3 ฉันมีแค่นาย
เจ้าของร่างบางปาดน้ำตาออกจากหน้าทันทีที่ก้าวขาออกจากบ้านหลังใหญ่ อาจจะดูเหมือนเข้มแข็งแต่ความจริงแล้วมันก็แค่กำแพงที่ก่อขึ้นมาบังความอ่อนแอข้างในเท่านั้น เธอยอมอดทนต่อคำดูถูกต่อความเกลียดชังของทุกคนได้ แต่การโดนมัดมือชกเรื่องแต่งงานเธอทำไม่ได้จริงๆ
พวกเขาคิดจะผลักไสเธอไปไกลๆ จับคลุมถุงชนเพื่อดองธุรกิจ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายนิสัยใจคอเป็นอย่างไร เผลอๆ อาจเป็นพ่อหม้ายก็ได้ใครจะไปรู้
‘อยู่ไปสักพักเดี๋ยวก็รักกันเอง’
ดรัณยามองไปรอบๆ อย่างจนปัญญา ดึกขนาดนี้เธอจะไปที่ไหนได้ เดินออกมาตัวเปล่ากระทั่งกระเป๋าสตางค์ก็ถูกยึดไป ครั้นจะย้อนกลับเข้าไปคงไม่ได้เพราะคนสนิทของคุณหญิงปรุงจิตเดินตามหลังมาติดๆ เดาว่าคงคอยยืนคุมไม่ให้ย้อนกลับไป
ท่านรอเวลานี้มานาน...เธอรู้
ฝ่ามือบางสำรวจตัวเองเผื่อว่าจะมีอะไรติดตัวมาบ้าง ล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วเจอของสำคัญอย่างแรก ริมฝีปากคลี่ยิ้มกว้างขอบคุณที่ตัวเองยัดโทรศัพท์ใส่กางเกงตอนที่คุยเสร็จแทนที่จะหย่อนใส่กระเป๋าสะพายอย่างทุกครั้ง
ใจลอยไปหาใครบางคนที่อยู่ในห้วงความคิดถึงแทบจะตลอดเวลา ดรัณยาไม่กล้ายืนยันกับตัวเองที่เธอยืนกรานเสียงแข็งว่าจะไม่แต่งงานกับคนที่บิดาหาให้
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ชายคนนี้
ปลายนิ้วเรียวรีบเลื่อนหารายชื่อกดโทรออกทันที รอไม่นานนักอีกฝ่ายก็กดรับสาย
“เพลิง...ช่วยฉันที”
-----------------------
ควันบุหรี่สีเทาถูกพ่นออกมาลอยขึ้นบนอากาศ ก่อนที่มวนบุหรี่จะถูกบดขยี้ในที่สุด นัยน์ตาสีเข้มทอดมองไปไกลเห็นเพียงแสงสว่างยามค่ำคืนมันน่าเบื่อไม่ต่างจากเรื่องที่เขาต้องพยายามปั้นหน้าปั้นเสียงเอาอกเอาใจผู้หญิงคนนั้น
ผิดหวังก็ไม่เชิงเพราะไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น แค่สะอิดสะเอียนกับนิสัยต่ำๆ
เจ้าของร่างสูงเดินออกจากพื้นที่สูบบุหรี่ไปยังห้องพักผู้ป่วย ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมกว่าทุกครั้งเมื่อเห็นน้องสาวหลับไปแล้ว ขนตาของมธุรสยังเปียกชื้นเท่ากับว่าเจ้าตัวเพิ่งผ่านการร้องไห้มา แม้เขาจะพยายามปลอบให้เลิกคิดมากก็ตาม
กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่น หวนนึกถึงใบหน้าของใครอีกคน คำพูดออดอ้อนเสียงคล้ายสะอื้นร้องเรียกให้เขาไปหานั้น ปลุกไฟในใจให้ลุกโชน
ทีตัวเองเจ็บปวดทำเหมือนจะเป็นจะตาย ทำร้ายคนอื่นกลับไม่แยแสไม่ยอมรับผิด หนำซ้ำยังไม่สำนึกสักนิด
ฝ่ามือหนาลูบศีรษะทุยได้รูปอย่างเบามือ มธุรสเป็นน้องสาวที่ดีเสมอมา แม้เขาจะผิดหวังเรื่องที่น้องแอบปิดบังเรื่องคบหากับแฟนจนตั้งท้อง แต่นั่นยังไม่เสียใจเท่ากับการสูญเสียหลานแท้ๆ ของตัวเอง
‘ออมเขาผลักหวานค่ะ พี่เพลิงคะ พี่จะทนใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆ เหรอ คิดทบทวนดูใหม่เถอะค่ะ พ่อคงไม่โกรธหากพี่จะเป็นฝ่ายฉีกสัญญานั้นทิ้ง ออมเป็นคนฆ่าลูกของหวานนะคะ ฮือๆ’
พลาธิปกัดฟันกรอดตอนที่เห็นสภาพของมธุรส เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทำเอามือไม้เขาสั่นไปหมด กว่าจะดึงสติกลับมาได้ก็แทบแย่
และจนป่านนี้...เขายังไม่เห็นหน้าคนรักของมธุรสด้วยซ้ำ !
‘โชติเป็นแฟนเก่าของออมค่ะ ก็คงเกลียดหวานเรื่องนี้ มันอาจจะเป็นสาเหตุที่...’
‘หวานไม่ได้แย่งแฟนใครนะคะ โชติเลิกกับออมมาก่อนหน้านี้ได้หลายเดือนแล้ว แต่เป็นออมที่ตามตื๊อไม่หยุด’
เสียงฝีเท้าย่ำเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวทำให้ชายหนุ่มคลายความคุกรุ่นในใจลงไปได้บ้างเมื่อรู้ว่าใครอยู่ในห้องนี้
“เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ” ฝ่ามือบางวางบนไหล่แข็งแรงออกแรงบีบคล้ายกับให้กำลังใจ
พลาธิปหันหน้ามองคนยืนตีคู่แล้วส่งยิ้มให้ บางทีเขาก็คิดว่าผู้หญิงคนนี้จิตใจทำด้วยอะไรทำไมถึงยอมที่จะให้โอกาสเขา แม้สถานะไม่ได้สวยงามเหมือนเดิมแต่อย่างน้อยตอนนี้เราก็ยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้
ทั้งที่เขาทำผิดกับเธอได้อย่างไม่น่าให้อภัย
“เพลิงโอเคหรือเปล่าคะ” ตั้งแต่เกิดเรื่องชายหนุ่มเอาแต่เงียบ จนเธอนึกเป็นห่วงเลยรีบออกจากที่ร้านมาดูแลมธุรสเป็นเพื่อน แต่เหมือนจะมาช้าไปผู้หญิงคนนั้นถึงได้บุกมาหาเรื่องกันถึงที่นี่
“ผมไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ก็ขอบคุณแยมมาก”
“แยมเป็นห่วงนะ” ชลกรสบตาคู่คม ยอมรับว่ากระทั่งตอนนี้เธอยังรู้สึกสั่นไหวทุกทีที่ได้มอง พลาธิปยังคงเป็นที่หนึ่งสำหรับเธอเสมอ
“ห่วงหวานหรือห่วงผม”
“ทั้งคู่นั่นแหละค่ะ เพลิงทานข้าวก่อนไหม แยมลงไปซื้อให้”
พลาธิปส่ายหน้าปฏิเสธแหงนมองนาฬิกาตรงผนังแล้วคงไม่มีเวลามากพอที่จะกินข้าวตอนนี้ ดึงสายตากลับมาที่น้องสาวตัวเองแล้วยกยิ้มจางๆ
ความเจ็บปวดของมธุรสต้องมีคนชดใช้ !
“ผมอาจจะไม่อยู่สักเดือน ฝากดูแลหวานด้วย”
“งานที่สวนปาล์มมีปัญหาเหรอคะ” ทำไมถึงได้รีบร้อนไปทั้งที่น้องสาวยังไม่หายดี ชลกรหรี่ตามองเมื่อเห็นแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์ และทันเห็นรายชื่อที่โทรเข้ามาเช่นกัน
ดรัณยา...
“ผมต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วจะรีบกลับมา” ร่างสูงหันหลังให้หญิงสาวทั้งสองเตรียมจะก้าวออกจากห้องเพื่อรับโทรศัพท์ทั้งที่ไม่อยากเสวนาเท่าไหร่
“เพลิงคะ”
ปลายเท้าชะงัก ส่วนมือยังเกาะอยู่ที่ลูกบิด เหลียวมองเจ้าของใบหน้าหวานซึ้ง สีหน้าของชลกรลังเลที่จะพูด แต่สุดท้ายเหมือนเธอจะตัดสินใจได้
“เรื่องที่น้องหวานเคยพูด แยมหวังว่าคุณจะเก็บเอาไปคิดนะคะ เพราะมันหมายถึงอนาคตของคุณทั้งชีวิต”
ไม่มีเสียงตอบกลับมามีเพียงเสียงปิดประตูเท่านั้น...
โทรศัพท์ยังคงเตือนว่ามีเสียงเรียกเข้า หางตาคมเข้มเหลือบมองตัดสินใจกดรับ เสียงทุ้มกรอกตามสายพาให้อีกฝ่ายอุ่นวาบทั้งหัวใจ
“ผมกำลังไป คุณอย่าเพิ่งไปไหน”
