บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ร้านขนมจากสวรรค์

กา กา กา (เอฟเฟ็คเสียงกา)

“เงียบโคตร!!”เฮ้อ ก็รู้อยู่หรอกนะว่าทำเลมันโหลยโท่ย เอริคจึงถ่ายรูปขนมที่ตัวเองทำพร้อมพร็อพเสริมเติมแต่งให้รูปดูมีอะไร ขนมก็มีไม่กี่อย่างแต่นั่งถ่ายเป็นชม.เพราะหาพร็อพเสริมนี่แหละ!

เอริคพึ่งเปิดเพจเป็นของตัวเองเมื่อกี้แถมลงรูปไปแล้วด้วย ถ้าเป็นเพจเปิดใหม่ปกติกว่าจะมีคนมากดไลน์หรือแชร์คงรอซักวันสองวัน แต่เพราะประเทศ A ค่อนข้างตื่นตัวกับอาหารจึงมีคนมากดไลน์บ้าง

ย้ำว่าบ้างน่ะนะ ไม่ค่อยเยอะหรอก

เอริคจงใจทำขนมของตัวเองให้มีรูปร่างน่ารักหน่อย อย่างว่าแหละของน่ารักใครๆก็ชอบ ลูกค้าประเภทชอบถ่ายรูปอาหารลงโซเชียลก่อนกินคือคนเรียกลูกค้าที่แท้จริง คนที่ติดตามพวกเขาจะตามหาร้านที่เจ้าตัวถ่ายลงไปและไปกินตาม

เขาถึงได้ตกแต่งร้านให้น่าถ่ายรูปหน่อย...

แต่ก็มีแววว่าวันนี้จะไม่มีลูกค้าละนะ ฮะๆ เอาเถอะขนมพวกนี้เก็บไว้มิตินอกจากจะไม่เสียแล้วยังเหมือนพึ่งทำเสร็จใหม่ๆด้วย แต่ตอนที่ออกมาโชว์นอกมิติอย่างตอนโชว์หน้าร้านตอนนี้ เขาคงไม่กล้าเอามาขายเกิน 2 ครั้งถ้าขายไม่หมด ถ้าเป็นวัตถุดิบที่ใช้เงินซื้อเขาคงต้องนั่งกินเองด้วยความเสียดายแต่อย่างน้อยมันก็เป็นของที่ได้มาฟรีจากมิติ

ระหว่างที่นั่งเหี่ยวอยู่ที่หน้าเคาเตอร์ เอริคก็นึกอะไรบางอย่างได้...คนๆนั้นคุณมาร์ตินคนที่ลดราคาค่าที่ให้เขาตั้งครึ่งหนึ่ง วันนี้ถึงจะขายไม่ได้ แต่ถ้ามีใครซักคนได้ลิ้มรสขนมของเขาล่ะก็ มันจะเป็นการส่งข่าวปากต่อปาก วัตถุดิบที่ใช้ในขนมมาจากสวรรค์มันอร่อยกว่าของโลกมนุษย์ไม่รู้กี่เท่า คุณมาร์ตินอาจจะเป็นคนที่มีคนรู้จักบ้าง สักคนสองคนก็ดี ข่าวน่ะกระจายเร็วเสมอนั่นแหละ...

เมื่อคิดได้แล้วเขาก็โทรหาคุณมาร์ตินทันที

“ว่าไงครับ ร้านคุณเปิดแล้วเหรอ”

“ใช่ครับร้านผมเปิดแล้ว อยากให้คุณมาลองชิมสักหน่อย รับลองว่าอร่อยแน่นอน”เอริคให้คูปองส่วนลดกับมาร์ตินไปลดราคาตั้ง 6 ใน 10 ส่วน จ่ายตังก็เหมือนให้ฟรี

“ได้ครับ ไว้จะแวะไปชิมแน่นอน”

เมื่อคุณมาร์ตินตอบตกลงเอริคก็วางสาย แล้วเอริคก็นึกได้ว่าเขายังไม่ได้ตั้งราคาขนมเลย เค้กปอนด์หนึ่งตัดขายได้ 8 ชิ้น เอริคคิดชิ้นละ 65 เหรียญ มันก็แพงอะนะถ้าเป็นเค้กธรรมดาแต่นี่มันเค้กสวรรค์ วัตถุดิบหาไม่ได้ในโลก รสชาติที่กินแล้วแทบจะมีปีกงอกออกมา ราคาแค่นี้ไม่แพงเลย เอริคอยากตั้งให้แพงกว่านี้ด้วยซ้ำแต่กลัวคนไม่กล้าซื้อกิน

เอริคเหลือบมองมากาลองในกล่องสีใสเขาอยากทำกล่องให้มันน่ารักกว่านี้นะแต่ไม่รู้จะออกแบบยังไงและยังไม่มีงบด้วย ราคากล่องละ 300 เหรียญ มันมี 5 รสได้แก่ชาเขียว ช็อคโกแลต สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม ไวท์ช็อค แพงชะมัดถ้าเป็นตัวเขาเองจะกล้าซื้อกินรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถ้าขายไม่ออกก็ต้องลดราคา เฮ้อ ไม่อยากนึกภาพเลย แต่ถ้าตัวเขาไม่มีหนี้ ของพวกนี้คงถูกลงครึ่งหนึ่งเลยก็ได้ เอริคไม่เสียเงินค่าวัตถุดิบอยู่แล้ว

แต่มากาลองทำยากนะ วิธีการมันยุ่งยากจนตอนทำเอริคได้แต่ปาดน้ำตา ไม่ใช่วัตถุดิบแต่เพราะวิธีการทำที่ยุ่งยากและละเอียดอ่อน เขาถึงได้ตั้งราคาแพง ถึงไม่เสียค่าวัตถุดิบแต่ความเหนื่อยมันเสียนี่นา

ด้วยความที่เอริคกลัวว่าทั้งชาติก็ขายไม่ออกชูครีม แยมโรล และทาร์ตผลไม้จึงมีราคาน่ารักที่สุดในร้านนั่นคือ 40 เหรียญ อะไรนะแพงไปเหรอ ไม่หรอกเขาให้ชิ้นใหญ่มากเลยนะ ถ้าถูกกว่านี้เอริคคงต้องแทะไม้กินแทนข้าว แค่กๆล้อเล่น

กริ้ง...

เสียงกระดิ่งที่เอริคติดไว้หน้าประตูบ่งบอกว่าตอนนี้มีลูกค้าเข้าร้านแล้ว คนที่เข้าร้านมาเป็นคนอายุประมาณ40ปลายๆ

“ร้านพึ่งเปิดใหม่เหรอคะ ฉันอยู่ห่างจากร้านนี้ไป 2 บ้านเลยว่าจะแวะมากินซักหน่อย ซอยนี้ไม่ค่อยมีคนมาเปิดร้านน่ะค่ะเพราะทำเลไม่ดี คุณอย่าพึ่งปิดร้านหนีนะ ฉันขี้เกียจเดินไปซื้อของไกลๆ”วิลลี่อาศัยอยู่ใกล้ร้านของเอริคเห็นร้านปิดมาหลายวันพอวันนี้เปิดเลยว่าจะเข้ามาดูซักหน่อย แต่เธอแทบจะชะงักเท้าเมื่อเห็นชื่อร้าน ‘ขนมหวานจากสวรรค์’ โคตรเห่ย แต่ของที่ขายอาจจะไม่เห่ยก็ได้...วิลลี่เลยลองเข้ามาดูก่อน

วิลลี่คิดในใจ ถ้าผ่อนหมดจะหนีเหรอ? “แล้วมีอะไรแนะนำบ้างมั้ยคะ ลูกฉันกลับจากโรงเรียนจะได้มีขนมกิน”

“ลองชูครีมมั้ยครับ ร้านเรามีไส้สตรอว์เบอร์รี่กับองุ่นสองรส แยมโรลเราก็ชิ้นใหญ่มาก ทาร์ตผลไม้เราก็ใช้ผลไม้อย่างดีเลยครับ”เอริคอยากจะแนะนำทุกชิ้นด้วยซ้ำแต่เอาราคาที่น่ารักที่สุดไปก่อนละกัน คนตรงหน้าคงไม่กล้าซื้อของแพงๆทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่ามันอร่อยรึเปล่าหรอก

วิลลี่มองป้ายราคาที่เธอพึ่งเห็นเมื่อกี้อย่างตะลึง 40 เหรียญ แพงมาก ทั้งๆที่ร้านที่เธอเคยเข้า ราคาของพวกนี้มากสุด 30 เหรียญ แต่เมื่อเข้าร้านมาแล้วแถมให้เขาแนะนำเสร็จสรรพ จะชิ่งหนีก็กระไรอยู่ แถมคนในครอบครัวเธอก็ไม่ได้กินขนมมานานแล้วด้วย เพราะขี้เกียจเดินออกไปซื้อ ลองซื้อหน่อยก็ไม่เสียหาย...

“งั้นเอาอย่างละชิ้นละกันค่ะ”เห็นคุยนักหนาว่าใช้ของอย่างดี อยากรู้ว่าจะอร่อยสมราคาไหม

เอริคจัดขนมที่ลูกค้าสั่งลงกล่องกระดาษ เขาพึ่งสั่งทำกล่องที่มีโลโก้ร้านไปเสร็จสรรพพึ่งมาส่งเมื่อเช้านี่เอง มาถึงมันก็ถูกใช้งานเลย

วิลลี่ที่เมื่อฟังราคาแทบจะเป็นลมแต่เมื่อรู้ว่าได้ของฟรีที่มีราคา 65 เหรียญเป็นของแถมเธอก็ยิ้มขึ้นมาได้บ้าง เอาเถอะใครๆก็ชอบของฟรี เมื่อเธอจ่ายเงินเสร็จก็รีบกลับบ้านทันที สามีไปทำงานลูกก็ไปโรงเรียน เค้กราคาแพงนี่ต้องอยู่ในกระเพราะฉันคนเดียวเท่านั้น!!

เอริคที่เห็นปฏิกิริยาของลูกค้าคนแรกได้แต่ส่ายหน้า อะไรจะรีบขนาดนั้น กลัวมีคนแย่งเรอะ!

หลังจากที่ขายของให้ลูกค้าคนแรกไป ลูกค้าคนที่สองก็ไม่มีแววว่าจะเข้าร้าน เอาน่าอย่างน้อยไม่คนที่สองก็คนที่สามที่ต้องเป็นคุณมาร์ตินแน่! ตอนนี้การขายของให้ได้ 3 คนต่อวันกลายเป็นเป้าหมายของเอริคไปแล้ว

ทางด้านวิลลี่ ที่เป็นทั้งเพื่อนบ้านและลูกค้าคนแรกเมื่อเธอลองกินเค้กที่เอริคแถมมาให้ก็แทบจะมีปีกงอกบินขึ้นสวรรค์ ทำไมมันอร่อยขนาดนี้...รสชาตินุ่มลิ้นเนื้อเค้กละลายในปาก ครีมนุ่มมาก หวานกำลังดี ที่สำคัญเนื้อสตรอว์เบอร์รี่ ฉันไม่เคยกินสตรอว์เบอร์รี่ที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน รสชาติหวานไม่เปรี้ยวซักนิด เนื้อแน่น เมื่อกัดสตรอว์เบอรรี่ชิ้นโตบนเค้กน้ำของมันก็พุ่งในปาก อา...สามีที่รัก ฉันขอขึ้นสวรรค์ก่อนนะคะ แค่ก!

ก่อนที่วิญญาณจะลอยหลุดออกจากร่างจริงๆ วิลลี่ก็หันมามองเค้กในจาน...หมดแล้ว เร็วมาก ฉันยังกินไม่พอใจเลยนะ วิลลี่มองขนมที่เหลือในกล่องแล้วกลืนน้ำลายดัง อึก...

เรายังมีขนมเหลืออยู่นิ แต่นั่นเป็นส่วนของสามีกับลูก...ช่างเถอะเดี๋ยวไปซื้อให้ใหม่ก็ได้ ร้านก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง วิลลี่ไม่รู้เลยว่าในอนาคตถึงร้านจะอยู่ใกล้บ้านเธอขนาดนี้ แต่เธอก็จะวิ่งไปซื้อไม่ทันอยู่ดี

แยมโรลชิ้นใหญ่ ที่เนื้อเค้กและครีมสมส่วนกัน เมื่อวิลลี่กินเข้าไป ปีกที่หุบเข้าไปแล้วแทบจะงอกออกมาอีกรอบ เนื้อเค้กแยมโรลนุ่มมากครีมก็นุ่มหวานมันไม่แพ้เค้กวนิลาสตรอว์เบอรรี่เลย เธอแทบจะไม่กลืนด้วยซ้ำมันนุ่มจนละลายไหลลงคอไปแล้ว...

ชูครีมชิ้นใหญ่มากจนวิลลี่แอบคิดว่ามันไม่ได้แพงเลยมันสมราคาแล้ว เนื้อครีมเป็นแบบเดียวกับแยมโรลคือให้สัมผัสนุ่มลิ้นหวานมัน ยิ่งกินคู่กับผลไม้ข้างในที่เธอเลือกองุ่นมา เข้ากันมาก ฉันไม่เคยเห็นใครเอาชูครีมมากินคู่กับองุ่นมาก่อน มันเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด แถมเป็นองุ่นที่ไม่มีเมล็ด รสชาติหวานไม่มีเปรี้ยวกินแล้วสดชื่นมาก

วิลลี่หยิบทาร์ตผลไม้ขึ้นมาจ่อปากก่อนกลืนน้ำลายอีกรอบแล้วกัดมันเข้าปาก กรอบ..ตัวแป้งที่อยู่ข้างนอกกรอบมาก ครีมข้างในก็มีทั้งรสชาติหวานและเปรี้ยว ที่สำคัญคือตัวผลไม้ที่เป็นท้อปปิ้งข้างบน ทาร์ตผลไม้ชิ้นใหญ่พอที่จะใส่สตรอว์เบอรรี่ องุ่น แอปเปิ้ลและส้มลงไปได้แม้ว่าจะต้องหั่นมันกินก็ตาม

รสชาติของผลไม้ที่หวานอร่อยเมื่อกินรวมกับแป้งทาร์ตกรอบๆครีมรสหวานเปรี้ยว ก็เข้ากันอย่างน่าประหลาด อร่อยมาก ฉันไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อน ฮึก จู่ๆน้ำตาของวิลลี่ก็ไหลออกมา ใครมันกล้าว่าร้านนี้ว่าชื่อเห่ย ฉันจะเอาขนมยัดปากมัก พวกเธอจะได้เข้าใจคำว่าอร่อยจนขึ้นสวรรค์ ชื่อร้านขนมจากสวรรค์มันไม่เห่ยสักนิด เขาแค่พูดความจริง!!

เมื่อได้สติวิลลี่ก็พบว่าขนมในกล่องว่างเปล่าซะแล้ว ไม่ได้การสามีและลูกของเธอต้องได้ลิ้มรสขนมจากสวรรค์อันนี้!! วิลลี่หยิบกระเป๋าตังมาถือแล้ววิ่งออกจากบ้านอย่างไว

เอริคที่นั่งรอลูกค้าจนสัปหงกแล้วสัปหงกอีกแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อลูกค้าคนแรกที่น่าจะกลับบ้านไปแล้วยืนจ้องหน้าเขาอยู่หน้าเคาเตอร์จนเอริคที่พึ่งตื่นจากการแอบงีบสะดุ้งเฮือก

“ฉันเห็นคุณหลับเลยไม่กล้าปลุกน่ะค่ะ”

“อา...แล้วคุณลูกค้ามีธุระอะไรเหรอครับ หรือว่าขนมมีอะไรผิดปกติ”

“ตรงกันข้ามเลยค่ะ มันอร่อยมาก ฉันเลยว่าจะสั่งไปให้สามีและลูกกินบ้าง”

เดี๋ยวนะไม่ใช่ว่าตอนแรกหล่อนก็พูดแบบนี้หรอกเหรออย่าบอกนะว่าส่วนของลูกและสามีอยู่ในท้องเธอแล้ว แต่เอริคไม่ถามให้มากความ เขารีบแนะนำขนมในร้านทันที

“คุณลูกค้าสนใจเค้กอีกรสไหมครับ แต่ละวันเค้กที่เอาออกมาขายไม่เหมือนกันครับ วันนี้วันพฤหัส เราจะขายเค้กวนิลาสตอรว์เบอร์รี่และช็อคโกแลตครับ วันศุกร์จะเป็นชาเขียวและกาแฟ เสาร์จะเป็น ชีสเค้กราดซอสราสเบอร์รี่(จากนรก)และเค้กส้ม ส่วนวันอาทิตย์จะเป็นเค้กราสเบอร์รี่และเค้กไวท์ช็อคครับ ผมจะขายวันละสองรสน่ะครับ”เมื่อเอริคอธิบายเสร็จเขาก็แทบปาดเหงื่อ รายละเอียดพวกนี้ควรมีแจ้งไว้ในป้ายหน้าร้านด้วยสินะ จะได้ไม่ต้องอธิบายบ่อยๆ

วิลลี่เมื่อได้ฟังก็คิดหนัก เค้กวนิลาสตรอว์เบอร์รี่อร่อยมากเธออยากให้สามีและลูกกิน แต่เค้กช็อคโกแลตก็น่ากินมากเหมือนกัน รวมทั้งขนมอื่นๆด้วย แต่ในเมื่อเธอกินแล้ว วันนี้ส่วนของเธอแค่เค้กช็อคโกแลตล่ะกัน

“เอาเค้กวนิลาสตรอว์เบอร์รี่ 2 ชิ้น เค้กช็อคโกแลต 3 ชิ้น มากาลอง 1กล่อง แยมโรล 1 ชิ้น ทาร์ตผลไม้ 2 ชิ้นค่ะ”ตอนแรกเธอคิดว่าจะสั่งแยมโรล 2 ชิ้น แต่มันก็ชิ้นใหญ่ตัดแบ่งกันก็ได้ เพราะแค่นี้ราคาก็แพงมากแล้ว

“ทั้งหมด 745 เหรียญครับ” เอริคยิ้มแก้มปริถึงจะตั้งเป้าหมายว่าอยากได้ลูกค้าวันละ 3 คน แต่คนเดิมมาสองรอบก็นับเป็น 2 คนรึเปล่านะ

หลังจากที่วิลลี่ออกไปได้ไม่นานเอริคก็สังเกตเห็นรถของใครบางคนมาจอดอยู่ในสวนของร้านเขา ตอนแรกนึกว่าเป็นคุณมาร์ตินแต่เมื่อเห็นว่าคนที่ออกมาจากรถไม่ใช่คนที่คิดแต่เป็นใครไม่รู้!! คนปริศนาคนนั้นใส่สูทและแว่นดำอย่างกับมาเฟีย จนเอริคนึกใจแป๋วว่าร้านเขาจะโดนถล่มไหมเนี่ย

แต่เอริคก็สังเกตเห็นว่ามีคนเดินตามผู้ชายคนนั้นออกมาจากรถด้วย จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมาร์ติน หรือว่าคุณมาร์ตินจะตามเพื่อนมาด้วยนะ

กริ้ง....

เมื่อคนใส่สูทเปิดประตูเข้ามาเอริคก็เตรียมฉีกยิ้มพูดยินดีต้อนรับแต่ยังไม่ทันจะได้พูดคนใส่สูทก็พูดขึ้นมาก่อน

“บอกมาซะ นายล่อลวงน้องชายฉันยังไง”

“...เอ๋”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel