บทที่ 5 ตัวตนที่แท้จริง
“เอมขอถามได้ไหมคะ ทำไมคุณกรณ์ถึงตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ทั้งที่บ้านนี้อายุก็20กว่าปีแล้วและเอมคิดว่าคุณกรณ์น่าจะมีบ้านหรือที่อยู่ที่ดีกว่านี้อยู่แล้วนะคะ” เฌอเอมไม่ได้อยากก้าวก่ายเรื่องที่อยู่อาศัยของเขา แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งเธอสงสัยและอยากรู้เหตุผลของเขาจริงๆ
เฌอเอมเข้าใจว่าบ้านหลังนี้ตกเป็นทรัพย์สินของศิวกรณ์แล้ว แต่เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องย้ายเข้ามาอยู่ด้วยตัวเองก็ได้นี่ หรือว่าเขาไม่ไว้ใจเธอกับคนในบ้าน? แต่ก็ไม่น่าจะใช่ บ้านนี้เป็นบ้านที่เธอรักมาก เธอไม่มีวันทำอะไรกับบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำแห่งความสุขของเธอแน่นอนแล้วอะไรคือเหตุผลที่แท้จริงของเขากันแน่
“ก็จริงครับ ผมมีบ้านใหม่ๆอีกหลายหลัง มีเพนท์เฮ้าส์อีกสามที่ แต่ที่ผมเลือกย้ายมาบ้านนี้ก็เพราะผมชอบบรรยากาศของรอบๆบ้านครับ สงบ ร่มรื่น มันหาได้ยากในใจกลางเมืองนะครับ”
“แค่นี้เหรอคะ?” เป็นเหตุผลที่ดูขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกของเขามาก เฌอเอมมองว่าศิวกรณ์น่าจะเป็นพวกชายหนุ่มชอบท่องราตรี ออกสังสรรค์ยามค่ำคืนทุกวันและข้างกายต้องรายล้อมไปด้วยเพื่อนพ้องและผู้หญิงสวยๆ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะรักความสงบมากกว่าแสง สี เสียง
‘ถ้าคุณกรณ์เป็นแบบที่คิดก็ดีนะ เขาจะได้ไม่พาเพื่อนมาปาร์ตี้ที่บ้าน’ ถึงตอนนี้เฌอเอมจะไม่ได้เป็นเจ้าของแล้วแต่เธอหวงบ้านมาก
“ใช่ครับ เห็นแบบนี้ผมเป็นหนุ่มโสดที่รักความสงบนะ สมัยเรียนกินเที่ยวมาเยอะจนอิ่มตัวกับเรื่องแบบนั้นไปแล้วครับ”
ศิวกรณ์พูดจากใจจริงๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเขาก็ไปสุดเรื่องดื่มกิน แต่หลังจากเรียนจบมาจนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ได้อยากไปปาร์ตี้อะไรอีกแล้ว จะไปแค่งานเปิดตัวธุรกิจกับเพื่อนที่เป็นนักธุรกิจด้วยกันเท่านั้นหรือนานๆจะนัดเจอกับเพื่อนๆสมัยเรียนบ้าง
นอกจากเหตุผลที่อยากย้ายมาอยู่บ้านที่มีบรรยากาศเงียบสงบแล้ว ศิวกรณ์ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญและเป็นเหตุผลหลักที่เขาย้ายมาอยู่ในบ้านเก่าอายุ20กว่าปีหลังนี้
“อารู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะอ้อนวอนข้อร้องเจ้าหนี้ แต่ช่วยเห็นแก่ชายชราคนนี้ที่ใกล้จะหมดลมหายใจได้ไหม”
“คุณอา!” ศิวกรณ์ต้องรีบเข้าไปห้ามชายสูงวัยที่ทำท่าจะนั่งคุกเข่าต่อหน้าเขา
“อย่าทำแบบนี้เลยครับ คุณอาอยากให้ผมช่วยอะไร ผมยินดีช่วยคุณอาทุกอย่าง”
เรื่องหนี้ก็ส่วนเรื่องหนี้ แต่เรื่องช่วยเหลือเพื่อนเก่าของบิดาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ศิวกรณ์อาจจะไม่เคยคุยกับคุณอาคนนี้บ่อยนัก แต่เขาก็พอรู้ว่าชายสูงวัยคนนี้เป็นเพื่อนเก่าของบิดาและในวันที่บิดาของเขาจากโลกนี้ไป ท่านได้ฝากเรื่องหนึ่งไว้กับเขา
(เพื่อนพ่อเป็นคนดี รักครอบครัวมาก ถึงเขาจะติดหนี้เราแต่พ่ออยากให้กรณ์มีเมตตากับครอบครัวนี้ อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วย หากเขายังไม่มีเงินมาคืนให้ก็อย่าใจร้ายตามทวงเขา)
คำสั่งเสียที่บิดาได้ฝากเขาเอาไว้ ศิวกรณ์มีความตั้งใจจะทำตามที่ตนได้รับปากบิดา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่คุณอาท่านนี้ต้องการให้เขาช่วยเหลือ เขายินดีที่จะทำให้และจะทำให้ดีที่สุดด้วยแรงที่เขามี
“อาไม่รู้ว่าตัวเองจะยังมีแรงเหลือพอที่จะหาเงินมาใช้หนีครอบครัวของหลานชายก่อนที่อาจะหมดลมหายใจไหม แต่ถ้าวันนั้นมาถึงก่อน บ้านหลังนี้จะต้องกลายไปทรัพย์สินของครอบครัวกรณ์ แต่อาอยากจะขอฝากลูกสาวเพียงคนเดียวของอากับคนในบ้านอีกสองคน อาอยากฝากให้กรณ์ช่วยดูแลเธอด้วย เฌอเอมลูกสาวที่รักของอาเธออาจจะต้องเจอเหตุการณ์ที่ทำให้อ่อนแอ และตอนนั้นเฌอเอมต้องมีใครสักคนเป็นหลักให้กับเธอ คนๆนั้นอาอยากให้เป็นกรณ์...”
ในช่วงเวลานั้นศิวกรณ์ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าอะไรกันถึงทำให้คนที่ภายนอกดูแข็งแรงแต่ภายในใจกลับไม่มีแรงที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไป และเขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากนั้นไม่นานคุณอาท่านนี้ก็เริ่มป่วยและสุดท้ายก็ได้จากโลกนี้ไป
ศิวกรณ์ได้ไปร่วมงานส่งท่านกลับสู่สวรรค์ในวันสุดท้ายด้วย ในวันนั้นเขาได้พบเฌอเอมแต่เธอไม่ได้พบเขา ตลอดงานสิ่งที่เขาเห็นคือความเข้มแข็งของผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งที่พยายามอย่างหนักไม่ให้ตัวเองร้องไห้ในวันนั้น เธอพยายามยิ้มออกมา เธอคงอยากทำให้บุคคลอันเป็นที่รักของเธอสบายใจว่า เธอสามารถดูแลตัวเองได้ พวกท่านจะได้ไปอย่างสบายใจไม่ต้องห่วงเธอ
เพราะภาพในวันนั้นบวกกับคำสัญญาที่ศิวกรณ์รับปากบิดาของเฌอเอมไว้ เขาถึงได้ตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เพื่อที่จะได้คอยดูแลเธออย่างใกล้ชิดเขาจะทำให้มั่นใจว่าเฌอเอมจะมีชีวิตที่ดีและมีความสุขที่สุดเท่าที่เธอจะอยากได้รับจากเขา
วันนี้เราพึ่งได้พบกันอย่างเป็นทางการ ศิวกรณ์ตั้งใจว่าเขาจะอยู่ที่นี่จะค่อยๆศึกษาและทำความคุ้นเคยกับคนในบ้านนี้ ค่อยเป็นค่อยไปช้าๆ
“ตอนนี้คุณกรณ์มาเป็นเจ้าของบ้านแล้ว คุณกรณ์อยากให้เอมกับป้าเนียนและลุงสักแบบว่า อยู่ในฐานะ...”
“ผมอยากให้ทุกคนอยู่เหมือนเดิมครับ”
“อยู่เหมือนเดิม คือให้ทำทุกอย่างเหมือนทุกๆวันเหรอคะ”
“ใช่ครับ ใช้ชีวิตเหมือนเดิมที่เคยเป็นมา ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เอมมีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้แบบไหนก็ยังเป็นแบบนั้นครับ แต่อาจจะมีบางเรื่องที่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตจากผมก่อน เช่น จะมีเพื่อนมาค้างคืน หรือจะออกไปไหนมาไหน ผมไม่ได้จะห้ามหรืออะไรแต่อยากรู้ไว้ ทุกอย่างก็เพื่อความปลอดภัยครับ ผมชอบรอบครอบไว้ก่อน ส่วนลุงสักกับป้าเนียนก็เช่นกันครับ”
เป็นเจตนารมณ์ที่ศิวกรณ์ตั้งใจเอาไว้แล้ว เขารับปากกับบิดาของเฌอเอมไว้และจะทำให้ดีที่สุด
“แล้วเรื่องหนี้สินที่คุณพ่อยังจ่ายไม่หมด คุณกรณ์มั่นใจแล้วใช่ไหมคะว่าจะไม่ให้เอมใช้คืน” วันนี้เขาบอกเธอไว้แบบนั้นและมีคุณทนายเป็นพยาน เขาบอกแค่ว่าให้เปลี่ยนชื่อเจ้าของบ้านเป็นชื่อเขาแค่นั้นพอถือว่าหนี้สินทั้งหมดจบลงเท่านี้
“ใช่ครับ เป็นการตัดสินใจที่ผมไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว” คำตอบที่ชัดเจนของศิวกรณ์ทำให้เฌอเอมแสดงสีหน้าสบายใจออกมา เธอไม่ได้จะเกี่ยงเรื่องใช้หนี้ ถ้าเขาบอกว่าต้องคืน เธอก็ยินดีหางานทำเพิ่มเพื่อนำเงินมาใช้คืนเขาแต่อาจจะต้องขอเวลาให้เธอสักหน่อย ทว่า พอศิวกรณ์ยืนยันว่าไม่ต้องคืนมันก็ทำให้เฌอเอมอดดีใจไม่ได้
‘เงินเป็นล้านๆเลยนะ ชาตินี้จะคืนหมดหรือเปล่าเถอะ’
คิดถึงตรงนี้เฌอเอมก็รู้สึกว่า เขาก็ไม่ได้แย่เท่าที่เธอคิดไว้ ถ้าเอาแบบไม่มีอคติ เธอมองว่าศิวกรณ์ก็เป็นคนใจดีคนหนึ่งเลย แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อเช้าต้องพูดจาร้ายๆใส่กันด้วย ทำร้ายจิตใจแล้วก็มาทำตัวสุภาพใส่ ตัวตนเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่?
