3
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง รถของพ่อก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบ้าน ต้นกล้าเครียดหนักขึ้น ไม่กล้าสู้หน้าผู้เป็นพ่อ ทำได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาด้วยความรู้สึกผิด
“มีอะไรกัน”
“เกิดเรื่องแล้วล่ะพ่อ”
พัฒน์วางกระเป๋านักเรียนของลูกชาย
คนเล็กลงบนโต๊ะ โดยที่เด็กชายตัวน้อยเดินเข้ามากอดพี่ชายอย่างที่เคยทำทุกวันแล้วปีนขึ้นไปนั่งบนหน้าตักของพี่
ต้นกล้ากับน้องชายอายุห่างกันเกือบสิบสี่ปี เดิมที่พ่อกับแม่คิดจะมีแค่เขาเพียงคนเดียว แต่ไป ๆมา ๆก็ดันมีลูกอีกคนตอนที่อายุเหยียบเข้าเลขสี่กันทั้งคู่
“ต้นทำลิลท้อง” ไพลินเป็นฝ่ายพูด เห็น
สีหน้าของสามีเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมก็รู้เลยว่ากำลังไม่พอใจกับสิ่งที่ลูกชายทำ
“ไอ้ต้น ไอ้ฉิบหาย!” ตวาดเสียงด้วยความโมโห ส่งเสียให้เรียนกลับไปสร้างเรื่อง แถมยังเป็นเรื่องใหญ่ด้วย “กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่ามึงมีหน้าที่เรียนอย่างเดียว!”
“พ่อ ใจเย็น ๆก่อน เดี๋ยวตามตกใจ”
กระตุกมือสามีเพื่อเตือนสติ ลูกชายคนเล็กก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย เด็กไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวจะพาลตกอกตกใจไปใหญ่
“เอาตามออกไปก่อน” หันหน้ามาสั่งเมียเสียงเครียดแล้ววกสายตากลับมาหาลูกชายคนโต โกรธจนลมออกหู ผิดหวังเสียใจที่ทำเรื่องให้พ่อกับแม่ปวดหัวอย่างหนัก
“พ่อสัญญากับแม่ก่อนว่าจะใจเย็น คุยกับต้นดี ๆ”
“เออ รีบพาตามออกไปเถอะ” โบกมือไล่เมียอย่างหัวเสีย นาทีนี้จะให้ทำไม่โกรธก็เป็นไปได้ยาก
“พ่อ ต้นขอโทษ” อยู่กับพ่อตามลำพัง
ต้นกล้าก็เอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“มึงรู้ไหมว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าพ่อแม่เขาไม่ยอม จะเอาเรื่องมึง มึงจะทำยังไง กูไม่เคยห้ามเลยนะถ้ามึงจะมีแฟน แต่มึงต้องรู้จักป้องกัน มึงอายุเท่าไหร่แล้ว ถุงยางมึงก็รู้จักแล้วทำไมมึงถึงไม่ใช้!”
เท้าเอวจ้องหน้าลูกด้วยความรู้สึกโกรธสุดตัว ไม่คิดเลยว่าลูกจะพลาดสร้างปัญหาใหญ่มาให้พ่อกับแม่ เรื่องใหญ่แบบนี้ถ้าพ่อแม่
ฝ่ายหญิงเกิดไม่ยอม แจ้งความดำเนินคดีขึ้นมา คนที่จะเสียใจที่สุดก็ไม่พ้นเป็นลูกชายเอง
“กูกับแม่มึงทำงานแทบไม่ได้พัก ต้องออกไปตากแดดตากฝนขายของงก ๆอยู่ที่ตลาดเพื่อจะหาเงินมาส่งมึงกับน้องมึงได้เรียนสูง ๆแล้วดูสิ่งที่มึงทำ มึงเอาความเดือดร้อนมาให้กู!”
“ต้นขอโทษ”
“มึงรู้ไหมว่าค่าใช้จ่ายบ้านเราเยอะขนาดไหน ลำพังค่าเทอมของมึงกับน้องก็หลายหมื่นบาทแล้ว เป็นพ่อแม่คนมันไม่ได้สบายเหมือนที่มึงคิดนะ” หยิบบิลแจ้งหนี้ค่าใช้จ่ายในบ้านโยนใส่หน้าลูกชายคนโต ยุคเศรษฐกิจแบบนี้ แค่ลำพังหาเงินให้พอใช้แต่ละเดือนก็ยากแล้วเพราะอย่างนี้ถึงได้เลือกที่จะทุ่มให้ลูกชายทั้งสองได้เรียนในโรงเรียนที่ดี ยอมจ่ายค่าเทอมสูงขึ้นเพื่ออยากให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนที่ครบครันที่สุด
น้ำตาของต้นกล้าไหลซึม ตัวสั่นเทา รู้อยู่เต็มอกว่าผิดและไม่โกรธที่ถูกพ่อด่า ที่พ่อทำที่พ่อว่ายังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ลำบากกายมากขนาดไหนที่ต้องออกไปขายของที่ตลาดนัดแทบทุกวัน วันไหนขายดีก็กลับบ้านมาทั้งรอยยิ้ม วันไหนขายไม่ดีก็หน้าซึมและมานั่งนับเศษเหรียญอยู่บ่อยครั้ง
"พ่อ ต้นขอโทษ” ลุกออกมานั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าแล้วก้มกราบแทบเท้าของพ่อ ร้องไห้จนตัวโยน ส่งเสียงสะอื้นร่ำไห้
พัฒน์แหงนหน้าขึ้น ทั้งโกรธและผิดหวังกับสิ่งที่ลูกทำ ความหวังที่อยากให้ลูกสอบเข้ามหา ฯลัยชื่อดังและเรียนจบมามีการงานทำที่มั่นคง สามารถส่งเสียน้องชาย ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อกับแม่ได้พังทลายอย่างไม่เป็นท่า
