บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 เปิดร้าน

“คิ้กๆ”นอกจากลูกจะไม่พูดแล้วยังหัวเราะใส่อีก แคนดี้พึ่ง 5 เดือนกว่าแต่กลับพูดได้แล้วเอริคมั่นใจว่าเขาไม่ได้หูฝาด ปกติเด็กจะพูดได้ตอนอายุ 12 เดือนหรือว่า...เพราะนมผงในมิติ!!

“แคนดี้ไหนลองพูดคำว่าพ่ออีกรอบสิลูก”แต่จนแล้วจนรอดเอริคก็อยากให้ลูกเรียกอีกรอบอยู่ดี

“บู้!”ดูสิหันหน้าหนีไปแล้ว

จุดประสงค์หลักของแคนดี้คือเรียกให้พ่อหันมาสนใจเธอ เมื่อพ่อมาแล้วจึงไม่พูดอีกเอาแต่หัวเราะแทน ก็พ่อเอาแต่ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ไม่ยอมมาเล่นกับกับเธอเลย

เอริคก็เหมือนรู้ความคิดลูกอยู่กลายๆวันนั้นเลยเลิกจัดร้านแล้วมาเล่นด้วยทั้งวันแทน แคนดี้ถึงจะยอมเรียกว่าพ่ออีกรอบถึงมันจะเพี้ยนเป็นคำว่า ‘ป้อ’ก็ตาม แต่ถึงพัฒนาการของสมองจะไปไกลแล้วเพราะนมจากมิติแต่ร่างกายก็โตตามไม่ทันลิ้นเลยยังออกเสียงได้ไม่ดี

แต่มีแววว่าอนาคตเมื่อโตขึ้นแคนดี้ต้องเป็นคนเจ้าเล่ห์แน่ๆไม่รู้ว่าเอานิสัยนี่มาจากไหนแต่ก็หลอกล่อให้เขาเล่นด้วยทั้งวันได้ เอริคเป็นคนหัวอ่อนและหลอกง่ายอีกทั้งยังไม่ค่อยรอบคอบ ดูจากที่โอนเงินให้คุณมาร์ตินไปก่อนทั้งๆที่ยังไม่ทำสัญญา โชคดีที่เจอคนดี เอาเถอะลูกเหมือนแม่ก็ดีแล้วอย่าเหมือนเขาเลย ชาติที่แล้วไม่รู้ว่าตายเพราะอยากรู้อยากเห็นหรือประมาท เอ๋ หรือจะไม่ใช่ทั้งสองอย่าง หรือเขาจะตายเพราะอั้นฉี่ไม่ไหว จนตายเป็นศพแล้วยังไม่ได้เข้าห้องน้ำเลย

ก็แค้นอยู่หรอก...แต่ทำอะไรไม่ได้ อาศัยตัวเขาตอนนี้มีหวังไปตายรอบสองมากกว่า ตอนนี้ตำรวจจะจับคนร้ายได้รึยังนะ

ย้อนกลับไปตอนจิวซื่อหาเอริคที่หอพักไม่เจอ เอริน่ากำลังมองลูกน้องที่เธอเคยภาคภูมิใจว่าทำได้ทุกอย่างอย่างโมโห คนๆเดียวๆทำไมหาไม่เจอ ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเธอไม่เจอร่องรอยเอริคแต่พอจ้องจะจับเขาก็หายตัวไปแบบนี้ทุกที ไม่รู้คนหรือผี

แต่จะโทษจิวซื่ออย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะลูกน้องเธอคนไหนก็จับเขาไม่ได้ซักคน เอริคคนนั้นเป็นคนธรรมดาจริงเหรอหรือแค่หนีเอาตัวรอดเก่งกันแน่

เอริน่าไม่รู้เลยว่าจริงๆมันเป็นอย่างหลัง เอริคคนก่อนมีเรื่องกับอันพาลบ่อยอีกทั้งยังโดนแกล้งจากเพื่อนๆหลายคน เขาจึงมีทักษะหนีเอาตัวรอดระดับ max หนีเก่งยิ่งกว่าโจร!! ถ้าเขาไม่ได้ทำอาชีพแบกหามเขาจะเป็นโจรที่หนีเก่งที่สุด!!

“ยังไงก็ต้องหาให้เจอ เขาเอาลูกของฉันไปลำบาก เขาแทบไม่มีเงินเลยด้วยซ้ำ ลูกฉันจะได้กินนมครบทุกมื้อรึเปล่าก็ไม่รู้”

“คุณหนูครับ จากที่เราตามหาเขามา 5 เดือนกว่า เอริคจะย้ายที่อยู่และที่ทำงานทุกๆ 2-3เดือน ครั้งแรกเขาทำงานอยู่ตรอก sea food ย่านอาหารทะเลชื่อดังทำงานอยู่ 2 เดือนเราก็ตามไปเจอและเขาก็หนีไปได้ต่อมาเขาก็ทำงานที่โรงงานข้าวในย่าน rice road ลูกน้องเราพบเขาโดยบังเอิญระหว่างไปหาของกินและเขาก็ไหวตัวทันแต่หนีไปอีกจนได้”

“เรื่องนี้ฉันก็รู้อยู่แล้วนิ มันทำไมเหรอ”

“คุณหนูลองสังเกตดูสิครับ ทั้งตรอก sea food และย่าน rice road ก็อยู่ติดกันทั้ง 2 ที่นั่งรถ 2 ชม.ก็ไปถึงอีกที่แล้ว เมืองที่อยู่ใกล้ที่ผมคิดว่าเขาจะไปก็มีอีกไม่กี่ที่เท่านั้น”จิวซื่อกลางแผนที่ประเทศ A ออกมาแล้ววงสถานที่ทั้ง 3 เอาไว้

“หรือว่าสถานที่พวกนี้คือที่ๆเอริคน่าจะไปเป็นที่ต่อไป!”

“ใช่ครับคุณหนู จากที่ผ่านมาเขาเลือกทำงานที่ๆใกล้เคียงกันทั้ง 2 รอบแม้ไม่สามารถอ้างอิงได้ว่าจะจริง แต่ก็มีความเป็นไปได้ สถานที่ใกล้ๆตรอก sea food และ ย่าน rice road ก็คือวิสกี้ town และ เมือง wood con ครับ”

“แล้วสถานที่ที่สามละ”เอริน่ามองสถานที่ทั้ง 3 ที่วงในแผนที่ประเทศ A เธอดูแผนที่ประเทศเป็นที่ไหน...

“จริงๆแล้วที่ๆใกล้ๆอีกที่ก็คือเมืองหลวงที่เราอยู่นี่แหละครับ แต่ผมว่าเอริคคงไม่มาทำงานที่นี่หรอก ก็ในเมื่อคุณหนูอยู่ในเมืองนี้ถ้าเขามามันก็อันตรายใช่มั้ยละครับ แถมจากที่ดูๆ เขาทำแต่งานที่เกี่ยวกับอาหารทั้งนั้นเลย (งานแบกถุงข้าวสารมันก็เกี่ยวกับอาหารจริงๆนั่นแหละ)”

ประเทศ A เป็นประเทศที่ส่งออกอาหารสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก คนในประเทศเชี่ยวชาญเรื่องอาหารเป็นอย่างมากแต่จะมีก็แต่เมืองหลวงนี่แหละที่ไม่ค่อยมีร้านอาหารแต่ถึงอย่างนั้นคนก็เยอะอยู่ดี เพราะมันมีบริษัท มหาลัย และโรงเรียน ครบจบในที่เดียวเลย

“งั้นส่งคนไปตามดูวิสกี้ town และ เมือง wood con ด้วย ว่าแต่เมือง wood con มันเป็นเมืองที่เกี่ยวกับงานชั่งไม้นิ”

“มันอยู่ใกล้ๆกันส่งคนออกไปแฝงตัวในเมืองไว้ก่อนกันเหนียวครับ”

ระหว่างที่จิวซื่อกำลังคุยกับเอริน่า สมชายก็ยกกองเอกสารเข้ามาในห้อง เขาจึงได้ยินบทสนทนาช่วงหลังพอดี “คุณหนูครับ แต่ผมว่าที่ๆอันตรายที่สุดอาจจะเป็นที่ๆปลอดภัยที่สุดก็ได้ครับ”สมชายคิดว่าเอริคก็คงไม่ให้ยอมให้ตัวเองถูกเจอตัวง่ายๆเหมือนครั้งก่อนๆ คนๆนี้ดูเผิน ๆเหมือนคนธรรมดาไม่มีพิษภัยอะไรแต่ก็หนีเก่งใช่เล่น

“นายกำลังจะบอกว่าเอริคอาจจะเข้ามาทำงานในเมืองหลวงก็ได้สินะ”เอริน่าถาม

“เป็นไปได้ครับ”สมชายตอบ

“แต่เป็นไปได้ยาก ที่นี่มีแต่บริษัท มหาลัยและโรงเรียน เขาเข้ามาจะทำอะไรได้ อาจารย์มหาลัยเหรอก็ไม่ใช่ บริษัทก็มีแค่บริษัทเรา ครูในโรงเรียนนี่ไม่น่าใช่ใหญ่เลย ยกเว้นแต่ว่าเขาจะเป็นภารโรง...”จิวซื่อตอบพลางส่ายหน้าก่อนจะชะงักกึก

บรรยากาศในห้องก็เกิดเดดแอร์...

คนทั้ง 3 คนในห้องอยู่ดีๆก็คิดเหมือนกันว่า “เดี๋ยวนะ...ภารโรงเหรอ!!!”

“...ส่งคนไปหาเขาในเมืองหลวงด้วยก็ไม่เสียหาย”เอริน่าว่าพลางถอนหายใจ

ถ้าเอริคมาได้ยินคงส่ายหน้า ไม่ใช่ภารโรง เจ้าของร้านต่างหาก...แต่ถ้าไม่ได้เงินตั้งตัวมาเขาอาจจะไปภารโรงจริงๆก็ได้นะ

จิวซื่อและสมชายพยักหน้าเห็นด้วย ‘เอริคน่าจะทำงานอะไรก็ได้จริงๆนั่นแหละ เพราะงั้นไม่ว่าจะเมืองไหนเขาก็มีโอกาศอยู่ได้ทั้งนั้น!!’

ทางด้านเอริคก็กำลังง่วนอยู่กับการปลูกเมล็ดสตรอว์เบอร์รี่สวรรค์อยู่ในมิติ วิธีการไม่ได้ยากอย่างที่คิด เมล็ดสตรอว์เบอร์รี่ของโลกมนุษย์จะต้องแยกเนื้อสตรอว์เบอร์รี่กับเมล็ดออกจากกันก่อนเพื่อไม่ให้เมล็ดเน่าและอีกสารพัดวิธีแต่เมล็ดของสวรรค์ถึงติดเนื้อมาด้วยก็ปลูกได้ปกติ

แต่ดีหน่อยที่ในถุงที่พระเจ้าให้มามันแงะเมล็ดมาให้แล้ววิธีปลูกก็ง่ายกว่าแค่ฝังดินและรดน้ำมันจะโตใน 5 วัน เอริคจึงปลูกมันเป็นจำนวนมาก มากพอที่จะไม่ต้องมาปลูกบ่อยๆละนะ

เพราะผลไม้แต่ละชนิดต้องการสภาพอากาศที่แตกต่างกันแม้จะแตกต่างกันนิดเดียวแต่เอริคต้องการให้ผลไม้ของเขาสภาพดีที่สุด เขาจึงต้องแยกห้องปลูกพวกมันทั้ง 4 ชนิด

ซึ่งต่อมาก็องุ่นสวรรค์ เอริคก็ไม่รู้วิธีปลูกขององุ่นปกติหรอกนะแต่ถ้าเป็นของสวรรค์รู้สึกจะแค่ขุดหลุมให้ห่างกันประมาณ 10 เซ็นจากนั้นองุ่นจะเลื้อยราวไม้ที่เราวางไว้เอง แน่นอนว่าราวไม้นี่เอริคสั่งซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตเพราะสั่งเป็นจำนวนมากเขาจึงได้ส่วนลดมาด้วยนะ แค่กๆ พอๆเดี๋ยวคนอ่านหาว่าขี้เหนียว

เอริคปลูกองุ่นเยอะพอๆกับสตรอว์เบอร์รี่เขามั่นใจว่าถ้ามันใกล้จะหมดเขาก็แค่ปลูกใหม่พอมันโตผลผลิตชุดเก่าก็หมดพอดี เขาจะมีมันผลไม้ใช้ทำขนมไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าถึงแม้เอริคไม่ได้มาเก็บผลผลิตตราบใดที่พวกมันยังอยู่บนต้นมันก็จะยังสดใหม่ไม่มีวันเหี่ยวเฉาแน่นอน อ่ออันนี้รู้มาจากคู่มือในห้องสมุดอ่ะนะ

เอริคใช้เวลา 2 วันเต็มในการปลูกผลไม้ทั้ง 4 ชนิด วันที่ 2 เขาปลูกแอปเปิ้ลกับส้ม ถึงมันจะปลูกง่ายแต่ก็ต้องนั่งขุดหลุมฝังเมล็ดตั้งหลายหลุมเล่นเอาปวดหลังแทบลุกไม่ขึ้นไปหลายวันเลยแถมยังต้องเลี้ยงลูกอีก

“ป้อๆ แคนดี้อิ้วแล้ว”แคนดี้คลานด็อกแด็กมาหาเขาที่กำลังคิดสูตรน้ำอยู่ที่ครัว ตอนนี้ลูกสาวผมคลานได้แล้วเร็วกว่าเด็กปกติตั้ง 2 เท่า แถมตอนนี้พูดได้คล่องแล้วด้วย ถ้าใครเห็นเด็ก 5 เดือนพูดได้ต้องตกใจแน่ๆ แต่เอาเถอะแถว่าเป็นเด็ก 10 เดือนที่ตัวเล็กกว่าชาวบ้านก็ไม่มีใครสงสัย

“งั้นมาตักนี่เดี๋ยวพ่อป้อน”

เอริคเอากล้วยบดละเอียดให้ลูกกิน 1 ถ้วยพร้อมกับนม ยังดีที่ลูกสาวเขายังไม่โตพอจะตักกินเอง ไม่งั้นเขาคงรู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่พ่อได้ไม่เต็มที่แน่ๆ

กลับมาที่สูตรน้ำที่เอริคกำลังคิดอยู่เขาไม่มีปัญหาในเรื่องขนมแต่มีปัญหากับน้ำ จากที่บอกเขาทำน้ำไม่เป็นหรอกนะชงกาแฟก็ไม่เคยอร่อย แต่ของแบบนี้มันฝึกกันได้!...ละมั่ง!!

เอริคลองตักไอศกรีมรสนมในมิติมาปั่นกับนมสดในมิติดู ปรากฏว่าพอปั้นรวมกันมันอร่อยมาก นมปั่นในคาเฟ่ทั่วไปเอริคไม่รู้ว่าเขาปั่นกันยังไง แต่อันนี้ก็พอจะเรียกว่านมปั้นได้ละมั่งพอบีบวิปครีม(แน่นอนว่ามาจากมิติ)ก็เป็นอันเสร็จหนึ่งเมนู เอาเถอะของที่มาจากสวรรค์มันก็อร่อยทั้งนั้นแหละ ถึงตกอยู่ในมือคนฝีมือทุเรศแบบเขามันก็เป็นของคุณภาพดีขึ้นมาได้

เมนูน้ำเอริคฝึกจนสามารถมีเมนูพื้นฐานของร้านคาเฟ่ทั่วไปได้สำเร็จ อย่างน้อยก็มีเมนูบังคับอย่าง นม กาแฟ ชาเขียว ช็อคโกแลตนั่นแหละ เอริคลองเอานู่นนี่ที่คิดว่าเข้ากันมาผสมกันบ้างจนมันออกมาอร่อยไม่รู้ว่าฝีมือตัวเองหรือวัตถุดิบกันแน่

ถามว่าผสมกันยังไงน่ะเหรอ มันก็มีเมนูอย่างโอริโอ้ปั่นขึ้นมาได้นั่นแหละ นมปั้นกับโอริโอ้ใส่นมข้นหวานนิดๆบวกไอศครีมรสนมหน่อยๆแล้วบีบวิปครีมมันทุกเมนู...อันนี้ความชอบส่วนตัว ก็มันอร่อยอ่ะ แต่ถ้าลูกค้าไม่ชอบเขาจะไม่บีบนะ

ในที่สุดก็มาถึงเมนูขนมที่เอริคถนัดสักที ถึงจะทำได้หลายอย่างแต่ไม่ใช่ว่าเขาจะขายทุกอย่าง ขนมบางชนิดก็ใช้เวลามากในการทำ เขาคนเดียวคงเหนื่อยแย่ จะจ้างลูกจ้างก็คงทำไม่เหมือนถ้ารสชาติไม่ได้มาตรฐานลูกค้าก็หนี ฉะนั้นต้องเลือกเมนูดีๆ

เอริคจึงเลือกเมนูเค้กนี่แหละเป็นอย่างแรกแต่ละวันเค้กที่ทำจะไม่เหมือนกัน เอริคกำหนดว่าเขาต้องมีวันหยุด 1 วัน วันที่เขาจะต้องทำขนมและสต็อกไว้ในมิติ 2 วัน 4 วันจะเปิดร้านใน 1 วันที่เปิดร้านจะมีเค้ก 2 รส ถ้าเปิดร้าน 4 วันเขาต้องมีเค้ก 8 รส และเขาต้องทำรสละ 1 ก้อนด้วยถ้ายิ่งมีน้อยความต้องการก็ยิ่งมาก

เอริคจึงคิดจะทำเค้กวนิลาสตรอว์เบอร์รี่ มันเป็นเค้กวนิลาปกติที่มีสตรอว์เบอร์รี่เป็นไส้ตรงกลางและเป็นท็อปปิ้งตรงหน้าเค้ก ต่อมาก็เค้กช็อคโกแลต ชาเขียว กาแฟ ชีสเค้ก เค้กส้ม ราสเบอร์รี่ และไวท์ช็อค รวมเป็น 8 รสพอดี

ต่อมาก็มากาลอง เอริคว่าจะทำไม่กี่รสแต่มันจะมีขายทุกวัน เขาทำรสชาเขียว ช็อคโกแลต สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม ไวท์ช็อค แต่ไม่มีราสเบอร์รี่นะ เพราะวัตถุดิบจะรีทุก 1 วัน ถ้าเขาใช้วัตถุดิบในตู้หมดต้องรอวันพรุ่งนี้ และเขาว่าจะใช้ราสเบอร์รี่นรกทำซอสราดชีสเค้กและเค้กราสเบอร์รี่ มันจึงไม่พอทำมากาลอง

เอริคลังเลระหว่างชูครีมและเอแคลร์ว่าจะทำอะไรดี แต่สุดท้ายเขาก็เลือกชูครีมเพราะชอบกินมันมากกว่า เขาจะทำชูครีมที่ข้างในจะมีครีมและผลไม้ในสวนเขาอยู่ข้างใน ตอนแรกว่าจะทำแค่ใส่ครีมเฉยๆแต่เขาก็กลัวลูกค้าเลี่ยนอีกทั้งผลไม้ของเขาก็อร่อยถ้ากินคู่กันต้องอร่อยมากแน่ ชูครีมของเอริคจึงมีทั้งรสสตรอว์เบอร์รี่และองุ่น...ทำไมจากที่คิดๆมามันมีแต่สตรอว์เบอร์รี่กันนะ แต่แอปเปิ้ลกับชูครีมหรือแอปเปิ้ลกับเค้กมันไปด้วยกันไม่ได้จริงๆนี่นา…

แต่ๆๆของในสวนเขาจะไม่เป็นหม้ายแน่นอนเพราะมันจะอยู่ในทาร์ตผลไม้ ใช่ทุกคนเขาจะทำทาร์ตผลไม้จากนั้นก็ใส่ผลไม้ทั้ง 4 ชนิดลงไปเลย ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรแล้ว แถมทาร์ตผลไม้ก็อร่อยด้วย

อย่างสุดท้ายเอริคว่าจะทำแยมโรลเป็นรสช็อคโกแลต วนิลา กาแฟ ก็อยากทำมากกว่านี้อยู่หรอกแต่เขาคนเดียวทำไม่ไหวจริงๆ

เอริคเลือกวันที่จะเปิดร้านคือวันพฤหัส-วันอาทิตย์ เปิดร้าน 4 วัน อีก 2 วันทำของสต็อกสินค้าและอีกวันก็นอนตีพุง แค่กๆ

พอทำขนมทุกอย่างสต็อกไว้ในมิติเสร็จเอริคก็วิญญาณแทบออกจากร่างที่ร่ายมาทั้งหมดน่ะมันเยอะมากเลยนะแถมแต่ละอันก็ใช่ว่าจะใช้เวลานิดเดียว แต่สุดท้ายเอริคก็ทำขนมสำหรับขายได้ทั้ง 4 วันโดยที่ไม่ตายไปก่อน

ต่อมาก็ชื่อร้านสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เอริคคิดมาตั้งแต่ซื้อร้าน จะเอาชื่ออะไรดี ชื่อร้านเอริคเหรอ...โคตรเฉิ่ม เดี๋ยวนี้มีใครเขาเอาชื่อตัวเองมาตั้งชื่อร้านกันแล้วต้องสิ้นคิดขนาดไหน ชื่อลูกสาว...ร้านแคนดี้ อา..ไม่ๆเดี๋ยวเขาก็หาว่าเห่อหรอก ถึงเห่อจริงๆก็เถอะ แต่มันนี่ไม่ใช่ร้านขายลูกกวาดนะ!!

ต้องเป็นชื่อที่คนเห็นแล้วจำ ร้านเจ้าของร้านหล่อมาก...ถ้าตั้งจริงๆน่าจะโดนตีนมากกว่านะ เราก็ไม่ได้หล่อขนาดนั้น ร้าน...ขนมหวานจากสวรรค์ เอาชื่อนี้แหละ ตรงตัวดี!! วัตถุดิบก็มาจากสวรรค์ แถมดูไม่เวอร์ใครๆก็ตั้งกัน ลูกค้าก็จะคิดแค่ว่ามันอร่อยจนต้องขึ้นสวรรค์เท่านั้น

ถ้าทำได้เอริคคงจะเขียนป้ายหน้าร้านว่าวัตถุดิบนำเข้าจากสวรรค์แต่ถ้าทำจริงๆเขาน่าจะโดนตีนพระเจ้าก่อนลูกค้าแน่ๆ

เมื่อคิดชื่อร้านได้เขาก็สั่งทำป้ายหน้าร้านทันที 7 วันต่อมาป้ายก็เสร็จเอริคอุตส่าห์นั่งออกแบบป้ายหน้าร้านให้ดูชิคๆเพื่อให้มันดูน่ารัก ตัวป้ายทำจากไม้เนื้อดีสลักชื่อลงไป มันดูดีมากจนเอริคอยากจะนอนกอดป้ายและหลับตาฝันถึงมันแค่กๆ

วันรุ่งขึ้นเอริคก็พลิกป้ายเป็น open ได้เวลาเปิดร้านแล้ว...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel