บทที่ 6 ข้อเสนอเพื่อการได้บ้านคืน
“คุณกรณ์เป็นคนแบบกันแน่ค่ะ” ตอนแรกก็แค่คิดในใจแต่เพราะเฌอเอมอยากรู้จักคนที่จะต้องอยู่บ้านเดียวกันไปอีกนานให้มากขึ้นและด้วยความอยากรู้นี้แหละทำให้ปากเธอลั่นถามเขาออกไปตรงๆ
ด้านคนที่ถูกถาม ในวินาทีแรกเขาอดประหลาดไม่ได้ที่เธอถามคำถามนี้ แต่ก็เข้าใจได้เพราะเมื่อเช้าเขาดันสร้างแรกพบที่ไม่ประทับใจให้เธอสักเท่าไหร่ บางมุมเขาดูเป็นคนสุภาพแต่ในบางครั้งเขาก็เป็นคนแข็งกระด้างเหมือนกัน
“คำพูดของผมเมื่อเช้า ผมขอโทษนะครับ ตอนนั้นผมแค่อยากลดท่าทางอวดดีของเอมลง”
“...?” เฌอเอมมองหน้าเขาไม่กะพริบตา เพราะเหตุผลแค่นี้เหรอเขาถึงต้องพูดจาแรงๆกับเธอ
“เหตุผลฟังดูแย่ใช่ไหมครับ”
“ค่ะ เป็นเหตุผลที่ค่อนข้างแย่จริงๆ คุณกรณ์ไม่เข้าใจเอม ตอนนั้นเอมเสียใจอยู่นะคะ” เธอไม่ได้มีเจตนาเชิดใส่สักหน่อยแต่เพราะเธอไม่รู้จักเขาแล้วเธอก็กำลังเสียใจ ทั้งเสียใจทั้งช็อกที่จู่ๆเขาก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่า ผมจะมาเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ แล้วจะให้เธอทำตัวยังไงละ ยิ้มหวานให้แล้วกล่าว ยินดีต้อนรับ เหรอ?
“โกรธเหรอ...ผมขอโทษครับ” เดี๋ยว! อันนี้เขาทำเสียงสองเหรอ เสียงแบบอ้อนๆ
“ปะ เปล่าค่ะ เอมจะไปโกรธเจ้าของบ้านได้ไงละคะ” เธอไม่ได้โกรธเขาขนาดนั้น ก็โกรธนิดหน่อย นิดเดียว(มั้ง)
“แล้วเกลียดผมไหมครับ”
“ให้เอมตอบตามความจริงหรือตอบแบบอ้อมๆคะ”
“ตอบตามความจริงครับ” เธอเล่นพูดมาแบบนี้ ศิวกรณ์ต้องเตรียมทำใจรอฟังคำตอบของเธอซะแล้ว ถ้าเธอจะเกลียดขี้หน้าเขาก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย ใครจะไปชอบคนที่เดินเข้ามาแย่งบ้านตัวเองไปล่ะ
“เกลียดค่ะ”
จุก นี่ขนาดทำใจไว้แล้วนะว่าเฌอเอมต้องพูดแบบนี้แน่แต่ทำไมหัวใจแกร่งถึงได้รู้สึกหน่วง มันวูบๆ โหวงๆ ปกติเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ศิวกรณ์ไม่เคยสนใจว่าใครจะชอบหรือเกลียดเขา เพราะเขาเป็นนักธุรกิจ ในทุกๆวันจะต้องเจอคู่แข่งมากมายอยู่แล้ว เจอทั้งคนที่ชอบอยากผูกมิตรและในขณะเดียวกันก็ต้องเจอคนที่ไม่ชอบอยากขัดขาเขาเป็นประจำ
แต่กับเฌอเอม เธอเป็นคนที่เขาไม่อยากให้เกลียด อาการแบบนี้มันแปลกมากจะเรียกว่าอะไรดีละ แคร์? ได้ไหม
‘ไม่หรอก ไม่ได้แคร์เราอาจจะรู้สึกสงสาร เห็นใจ ก็เลยใส่ใจความรู้สึกของเอม’
‘แม่ง! ทำไมต้องมาตีกับความคิดของตัวเองด้วยวะ’
“เกลียดมากไหมครับ”
“ตอนแรกก็มากค่ะ แต่ตอนนี้ลดลงมาแล้ว” เฌอเอมไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด ตอนแรกเธอเกลียดเขาจริงๆแต่ตอนนี้ไม่แล้ว อาจจะเป็นเพราะน้ำใจของเขาที่มีต่อเธอ มีต่อป้าเนียนและลุงสักก็เลยทำให้ความรู้สึกไม่ชอบเขาหาย ที่ไม่อยากบอกตรงๆเพราะอยากแกล้งเขา ก็เขาใจร้ายกับเธอก่อนก็ต้องโดนเอาคืนบ้าง
“แล้วผมต้องทำยังไงเอมถึงจะไม่เกลียดผมเลย ผมรู้สึกไม่ดีจริงๆนะครับเนี่ย ไม่อยากให้คนที่อยู่บ้านเดียวกันไม่ชอบหน้า” เป็นเจ้าของบ้านที่แคร์ความรู้สึกของคนในบ้านสุดๆ
“คุณกรณ์ก็คืนบ้านให้เอมสิคะ แล้วเอมจะไม่เกลียดเลย” เฌอเอมตั้งใจพูดเล่นออกไป เธอแค่อยากแกล้งเขาเท่านั้นและคิดว่าศิวกรณ์คงไม่บ้าจี้ใจดีคืนบ้านให้เธอหรอก
“ผมไม่อยากให้เอมเกลียด แต่ผมก็คืนบ้านให้เอมไม่ได้เหมือนกัน” เขาไม่ใช่คนขี้งกแต่เพราะมันคือธุรกิจเมื่อบิดาของเธอติดหนี้ก็ต้องใช้คืน
“เอมรู้ค่ะ ถ้าเอมเป็นคุณกรณ์ก็คงไม่คืนให้เหมือนกัน”
ยังดีที่เขาก็ไม่ได้บ้าจี้เหมือนที่เธอคิดเอาไว้จริงๆแต่ก็แอบอยากให้เขาเผลอตอบว่า ได้ เหมือนกันนะเพราะเธอเองก็อยากได้บ้านหลังนี้กลับมาเป็นของเธอโดยสมบูรณ์แบบเหมือนกัน
“คุณกรณ์ขายให้เอมได้ไหมคะ” ลองถามดูก่อน เผื่อหนทางนี้จะมีความเป็นไปได้มากกว่า เพราะมูลค่าหนี้เป็นสิบล้านจะให้เขาคืนบ้านให้ฟรีๆคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเธอจะขอซื้อคืนอันนี้ก็ดูมีเหตุผลและมีโอกาสที่เขาจะนำไปพิจารณาได้
“...” ศิวกรณ์ยังไม่ตอบเธอกลับไปในทันที ทว่า ในหัวของเขาตอนนี้กำลังคิดอะไรบางอย่าง มันเป็นความคิดที่โผล่เข้ามาในหัวเมื่อกี้นี้เลย
“เอมขอมากไปใช่ไหมคะ...ขอโทษค่ะ” ก็เขาไม่ตอบแถมยังเอาแต่จ้องมองเธอด้วยแววตาที่เฌอเอมไม่สามารถเดาได้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เขาอาจจะกำลังชั่งใจหรือไม่ก็เขาอาจจะกำลังต่อว่าเธออยู่ในใจก็ได้ที่เธอกล้าขอแบบนั้นไป
‘เฮ้อ ไม่ชอบการอ่านคนไม่ออกแบบนี้จังเลย มันอึดอัด’
ทว่า ขณะที่เฌอเอมกำลังคุยกับความคิดของตัวเองอยู่นั้น คนที่ไม่ยอมตอบคำถามของเธอก็ได้พูดขึ้นมาและเป็นคำพูดที่ทำให้คิวเรียวสวยของเฌอเอมต้องขมวดเข้าหากัน
“ผมไม่ขายแต่ผมมีข้อเสนอให้เอมครับ และข้อเสนอนี้จะทำให้เอมได้บ้านคืนไปแบบฟรีๆ”
“อะไรเหรอคะ” ข้อเสนอนั้นจะเป็นอะไรเฌอเอมก็ยังคาดเดาไม่ได้แต่คำว่า ฟรี ทำให้เธอสนใจเป็นอย่างมาก เฌอเอมอยากได้บ้านคืน ถ้าเขาขายให้เธอก็ดีใจแล้วแต่พอเขาบอกว่าฟรีอันนี้ยิ่งทำให้เฌอเอมสนใจและอยากรู้มากว่าข้อเสนอนั้นคืออะไร
ทางด้านศิวกรณ์พอเขาเห็นว่าเฌอเอมให้ความสนใจกับสิ่งที่เขาพูดไปมาก นั้นเลยทำให้มุมปากทั้งสองข้างของเขาถูกยกขึ้นพร้อมกับสายตาที่ใช้จ้องมองเธอเปลี่ยนจากสายตาที่ดูอบอุ่นเป็นสายตานิ่งลึกขึ้น สายตาของเขาเหมือนเหยี่ยวที่กำลังจ้องเหยื่อรอจังหวะเผลอแล้วบินไปฉกกิน มันไม่ถึงกับน่ากลัวแต่เขากำลังทำให้เฌอเอมไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลย เหมือนเธอกำลังถูกเขาดูดเข้าไปในดวงตาคู่นั้น
“ข้อเสนอของผมคือ หัวใจ”
“หัวใจ? เหรอคะ”
“เอมต้องทำให้ผมตกหลุมรักคุณให้ได้ ถ้าคุณทำได้ผมจะคืนทุกอย่างให้”
“ทำให้คุณกรณ์ รัก เอม!!” เธอหูฝาดไปใช่หรือเปล่า
“ครับ แต่มีข้อแม้ว่า เอมจะต้องไม่ตกหลุมรักผม และถ้าเอมทำได้ สิ่งที่เคยเป็นของเอมผมจะคืนให้ คืนให้ทุกอย่างพร้อมกับ...หัวใจของผม” เพราะถ้าเขาได้รักไปแล้ว เขาพร้อมให้ทุกอย่างทั้งตัวและหัวใจโดยไม่ได้หวังว่าจะได้รับหัวใจของเธอตอบ แต่ถ้าเธอตกหลุมรักเขากลับ ทุกอย่างก็ยุติลง
บ้านจะยังเป็นของเขาเหมือนเดิม เป็นข้อเสนอที่พิลึกดีใช่ไหม แต่มันคุ้มมากนะเมื่อต้องแลกกับการที่เธอจะได้บ้านคืนไป ราคาเป็นสิบล้านเขาก็ต้องใช้ข้อเสนอที่มันสมน้ำสมเนื้อหน่อย
สมน้ำสมเนื้อที่ขึ้นอยู่กับความพอใจของเขาเอง
ถ้าถามว่าทำไมเขาต้องคิดข้อเสนอแบบนี้ ก็ขอตอบตามตรงเลยว่า ไม่รู้ เขาเองก็หาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเสียงในใจมันสั่งให้ทำ คิดแล้วก็บ้าดีนะ
“แต่มันจะไม่เป็นการเล่นกับความรู้สึกไปเหรอคะ เรื่องความรักเราจะไปบังคับหัวใจได้ยังไง” เฌอเอมยังไม่เคยมีแฟนที่คบแบบเป็นแฟนจริงๆจังๆ แต่เธอเคยมีศึกษาดูใจกับผู้ชายอยู่บ้างในสมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย
และอาจเป็นเพราะว่าเธอให้ความสนใจกับเรื่องเรียนมากกว่าก็เลยทำให้เธอเลือกที่จะไม่พัฒนาความสัมพันธ์จากคนคุยไปเป็นแฟน แต่ถึงจะไม่เคยมีคนรักก็ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องความรู้สึกรักอะไรแบบนั้น
เธอรู้ว่าอะไรคือความรักและรู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันไม่ได้จะเกิดขึ้นกับใครง่ายๆ สำหรับเฌอเอมแล้วเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา และที่สำคัญที่สุดเธอไม่เคยไปพยายามทำตัวให้ใครเข้ามารักเธอ ที่ผ่านมาก็มีแต่ขอเข้ามาทำความรู้จักกับเธอ มาแบบเป็นเพื่อนก่อนแล้วค่อยๆคุยกันไป แต่กับศิวกรณ์เราพึ่งเจอกันจะให้มองเขาเป็นเพื่อนเธอยังไม่กล้าเลยแล้วจะไปทำอีท่าไหนให้เขามาตกหลุมรักได้ละเนี่ย...
