บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 คนแปลกหน้า

เฌอเอมยืนมองบานประตูห้องนอนที่อดีตเคยเป็นห้องนอนของบิดาและมารดาของเธอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ห้องนี้ได้กลายเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้านคนใหม่ คนที่เธอไม่ได้รู้สึกยินดีให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เลยสักนิด

“เอมคิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่นะคะ” หลุบเปลือกตาลงขณะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ภาพใบหน้าของบิดาและมารดาขณะที่ส่งยิ้มมาให้เธอ ภาพของท่านทั้งสองเป็นเหมือนกำลังใจที่ทำเฌอเอมมีแรงในการใช้ชีวิตต่อไป

‘ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นและผ่านเข้ามา เอมเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องมีเหตุและผล ไม่ก็เป็นเรื่องของโชคชะตาที่เอมจะต้องเจอ...เอมจะผ่านมันไปให้ได้ค่ะ’

ในเมื่อคนที่จะเป็นกำลังใจให้เธอไม่อยู่แล้ว เธอก็ต้องสร้างกำลังใจให้ตัวเอง

“สู้ๆเฌอเอม” บีบมือให้กำลังใจตัวเองพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเลื่อนมือไปที่บานประตูเพื่อทำการเคาะขออนุญาตเจ้าของห้อง

สาเหตุที่เฌอเอมมายืนอยู่ตรงหน้าห้องนอนของศิวกรณ์ก็เพราะเธอจะมาถามเขาว่า มีอะไรที่เขาทานแล้วแพ้หรือเปล่า หรือมีอะไรที่เขาไม่ชอบทานไหม เธอจะได้ให้ป้าเนียนเตรียมอาหารให้เขาได้ถูก ไม่ได้อยากเอาใจก็แค่ไม่อยากให้มีปัญหา เฌอเอมไม่อยากให้เขามาว่าได้ ว่าป้าเนียนของเธอทำอาหารไม่อร่อยหรือไม่รู้จักเช็กก่อนว่าเจ้าของบ้านคนใหม่ชอบอะไร

ตอนนี้เฌอเอมเหลือแค่ป้าเนียนกับลุงสักเท่านั้น ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้เป็นญาติกับเธอแต่เฌอเอมก็เห็นทั้งสองคนมาตั้งแต่เธอเกิด ต่อให้ไม่ใช่ญาติตามสายเลือดแต่เธอก็รักทั้งสองคนเหมือนเป็นลุงกับป้าแท้ๆของเธอเอง

ทว่า! มือเล็กยังไม่ทันจะแตะถึง ประตูบานนั้นก็ถูกเปิดออกมาซะก่อนพร้อมกับเจ้าของห้องที่เมื่อเขาเห็นหญิงสาวยืนทำท่าจะเคาะประตูค้างไว้ คิ้วหนาขมวดเข้าเล็กน้อยแล้วคลายออกเปลี่ยนเป็นริมฝีปากระบายยิ้มบางๆให้เธอแทน

“เข้ามาก่อนสิ” ศิวกรณ์เอ่ยเชิญพร้อมเปิดประตูออกกว้างขึ้นเพื่อให้เฌอเอมเข้าไปข้างใน แต่หญิงกลับยืนนิ่ง เฌอเอมมองหน้าเขาเหมือนเธอมีเรื่องสงสัยในตัวเขาอยู่ตลอดเวลาและที่สำคัญ เธอไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะคนอย่างเขา

“เข้ามาเถอะครับ ผมไม่จับเอมปล้ำหรอก ตัวคุณผอมเกินไป จับไม่เต็มไม้เต็มมือ” ศิวกรณ์พูดแกมหยอก เขาไม่ได้อยากให้เธอขำ เขาแค่อยากบอกให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้มีความคิดอะไรไปในทางนั้น เธอยังไม่ไว้ใจเขาอันนี้ศิวกรณ์มองออกชัดเจนและเขาก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เธอไม่ควรไว้ใจคนที่พึ่งได้เจอกันครั้งแรก แถมเป็นคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนอีก และที่หนักสุดคือคนแปลกหน้าคนนี้มาเอาทุกอย่างที่ควรเป็นของเธอไป

“เอมไม่ไว้ใจคุณค่ะ” ยอมรับว่าเธอไม่ไว้ใจเขาขั้นสุด ส่วนเรื่องที่เขาจะจับเธอปล้ำนั้น อันนี้เฌอเอมก็แอบกลัวอยู่เล็กน้อย เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองมีอะไรที่น่าดึงดูดหรือดูเชื้อเชิญเขาขนาดนั้น แต่ถึงอย่างไรศิวกรณ์ก็คือผู้ชาย คิดอย่างปลอดภัยไว้ก่อนก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

“ผมรู้ครับ ผมถึงได้ชวนเอมเข้าไปนั่งคุยกันก่อน”

“เราไปคุยกันตอนทานมื้อเย็นทีเดียว...” เฌอเอมชะงักคำพูดเอาไว้เมื่อเธอพึ่งนึกขึ้นได้ว่า เขาจะใจดีขนาดให้เธอนั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับเขาเลยเหรอ เธอลืมไปเสียสนิท ตอนนี้เธอเป็นเพียงคนอาศัยในบ้านหลังนี้เท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของอีกต่อไปแล้ว

“เอม คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ศิวกรณ์เห็นหญิงสาวจู่ๆก็เงียบไปเหมือนว่าเธอต้องการจะพูดอะไรสักอย่างแต่ยังพูดไม่จบประโยคแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เฌอเอมเงียบไปแบบนั้นแต่ท่าทางที่เขากำลังเห็นอยู่ตอนนี้คล้ายว่าเธอไม่มั่นใจ ริมฝีปากบางเม้นเข้าหากันพร้อมกับใบหน้าหวานที่ก้มหน้าหลบสายตาของเขา

‘ทำตัวเหมือนจะเข้มแข็งทั้งที่ข้างในเปราะบาง’

ศิวกรณ์คิดในใจ ตั้งแต่ได้พบเฌอเอม เขาขอยอมรับว่าเธอสวยและอ่อนหวานสะดุดตาเขามาก เธอดูใสซื่อแต่ก็ไม่ได้ดูไร้เดียงสาขนาดนั้น เธอมีความหยิ่งทะนงตัวนิดๆ มีความอวดดีและดูท้าทายหน่อยๆ สรุปสั้นๆคือ เฌอเอมเป็นผู้หญิงที่ทำให้เขามองไปทางอื่นน้อยมาก... ‘ก็แค่น่าสนใจ’

“มื้อเย็นวันนี้ป้าเนียนเตรียมเมนูอะไรไว้ให้เราเหรอครับ” พอเห็นว่าเธอไม่ยอมพูดอะไรต่อศิวกรณ์เลยเลือกที่จะเป็นคนชวนหญิงสาวคุยแทน

‘เรา? เขาพูดว่าเรา’ แอบสะดุดหูแต่เฌอเอมเลือกที่จะปล่อยเรื่องคำว่า เรา ไปก่อนและเงยหน้าขึ้นตอบสิ่งที่เขาถาม

“ป้าเนียนยังไม่กล้าเตรียมค่ะ เพราะไม่รู้ว่าคุณกรณ์ชอบหรือไม่ชอบอะไร เอมก็เลยอาสามาถามคุณกรณ์ก่อน” อันนี้คือจุดประสงค์ที่เธอมายืนอยู่หน้าห้องนอนของเขา

“ผมกินได้ทุกอย่างครับ”

“แล้วมีแพ้อะไรไหมคะ” เขาตอบแล้วว่าทานได้ทุกอย่างแต่เพื่อความมั่นใจเฌอเอมอยากขอถามเพิ่มอีกสักหน่อย เผื่อเขามีอะไรที่แพ้แต่ลืมว่าตัวเองแพ้

“ไม่มีครับ ผมกินได้ทุกอย่างและก็กินง่ายมาก เรื่องอาหารเอมกับป้าเนียนไม่ต้องกังวลนะครับ”

“ค่ะ...แล้วคนของคุณกรณ์ละคะ เขากินได้ทุกอย่างเหมือนกันไหม” เฌอเอมไม่ลืมถามเผื่อผู้ติดตามของศิวกรณ์ด้วย

“เมตก็กินได้ทุกอย่างเหมือนกันครับ แต่รายนั้นจะกินจุหน่อย ถ้าไม่รบกวนเกินไปผมฝากเอมบอกป้าเนียนเตรียมข้าวเผื่อไว้ให้เมตเยอะหน่อยนะครับ”

เมต ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่มองแล้วเหมือนบอดี้การ์ดก้ามปู เขาคือผู้ติดตามและเป็นคนที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้ศิวกรณ์

สาเหตุที่ทั้งสองคนได้รู้จักกันเพราะครอบครัวของเมตคือผู้ติดตามดูแลมารดาและบิดาของศิวกรณ์เช่นกัน ด้วยความที่ทั้งสองมีอายุเท่ากันและเห็นกันมาตั้งแต่เล็กทำให้สนิทกันมากเพราะว่ารู้ใจกันทุกอย่างศิวกรณ์จึงให้เมตมาทำหน้าที่เป็นผู้ติดตามเขาในวันที่ศิวกรณ์ต้องขึ้นรับตำแหน่งผู้บริหารดูแลงานแทนบิดา

“ค่ะ เอมจะบอกป้าเนียนให้ แล้วจะให้จัดโต๊ะเผื่อคุณเมตด้วยไหมคะ”

“ไม่ต้องครับ เมตเขาไม่ชอบนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนผมสักเท่าไหร่ เรื่องนี้คงต้องรบกวนป้าเนียนกับลุงสักชวนเมตไปรวมวงทานข้าวด้วยครับ”

“ค่ะ อาหารจะพร้อมทานตอนหกโมงเย็นนะคะ” เฌอเอมบอกเวลาทานมื้อเย็นให้เขาทราบแล้วเดินออกจากตรงนั้นไป ธุระของเธอหมดแล้วส่วนเรื่องอื่นๆเธอจะหาจังหวะคุยกับศิวกรณ์ทีหลัง แต่ที่แน่ๆวันนี้และค่ำคืนนี้น่าจะอีกยาวไกลเพราะเธอยังไม่รู้เลยว่าจะยังสามารถนอนห้องนอนของตัวเองได้เหมือนเดิมไหมหรือจะต้องขนของลงไปขออยู่บ้านหลังเล็กที่บิดาสร้างไว้ให้เป็นบ้านของป้าเนียนและลุงสักดี หรือจะไปจัดมุมเล็กๆเอาไว้นอนที่โรงเรียนสอนศิลปะของเธอ

“เปลี่ยนห้องทำงานที่โรงเรียนเป็นห้องนอนก็ได้นี่”

โรงเรียนสอนศิลปะCherArt เฌอเอมสร้างเป็นบ้านหลังขนาดไม่ใหญ่มากเพราะเธออยากเปิดสอนเด็กๆครั้งละไม่เกินห้าถึงหกคน เพื่อจะได้ดูแลได้อย่างทั่วถึง และโรงเรียนนี้สร้างขึ้นในบริเวณรั้วบ้านหลังนี้เหมือนกัน ที่ดินผืนนี้กว้างมากปล่อยส่วนที่ไม่ใช้ทิ้งไว้ก็มีแต่หญ้าขึ้นรกไปหมด เฌอเอมก็เลยเกิดความคิดขออนุญาตบิดาแบ่งส่วนหนึ่งมาสร้างเป็นโรงเรียนสอนศิลปะ เพื่อนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเธอจะได้อยู่ใกล้บ้านอยู่ใกล้มารดาและบิดาด้วย...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel