ละอองใจในม่านเพลิง

61.0K · ยังไม่จบ
พิชญวดี
35
บท
2.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

“นายหมายถึงให้ฉันกลับไป…ใช่ไหม” “ถ้าสมองเธอไม่โง่จนเกินไป จากนี้เราก็ต่างคนอย่างอยู่ กลับไปเป็นเหมือนเดิมเหมือนตอนที่เรายังไม่รู้จักกัน” เจ้าของนัยน์ตาเข้มยกมือสางผมแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “ฉันท้อง”

นิยายรักโรแมนติกแก้แค้นดราม่า

บทนำ

บทนำ

โรงพยาบาล

รองเท้าส้นสูงกระทบผิวพื้นและดังขึ้นใกล้เรื่อยๆ หลังจากที่ประตูปิดลงก่อนหน้านี้ทำให้ผู้ป่วยบนเตียงนึกแสลงใจ กระทั่งน้ำเสียงห้วนๆ จะถูกเปล่งจากลำคอของใครบางคน

“มาแสดงความเสียใจที่แกยังไม่ตายสักที” เจ้าของริมฝีปากสีเชอร์รี่ปรายตามองหญิงสาวที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง ดรัณยาเหยียดยิ้มเมื่อเห็นแววตาหม่นแสง แม้เพียงแค่แวบเดียวแต่เธอก็สังเกตทัน

“ไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไปบ้างหรือไง” มธุรสค่อยๆ ประคองตัวเองขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก รู้สึกเจ็บไปทั้งตัวในขณะที่คนยืนมองไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยสักนิด

“ทำไมฉันต้องรู้สึกผิด ถ้าจะให้พูดจากใจฉันแค่เสียดายที่แกเจ็บน้อยเกินไป” เธอเกลียดที่ต้องมารู้มาเห็นในสิ่งที่คนอื่นทำเป็นตาบอดไม่รับรู้ความจริงที่อยู่ในตัวของผู้หญิงหน้าตาซื่อๆ คนนี้

เกลียดที่ใครๆ ต่างพากันเอาอกเอาใจมธุรสราวกับนางฟ้าตัวน้อย ไม่ได้เกลียดที่ทุกคนโยนความผิดมาให้ เพราะคนอย่างดรัณยาไม่เคยสนใจคำพูดไม่มีค่าของคนอื่นอยู่แล้ว

หากเธอผิดจริงนั่นคือสิ่งที่จะยอมรับโดยดุษณี แต่ถ้าไม่ได้ทำก็อย่าหวังจะมาบังคับคำขอโทษจากปากของเธอ

“ถ้าเป็นเรื่องของโชติ เราเสียใจ” คนป่วยร่ำไห้น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะ ก่อนที่ไหล่บอบบางจะสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ “ออมเห็นใจเราเถอะ เราเสียลูกไปแล้ว ยังไม่สาแก่ใจอีกเหรอ”

“หยุดตอแหลได้แล้วแม่ตัวดี ฉันชักจะพะอืดพะอมเวลาที่แกปลิ้นปล้อนโกหกคำโตออกมา” สาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมาเธอรับมือกับคนรอบข้างมาแทบทุกรูปแบบ

แต่คนอย่างมธุรสนี่แหละที่น่ากลัวที่สุด

“ออม ! ไม่เห็นจะต้องพูดแรงแบบนั้น ถ้าไม่คิดจะขอโทษหรือรู้สึกกับสิ่งที่ทำลงไปก็ขอให้แล้วต่อกัน หรือถ้าออมอยากให้เราเลิกยุ่งกับโชติ...”

“ไม่ต้อง !” ดรัณยาสวนกลับ

“ผู้ชายแบบนั้นเอาเท้าเขี่ยฉันก็เจอแล้ว เชิญแกเกลือกกลั้วเศษเดนของฉันไปเถอะ แล้วจำเอาไว้ว่าคนอย่าฉันจะไม่มีวันปล่อยให้พวกงูพิษเชิดหน้าชูตาได้นานหรอก จำคำของฉันเอาไว้ให้ดี มีโอกาสเมื่อไหร่ฉันไม่รอดูอยู่เฉยๆ แน่”

มธุรสจ้องหน้าคนที่กำลังเดือดพล่าน ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มราวกับได้รับชัยชนะอีกครั้ง เจ็บตัวเกือบตายแต่ก็นับว่าคุ้มแสนคุ้ม หญิงสาวเอียงคอเล็กๆ ก่อนจะเปล่งเสียงแทบเรียกได้ว่ากระซิบ

“จริงเหรอ น่ากลัวจัง”

“อีงูพิษ !” ดรัณยาโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ทว่าร่างกายกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าจิตใต้สำนึก ตรงเข้าบีบปลายคางจนอีกฝ่ายร้องลั่น เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องเปิดเข้ามา

“คุณทำอะไรคะ ! ปล่อยคนไข้เดี๋ยวนี้ รีบไปตามคนมาช่วยเร็ว” พยาบาลรีบตรงเข้าช่วยเหลือมธุรสที่สำลักไอจนตัวโก่ง เสียงปล่อยโฮดังสะเทือนใจผู้พบเห็นตรงข้ามกับคนก่อเหตุที่ยืนจ้องหน้าอาฆาต

ดรัณยากำหมัดแน่นหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ จะผิดก็คงผิดที่เธอเดินเข้ากับดักเหมือนครั้งก่อนๆ เกลียดที่ตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่อยู่กลายเป็นผู้ต้องหารังแกคนอ่อนแออย่างมัน !

ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนใกล้จะทะลักออกมารอมร่อ ไม่ใช่เพราะกลัวที่โดนบุคคลที่สามกล่าวหา แต่เพราะเธอโกรธจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่รีบเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยวีไอพี

มธุรสเคยเป็นเพื่อนของเธอคนหนึ่ง แต่ใครจะไปรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองเลี้ยงงูไว้ใกล้ชิดขนาดนี้

สิ่งที่เธอเคยมี ทุกคนที่ให้ความรักกับเธอ ถูกผู้หญิงคนนั้น...แย่งไปทุกอย่าง

ทุกอย่างจริงๆ