ลวงหัวใจศิวกรณ์

50.0K · จบแล้ว
ณัฏฐ์ณรรมภา
28
บท
3
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อเธออยากได้ของที่เคยเป็นของเธอคืน เขาจึงยื่นข้อเสนอให้ ข้อเสนอง่ายๆก็แค่ "ทำให้ผมรักแต่คุณต้องไม่รักผม"

นิยายรักโรแมนติกรักหวานๆสัญญาทางรักผู้ชายอบอุ่นคนในใจ

บทนำ

“ขอบคุณที่สละเวลามาวันนี้นะคะ เอมต้องขออภัยที่ไม่สามารถเดินไปส่งคุณทนายด้วยตัวเอง” หญิงสาวพนมมือขึ้นไหว้คุณทนายพร้อมลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อส่งเขาจากตรงที่เธอยืนอยู่

เธอยืนมองส่งจนสุดสายตาก่อนจะทิ้งไหล่ลงช้าๆเหมือนกับต้องการปล่อยวางความหนักอึ้งที่เธอแบกมันเอาไว้ตลอดการสนทนาที่ยาวนานกว่าสองชั่วโมงที่ผ่านมา

ทว่า ความสงบเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอพึ่งได้เจอก็ต้องสลายหายไปเมื่อ ‘เขา’ พูดทำลายความเงียบออกมา

“คุณเฌอ...”

“เรียกแค่ เอม อย่างเดียวก็ได้ค่ะ คุณกรณ์อายุเยอะกว่าและเอมก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร” เฌอเอมนั่งลงและพูดกับชายหนุ่มโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของเขา

“ครับ เอม...ผมเข้าใจว่าคุณยังมีคำถามอีกมากมายเกี่ยวกับตัวของผม ซึ่งผมยินดีจะตอบทุกคำถามของคุณ”

“ใช่ค่ะ เอมมีคำถามมากมายเกี่ยวกับคุณค่ะ คุณศิวกรณ์ แต่ต่อให้เอมได้คำตอบทั้งหมดที่อยากจะรู้ เอมก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เอมไม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ได้ ทั้งที่บ้านหลังนี้ควรจะเป็นของเอม แต่กลับเป็นของคุณ”

ปลายคางเชิดขึ้นขณะพูดในสิ่งที่เธอไม่อยากจะยอมรับความจริง มือทั้งสองข้างบีบกันแน่นเพื่อหาทางระบายอารมณ์กรุ่นโกรธที่ปะทุอยู่ในใจ ปกติเธอไม่ใช่คนที่จะโกรธหรือรู้สึกไม่พอใจกับอะไรง่ายๆ เพียงแต่เรื่องที่เธอพึ่งได้เจอมาสดๆร้อนๆมันทำให้หญิงสาวรู้สึกว่า เธอไม่ได้รับความยุติธรรม

“ผมเข้าใจความไม่พอใจที่เอมเป็นอยู่นะครับ” น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังแล้วดูอ่อนโยน ทว่าใบหน้าของเขาไม่ได้ไปในทางเดียวกันกับน้ำเสียงเลยแม้แต้น้อย รอยยิ้มนั้นก็ดูเป็นการยิ้มเย้ยมาให้เธอเสียมากกว่า

“หึ แต่ถ้าจะโกรธหรืออยากจะโทษใครสักคนในเรื่องนี้ เอมก็ต้องโทษคุณพ่อของคุณเอง เพราะท่านเป็นคนคิดและตัดสินใจเลือกแบบนี้ด้วยตัวของท่านเอง ผมไม่ได้เป็นคนบังคับ อ่อ...ผมลืมไป คุณจะไปโกรธได้อย่างไรในเมื่อท่านไม่อยู่แล้ว”

“คุณกรณ์!” คำพูดร้ายกาจนั้นทำให้เฌอเอมต้องหันมามองใบหน้าของคนเย็นชา สายตาของเธอวาวโรจน์ใบหน้าแดงก่ำด้วยแรงโทสะ เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอคนที่ทำให้เกลียดขี้หน้าตั้งแต่แรกพบได้เท่าเขา

ศิวกรณ์ ชายหนุ่มอายุ 27ปี เขาเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายหลายสายและไม่รู้ว่าต้นตระกูลของเขาเริ่มร่ำรวยมาจากธุรกิจอันไหน เพราะเกิดมาก็เรียกได้ว่ารวยเลย จะบอกว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดก็ได้เขาไม่เถียง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่รวยแล้วจะนั่งๆนอนๆ ศิวกรณ์ชอบเห็นธุรกิจเติบโตขึ้นอีก ต้องได้มากอีก เขาสนุกกับการได้ทำอะไรที่มันท้าทายแต่ทุกอย่างต้องมั่นใจว่าจะไม่ขาดทุน

ผู้ชายคนนี้เหมือนเป็นลูกของรักพระเจ้า ใบหน้าหล่ออย่างหาจุดติไม่ได้ เครื่องหน้าถูกปั้นออกมาได้งดงามเข้ากันทุกสัดส่วน โดยเฉพาะดวงตาคมของเขาที่แววตาเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล การจ้องตานานๆกับผู้ชายคนนี้คือเรื่องอันตรายต่อใจมาก น้ำเสียงของเขานุ่มและอ่อนโยนมาก ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นรู้สึกสบายใจเมื่อได้คุยกับผู้ชายคนนี้

เมื่อรวมเสียงกับใบหน้าเข้าด้วยกันจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย หากคนที่สนทนาอยู่ด้วยจะเคลิบเคลิ้มไปกับน้ำเสียงและใบหน้าที่ทำให้คนหลงใหลได้ง่ายของเขา แต่ไม่ใช่สำหรับเธอเพราะเขาคือปีศาจร้ายในคราบเทพบุตร

เฌอเอม หญิงสาวอาย 24ปี เธอเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าสวยหวานมองแล้วละมุนตา นัยน์ตาสีน้ำตาลยิ่งทำให้ใบหน้าเธอดูหวานมากขึ้นไปอีก เธอเป็นคนตัวเล็กเอวบางร่างน้อย น่ามองน่าทะนุถนอม นอกจากหน้าตาจะอ่อนหวานแล้วนิสัยส่วนตัวของเฌอเอมก็อ่อนหวานไม่แพ้กัน เธออ่อนหวานแต่ไม่อ่อนแอ ภายนอกเธอดูเป็นผู้หญิงที่บอบบางแต่ภายในเธอเป็นคนที่เข้มแข็งมาก

ปัจจุบันเฌอเอมเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนศิลปะสำหรับเด็ก CherArt เพราะเฌอเอมเป็นคนที่ชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กทำให้เธอมีความฝันว่า วันหนึ่งจะต้องเปิดโรงเรียนเล็กๆเพื่อสอนศิลปะให้ได้และตอนนี้เธอทำตามความฝันได้แล้ว เธอมีความสุขมาก ทว่า ชีวิตคนเรามันก็ไม่ได้มีแต่เรื่องราวที่ทำให้เรามีความสุขเพียงอย่างเดียว เฌอเอมโชคดีที่เธอทำตามความฝันได้สำเร็จแต่เธอโชคร้ายเรื่องครอบครัว

เมื่อต้นปีที่แล้วเธอได้สูญเสียคุณยายที่เธอรักมากให้กับโรคชราแต่ความเสียใจยังไม่ทันหาย ปลายปีมารดาของเธอก็มาด่วนจากไปด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ตอนนั้นเธอกับบิดาโศกเศร้ามาก เพราะมารดาคือความสุข คือหัวใจของครอบครัว

เมื่อขาดมารดาไปบิดาของเธอเหมือนคนขาดอากาศหายใจ ใช้ชีวิตเหมือนคนหลงทาง ไม่มีแรงใจจะไปต่อไม่สามารถดูแลธุรกิจได้ จากคนที่มีเงินเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีก็เหลือเงินแค่พอเลี้ยงเธอกับเด็กในบ้านอีกสองคนได้ นั้นก็คือป้าเนียนแม่บ้านกับลุงสักสามีของป้าเนียนที่เป็นคนดูแลสวนกับความเรียบร้อยในบ้าน

เฌอเอมพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อจะประคองธุรกิจที่บิดาของเธอสร้างมาด้วยสองมือให้อยู่รอด แต่โชคไม่เข้าข้างเธอ ข่าวร้ายมาเยือนเธออีกครั้ง สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้บิดาของเธอด่วนจากไปด้วยเหตุผลที่คุณหมอบอกว่า ท่านหมดแรงใจจะอยู่บนโลกนี้ต่อ...

ชีวิตของเธอเหมือนคนที่อยู่กลางทะเลลอยเคว้งมองไปทางไหนก็เจอแต่น้ำ เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะว่ายน้ำไปทางไหนถึงจะเจอเกาะ เธอควรไปต่อหรือเธอควรจะปล่อยให้ตัวเองจมลงตรงนี้ เธอต้องอยู่กับความโศกเศร้าเสียใจไปอีกนานแค่ไหน เธอจะต้องใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรเมื่อเธอไม่เหลือใครแล้ว

ในช่วงเวลาที่เธอปล่อยใจตัวเองให้เคว้งลอยออกไปนั้น คำพูดของมารดาที่เคยพูดกับเธอก็ดังขึ้นมา

“เฌอเอม ลูกคือความรักของแม่กับพ่อ ลูกคือความสุขของแม่กับพ่อ และลูกจะต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกๆวันเพราะความสุขของลูกคือความสุขของแม่กับพ่อ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน แม่กับพ่อจะมองมาที่ลูกเสมอ เมื่อไหร่ที่ลูกยิ้มโปรดรู้ไว้ว่าเราสองคนจะยิ้มไปกับลูก เฌอเอมของแม่กับพ่อคือเด็กผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก”

เสียงและรอยยิ้มของมารดาปรากฏขึ้นในความทรงจำของเธอ และนั่นทำให้เฌอเอมพร้อมกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง แต่แล้วหัวใจที่บอบช้ำของเธอต้องมาเจอเรื่องที่ไม่คาดฝัน เมื่อผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมประกาศกร้าวว่าเขาคือเจ้าของบ้านคนใหม่รวมถึงเป็นเจ้าของธุรกิจคนใหม่ที่บิดาเธอสร้างขึ้นมาด้วย

เฌอเอมยังไม่ทันได้มีเวลาสงสัยอะไรเธอก็ต้องตกใจกับความจริงที่ได้เจอ เมื่อทนายได้แจ้งว่าทรัพย์สมบัติที่บ้านเธอมีทั้งหมดจะต้องตกเป็นของผู้ชายที่ชื่อ ศิวกรณ์ เพราะบิดาของเธอเป็นหนีผู้ชายคนนี้และได้ทำสัญญาลงลายมือชื่อไว้แล้วชัดเจน เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าบิดาไปรู้จักกับผู้ชายคนนี้ได้อย่างไรและได้มีการขอหยิบยืมเงินกันตอนไหน มารู้ก็ตอนนี้ ตอนที่เธอกำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้าน แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้าง

เรื่องดีที่เฌอเอมไม่มั่นใจว่าจะเรียกว่าดีได้ไหม ชายหนุ่มบอกว่าเขาได้ให้สัญญากับบิดาของเธอไว้ เมื่อท่านจากโลกนี้ไป ทุกอย่างจะตกเป็นของศิวกรณ์แต่ท่านได้ขอร้องให้เขาคนนี้ดูแลเธอกับเด็กในบ้านอีกสองคน คงเป็นเพราะความสงสารคนแก่หรือเพราะอะไรเฌอเอมไม่อาจรู้ แต่ศิวกรณ์ตอบรับปากบิดาของเธอ เขารับปากจะดูแลเธอกับป้าเนียนและลุงสัก ทุกคนจะได้อยู่ในบ้านหลังนี้เหมือนเดิม โดยมีเจ้าของคนใหม่คือศิวกรณ์ ชายแปลกหน้าที่เฌอเอมไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อน

ตลกร้ายกับเธอเหลือเกิน อยู่บ้านตัวเองแท้ๆก็กลายมาเป็นผู้อาศัยเสียอย่างนั้น ยังดีที่เขาไม่รวมโรงเรียนสอนศิลปะของเธอไว้ในหนี้ก้อนนี้ด้วย อย่างน้อยเธอยังมีโรงเรียนนี้ได้ใช้ทำมาหากิน ถ้าเธอเก็บเงินไปเรื่อยๆก็ไม่แน่ว่าวันหนึ่งเธอจะสามารถนำเงินมาซื้อบ้านหลังนี้ให้กลับมาเป็นชื่อของเธอได้ เฌอเอมรักบ้านหลังนี้มาก เธอเดินออกไปไม่ได้เพราะบ้านหลังนี้มีความทรงจำของบิดาและมารดามากมายเหลือเกิน ความสุขของเธอคือที่นี่

“ผมไม่ชอบเสแสร้งแกล้งทำ ในเมื่อตอนนี้ผมคือเจ้าของบ้าน ผมคิดว่าเอมและคนอื่นๆก็ควรจะรู้จักนิสัยใจคอของผม แต่ยังไม่ต้องรีบร้อนนะครับเพราะ เรา มีเวลาได้รู้จักกันอีกนาน อยู่ด้วยกันไปเอมก็จะรู้เองว่าผมเป็นคนแบบไหน”

‘แบบที่ไม่ใช่คนดีแน่ๆ’ เฌอแอบคิดในใจ เธอไม่ชอบผู้ชายคนนี้เอามากๆ ไม่ชอบจนสามารถใช้คำว่าเกลียดเลยก็ได้

“วันนี้ผมเหนื่อยแล้ว จะขอขึ้นไปพักผ่อนก่อนแล้วเจอกันที่โต๊ะอาหารตอนมื้อเย็นนะครับ...หวังว่าป้าเนียนของเอมจะทำอาหารอร่อยนะ”

ศิวกรณ์พูดพร้อมยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินออกไป แต่เขาไม่ได้เดินไปทางที่จะขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ศิวกรณ์เลือกเดินตรงมาที่เฌอเอมนั่งอยู่ เขาโน้มใบหน้าลงไปพูดใกล้ใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงกระซิบว่า

“อย่ารีบเกลียดผมมากนักเลยครับ เราต้องอยู่บ้านเดียวกันไปอีกนาน”

พูดจบก็ยืดตัวกลับมายืนเต็มความสูงของตัวเองแล้วเดินออกจากตรงนั้นไป โดยไม่สนใจว่าหญิงสาวจะคิดหรือรู้สึกอึดอัดกับเขามากขนาดไหน

‘จะชอบหรือไม่ มันคือเป็นปัญหาของคุณครับ เอม’