บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 เพราะไม่รู้จักเลยอยากรู้จัก

“ทำไมมีแค่ของผมครับ? แล้วเอมไปไหน” ศิวกรณ์หันไปถามป้าเนียนที่ยืนรออยู่คนเดียวที่มุมข้างโต๊ะรับประทานอาหาร เห็นแค่ป้าเนียนคนเดียวชายหนุ่มก็มีคำถามในใจแล้วแต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องถามออกไปนั่นคือ ศิวกรณ์ไม่เจอคนที่เขาคาดว่าจะได้พบที่โต๊ะอาหารนี้

“คุณหนูเอมนั่งทานข้าวอยู่ที่ห้องครัวค่ะ” ป้าเนียนตอบเจ้าของบ้านคนใหม่ด้วยท่าทางเกร็งๆ เพราะป้าเนียนยังไม่เคยได้พูดกับศิวกรณ์เลยสักครั้งตั้งแต่เจ้าของบ้านหนุ่มหล่อปรากฏตัวเมื่อเช้า

“นั่งทานข้าวในห้องครัว?” ศิวกรณ์ทวนคำพูดของคุณแม่บ้านและเขาเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว เธอไปนั่งทานข้าวในห้องครัวเพราะคิดว่าเขาคงไม่ต้องการให้เธอร่วมโต๊ะด้วย ‘ตัวแค่นี้ทำไมคิดเยอะจริง!’ สงสัยเขาต้องจับเฌอเอมมานั่งคุยกันจริงๆจังๆให้เร็วที่สุดแล้วล่ะ

“ป้าเนียนจัดจานข้าวให้เอมด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะไปตามเอมมานั่งกินข้าวด้วยกัน”

“ค่ะ” ป้าเนียนรีบตอบรับคำสั่งของชายหนุ่มพลางมองตามแผ่นหลังของเขาออกไป

‘ก็ไม่ได้ดูแย่เท่าที่คิดไว้ อย่างน้อยก็มีน้ำใจกับคุณหนูเอมของป้าอยู่’

ตอนเห็นหน้าครั้งแรกป้าเนียนมองไม่ออกว่าศิวกรณ์จะเป็นคนแบบไหน เขาดูอัธยาศัยดียิ้มแย้ม พูดเพราะแต่ก็ไม่ได้ดูเข้าถึงง่าย เขาดูจะพูดจาดีๆกับคุณหนูเอมแต่คำพูดในบางครั้งของชายหนุ่มก็ทำร้ายจิตใจคุณหนูของเธอเหมือนกัน

ความรู้สึกแรกของป้าเนียนที่มีต่อศิวกรณ์คือ ไม่ชอบ ที่ไม่ชอบเพราะเธอไม่อยากยอมรับว่าบ้านและสมบัติที่ควรจะเป็นของคุณหนูเอมต้องกลายไปเป็นของคนอื่น ป้าเนียนสงสารคุณหนูของเธอมาก เฌอเอมเหลือตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว บ้านที่เป็นสมบัติเดียวที่มีก็กลายไปเป็นของคนอื่นเสียอีก แต่ต่อให้ไม่พอใจมากเพียงไรเธอก็ต้องยอมรับว่า เขาคือเจ้าของบ้านคนใหม่ตามกฎหมายที่เจ้านายเก่าของเธอเลือกไว้ก่อนจากโลกนี้ไป

“คุณหนูทานก่อนเลยครับ เดี๋ยวลุงรอกินพร้อมเนียนทีหลังครับ” เฌอเอมยิ้มหวานขอบคุณลุงสักที่ดูแลจัดแจงตักข้าวตักน้ำให้เธอ วันนี้เธอต้องขอมานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวในห้องครัวของบ้านหลังใหญ่ด้วยเพราะโต๊ะรับประทานอาหารที่เธอใช้นั่งกินข้าวอยู่ทุกวันตอนนี้มีเจ้าของใหม่แล้ว

“ขอบคุณค่ะลุงสัก แต่เอมอยากรอกินพร้อมลุงสักกับป้าเนียนนี่คะ...แล้วคุณเมตล่ะคะ” เอ่ยถามเมื่อไม่เห็นผู้ชายอีกคนที่ตอนนี้ก็ได้กลายเป็นสมาชิกในบ้านหลังนี้เหมือนกัน

“คุณเมตเดินตรวจความเรียบร้อยรอบๆอยู่ครับคุณหนู เขาเดินเข้ามาบอกลุงว่า ให้กินข้าวกันก่อนได้เลยเดี๋ยวเขาดูแลข้างนอกเรียบร้อยแล้วจะเขามากินทีหลังครับ”

“คุณหนูทานก่อนเถอะครับ ถ้ารอให้เนียนมากินพร้อมกันน่าจะอีกสัก...” เสียงของลุงสักเงียบไปเมื่อสายตาของเขาเลื่อนไปเห็นผู้มาใหม่เดินเข้ามาในห้องครัว ท่าทางที่หยุดชะงักของลุงสักทำให้เฌอเอมต้องหันไปมองตามทางทีสายตาของลุงสักมองอยู่

“คุณกรณ์” เป็นเขาเองสินะที่เดินเข้ามาขัดจังหวะการพูดของลุงสักแล้วเขาเดินมาที่นี่ทำไม มีธุระอะไรในห้องครัวงั้นเหรอ?

“ผมมาตามเอม” เขาเดินตรงมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเก้าอี้ที่เฌอเอมนั่งอยู่ แต่เธอแค่มองสบตาเขาเพียงเสี้ยวนาทีแล้วหันมามองอาหารบนโต๊ะแทน

‘แบบนี้เรียกมาเมินได้หรือเปล่า?’ ศิวกรณ์ไม่อยากจะคิดแบบนี้เลยแต่ตอนนี้ก็หาคำอื่นมาแทนไม่ได้จริงๆ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาคิดว่าเธออวดดีได้ไง

“ทำไมเอมไม่ไปนั่งกินข้าวกับผมครับ” น้ำเสียงเขามีความไม่พอใจผสมอยู่นิดๆแต่ก็ไม่ถึงขั้นหงุดหงิด

“เอมไม่กล้านั่งกับเจ้าของบ้านหรอกค่ะ อีกอย่างเอมทำตัวไม่ถูกด้วยถ้าต้องไปนั่งกินข้าวกับคนที่ ไม่รู้จัก” แล้วเขาก็ไม่ได้ชวนเธอด้วย จะให้จู่ๆเดินไปนั่งทำตัวเหมือนทุกวันได้ไง

“เพราะว่าเรายังไม่รู้จักกันไงครับ ผมถึงลงมาตามเอมไปกินข้าวด้วยกัน หรือว่าเอมไม่อยากรู้จักผมให้มากขึ้นกว่านี้ นี่ผมเป็นเจ้าของบ้านที่คุณอาศัยอยู่นะ จะไม่คิดอยากทำความรู้จักกันหน่อยเหรอ” ศิวกรณ์ไม่ได้อยากย้ำแต่เธอก็ดื้อเกินไป ทั้งที่เธอมีเรื่องมากมายอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมบิดาของเธอถึงได้มายืมเงินของเขา หรือเพราะอะไรเขาถึงย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้

“คุณหนู ไปทานข้าวกับคุณกรณ์เถอะครับ คุณเขาพึ่งมาอยู่บ้านนี้วันแรก มีอะไรอีกหลายๆอย่างที่คุณเขายังไม่ทราบ ยังไม่คุ้น คุณหนูไปทานข้าวเป็นเพื่อนคุณกรณ์จะได้คุยกันและทำความรู้จักกันมากขึ้นนะครับ” ลุงสักเข้าใจความรู้สึกของคุณหนูของเขาเป็นอย่างดี เฌอเอมยังอยู่ในช่วงที่หัวใจเธอบอบช้ำ เธอเสียใจเรื่องที่ต้องสูญเสียบิดาไปและยังไม่ทันได้ทำใจได้ก็ต้องมาตั้งหลักรับกับสถานการณ์ใหม่ที่ได้เจอวันนี้ แต่ใครมันจะไปเข้มแข็งได้ในเมื่ออยู่ดีๆก็ต้องเสียบ้านและสมบัติที่มีให้กับเจ้าหนี้ของบิดาตัวเอง

ถ้าเธอรู้เรื่องที่บิดาเป็นหนี้ศิวกรณ์มาก่อนบ้างเฌอเอมก็อาจจะพอทำใจและเข้าใจที่เรื่องมันต้องกลายมาเป็นแบบนี้ แต่เพราะเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันเลยทำให้เธอช็อกและยังไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเริ่มทำอะไรต้องอยู่ตรงไหนจะหันไปปรึกษาใครก็ไม่ได้ ลุงสักกับป้าเนียนก็เป็นเพียงคนรับใช้ในบ้านสิ่งที่ทั้งสองจะทำให้คุณหนูอันเป็นที่รักได้ก็มีเพียงกำลังใจของคนแก่สองคนที่ส่งให้คุณหนูเท่านั้น

“ขอบคุณครับลุงสัก” ศิวกรณ์รู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่ลุงสักเข้าใจและช่วยพูดให้

“ก็ได้ค่ะ เอมจะฟังลุงสัก” หญิงสาวยอมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ทันทีที่หันมาหาเขาสิ่งที่เฌอเอมเห็นเป็นอย่างแรกคือรอยยิ้มที่จะใช้คำว่า ทรงเสน่ห์ ก็ได้ เขาเป็นผู้ชายที่ยิ้มสวยมาก คนอะไรจะเครื่องหน้าฟ้าประทานจนน่าหมั่นไส้ได้ขนาดนี้ เธออยากชื่นชมเขามากกว่านี้นะแต่ติดตรงที่ตอนนี้เฌอเอมไม่ค่อยชอบหน้าศิวกรณ์สักเท่าไหร่ พอไม่ชอบไม่ว่าเขาจะยิ้มสวยพูดจาหวานๆมันก็ดูไม่ดีทั้งนั้น

“เชิญครับ” ศิวกรณ์ยังคงส่งยิ้มหวานละลายใจมาให้เธอพร้อมกับผายมือออกเป็นทำนองเชิญให้เฌอเอมเดินนำเขาออกไปก่อน แต่...

“ค คุณกรณ์!” เฌอเอมเกือบจะกรี๊ดออกมาอยู่แล้วเมื่อข้อมือของเธอถูกมือหนาของเขาจับไว้

“ผมกลัวเอมหลง” เขาพูดแค่นั้นแล้วตีมึนจับข้อมือเล็กพาเดินออกจากห้องครัวไป

‘หลงเหรอ? คนบ้า!’ บ้านนี้เธออยู่มาตั้งแต่เกิดจะไปหลงได้ยังไงกันเล่า คนที่ควรจะหลงน่าจะเป็นเขามากกว่านะ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel