาสเตอร์ยาทั้งขนาดเล็กใหญ่ รวมไปถึงยาแก้ปวดและยาต่างๆ

ตอนที่กำลังเดินเท้าไปยังหมู่บ้านชาวเขานั่นเอง วันวิสาข์ก็รู้สึกวูบวาบแปลกๆ ที่ข้อมือ มันแผ่ออกมาจากกำไลที่สวมอยู่ กระทั่งต่อมาทุกอย่างรอบตัวก็กลายเป็นสีเขียว ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกลงมาจากที่สูง เพียงชั่วพริบตาลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าตนอยู่บนตัวของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งแล้ว

ตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองอยู่นาน วันวิสาข์ก็ได้พบกับฮูหยินพ่อค้าที่เดินมาขอบอกขอบใจแบบไม่มีวันสิ้นสุด อีกฝ่ายให้ลูกชายคุกเข่าโขกศีรษะเพื่อขอบคุณวันวิสาข์อีกรอบ เมื่อคิดๆ ดูเด็กสาวเห็นว่าคนพวกนี้ก็เป็นมีน้ำใจไม่น้อย พวกเขาช่วยคนแปลกหน้าขึ้นจากฝั่งแม่น้ำ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือเลว

“แม่นางสามีเจ้าเขาฟื้นแล้ว นายท่านให้ข้ามาตามเจ้า”

“ยินดีด้วยนะเจ้ารีบกลับไปดูเขาเถิด เขาคงอยากจะเห็นเจ้าเป็นคนแรก”

“ขอบคุณท่านมาก” วันวิสาข์เดินกลับมายังใต้ต้นไม้ที่มีหัวหน้าพ่อค้านั่งคุยอยู่กับคนเจ็บที่ท่าทางดีขึ้นมาก

“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว ข้าไม่กวนพวกเจ้าแล้วนะ ข้าก็ต้องไปช่วยคนอื่นๆ เก็บของออกเดินทาง” หัวหน้าพ่อค้าเอ่ย ได้ยินดังนั้นจ้าวเหยียนเจี๋ยเพียงพยักหน้าน้อยๆ

“แม่นางขอบคุณอีกครั้ง พวกเจ้าช่างเหมาะสมกันจริงๆ แม้แต่ชื่อยังคล้องกันเลย” ประโยคหลังนั้นวันวิสาข์ได้ยินไม่ค่อยถนัดจึงไม่ได้ใส่ใจ

“เป็นเจ้านั่นเองที่พวกเขาเอ่ยถึง เจ้าทำได้อย่างไร”

“ท่านหมายถึงอะไรหรือ”

“ก็ตอนที่เจ้ามาพร้อมกับแสงนั่น แสงนั่นเปลี่ยนทิศทางลูกดอกออกไปจากตัวข้า แล้วไหนจะการแต่งกายของเจ้าที่ไม่ใช่ของแคว้นจ้าว และการพูดของเจ้า”

“มันพูดยาก จะอธิบายอย่างไรดี ที่จริงข้าไม่ใช่คนของที่นี่ข้าชื่อวันวิสาข์ ส่วนเรื่องที่ข้ามาที่นี่ได้ยังไงนั้น ท่านก็เห็นวิธีมาแล้ว แต่มาได้ยังไงนั้นข้าเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน”

“แล้วเจ้าเป็นคนแคว้นใดเล่า”

“ไม่ใช่แคว้นแต่เป็นอีกที่ ที่ที่ไกลจากที่นี่มาก”

“ตอนนั้นเจ้าเอ่ยว่า...อีกแล้ว”

“ตอนแรกที่ข้ามายังแคว้นจ้าว เหตุการณ์ก็คล้ายๆ กับตอนเจอท่าน”

“เจ้าหมายถึงเจ้าออกมาจากแสงสีเขียวนั่นหรือ”

“แค่คล้ายๆ น่ะ ข้าผลุบๆ โผล่ๆ อยู่หลายรอบ จนมีคนคิดว่าข้าเป็นผีเลยวิ่งหนีไป แต่หลังจากเกิดเรื่องแบบนั้นต่อกันสามครั้งเขาก็เริ่มชินกระมัง เลยหยุดคุกเข่าให้ข้าแล้วยังคิดว่าข้าเป็นเทพธิดา เราคุยกันแล้วเขาก็พาข้าไปด้วยก่อนจะเกิดเรื่อง หญิงคนรักเขาถูกบังคับให้แต่งงาน เราสามคนเลยขึ้นไปหลบอยู่ที่อารามอยู่สุขบนภูเขา หลังจากนั้นนักพรตคนหนึ่งก็มอบกำไลนี้ให้ข้า ตอนนั้นพอลืมตามาอีกทีข้าก็อยู่ที่บ้านแล้ว ข้าขอดูกำไลท่านหน่อยนะ” วันวิสาข์จับข้อมือของเขายกขึ้นมา

ดูเหมือนจ้าวเหยียนเจี๋ยจะคิดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะกล้าจับมือตนแบบสนิทสนมเช่นนี้ จึงอดที่จะรู้สึกแปลกๆไม่ได้

“เหมือนกันเลย” หญิงสาวยกกำไลของตัวเองขึ้นให้เขาดู

จ้าวเหยียนเจี๋ยเองก็มองกำไลของหญิงสาวด้วยใบหน้าบ่งบอกถึงความประหลาดใจไม่แพ้กัน “ไม่หรอก กลอนที่อยู่บนกำไลเป็นกลอนคนละบทกัน” เปลี่ยนเป็นเขาที่จับมือหญิงสาวขึ้นเพื่อพิจารณากำไลใกล้ๆ บ้าง “ของเจ้าคือ บางสิ่งที่เกิดมาคู่กันแม้นจะอยู่ห่างไกล ส่วนของข้าสลักว่า โชคชะตาจะนำทางให้พานพบ กลอนสองบทนี้ต่อกัน ” จ้าวเหยียนเจี๋ยมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง พร้อมกับนึกถึงคำพูดของมารดาที่บอกเขาเอาไว้ว่า “เจ้าต้องหาบรรทัดที่สองของโคลงกลอนให้พบ แล้วเจ้าจะพบโชคชะตาของเจ้า”

“หรือว่าโชคชะตาที่ว่าคือนาง” จ้าวเหยียนเจี๋ยพึมพำ

“ข้าว่าการมาของข้าคราวนี้ คงเพราะกำไลนี้แน่ๆ” วันวิสาข์หันมามองเขา “ว่าแต่ท่านรู้วิธีถอดหรือไม่ ข้าถอดมันไม่ได้มาเป็นปีแล้ว”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel