บทที่ 3 ชอบนักใช่ไหม >> พี่ชายฉันน่ะ
“จริงหรือคะพี่ขุนศึก”
หล่อนพูดคุยกับเขาอีกสองสามประโยคก่อนจะวางสาย
“ทับทิมเธอคุยกับพี่ขุนศึกหรือ”
“อือ....ใช่แล้ว”
เพื่อนสาวมองด้วยความห่วงใยเพราะดูออกว่าทับทิมนั้นอ่อนเดียงสาตามผู้คนไม่ทัน
“มีอะไรหรือเปล่าวันนี้ทับทิมมีนัด”
หล่อนพูดพร้อมกับเก็บข้าวของที่อยู่บนโต๊ะเลคเชอร์
“ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ พี่เขาน่ะวายร้าย”
“ไม่เลยพี่ขุนศึกน่ะนิสัยดี แล้วก็ใจดีมากๆ”
หัวสมองหวนคิดถึงเรื่องเมื่อเช้าที่อยู่บนรถไฟฟ้า ดวงหน้างามแดงก่ำกำซ่านขึ้นมาทันที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติมันกลับเต้นระริก ความอบอุ่นเข้ามาแทรกแซงภายในอกอย่างที่ไม่รู้ตัว
“แต่เท่าที่ฉันรู้มา....”
“ทับทิมไปก่อนนะ”
กมลเนตรได้แต่อ้าปากค้างเพราะยังไม่ทันพูดจบประโยคเจ้าหล่อนก็รีบลุกเดินจ้ำอ้าวออกจากคลาสเรียนไปเสียแล้ว
“ทับทิม นะทับทิม”
ใบหน้างามเต็มไปด้วยรอยยิ้มเพราะขุนศึกบอกว่าวันนี้เขาจะนัดให้พี่ชายมาเจอกับหล่อนที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองหลวง
ร่างอรชรในชุดนักศึกษากระโปรงพีชเสมอเข่ายืนรอคอยอยู่บริเวณชั้นสองตามที่นัดหมาย
ความโดดเด่นของชายหนุ่มนั้นทำให้หล่อนเห็นเขาได้ชัดเต็มสองตา
ขุนศึกที่กำลังยืนอยู่บนบันไดเลื่อนที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าราวกับภาพสโลวโมชั่น ในขณะที่บรรดาสาวๆ ต่างส่งสายตาทอดสะพานให้แต่เขากลับเพิกเฉยอย่างเย็นชา
หัวใจสาวเต้นระรัวอย่างไม่สมควรมือบางกุมหน้าอกข้างซ้ายของตนเองเอาไว้แน่น พยายามหาสาเหตุของอาการทางร่างกายที่เกิดขึ้น
หน้าเหมือน...เพราะหน้าเหมือนขุนพลก็เลยตื่นเต้นประหม่า หล่อนไม่ได้คิดอะไรกับขุนศึก คนที่หล่อนชอบก็คือขุนพลพี่ชายของเขา
แม้พยายามบอกตนเองเช่นนั้นแต่ทว่าร่างกายและจิตใจกลับไม่เชื่อฟังมันยังคงตื่นตระหนกขานรับเสน่ห์ของผู้ชายมาดกวนอย่างขุนศึก
ไม่...หล่อนชอบผู้ชายอบอุ่น เรียบร้อย ไม่ได้ชอบแบบขุนศึก หล่อนพึมพำพูดกับตนเองซ้ำราวกับคนละเมอ จวบจนกระทั่งชายหนุ่มนั้นมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า
“อุ๊ย...พี่ขุนศึก เอ่อ...สวัสดีค่ะ”
สายตาคมกริบจ้องมองหล่อนนิ่งงันเช่นทุกครั้งแต่ทว่าหัวใจสาวกลับรู้สึกผิดแผกแปลกไปกว่าทุกครา
รอยยิ้มที่เคยระบายกว้างครั้งนี้กลับต้องฝืนอย่างไม่เคยเป็น ความประหม่าคืบคลานเข้ามาเกาะกุมหัวใจอย่างไม่สมควร
เขาพูดน้อยจนหล่อนรู้สึกอึดอัดแต่ทว่ามันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่คราแรกที่พบเจอแล้วไม่ใช่หรือ...
“เอ่อ...แล้วพี่ขุนพลล่ะคะ”
“กลับไปแล้ว”
“คะ...ว่าไงนะคะ กลับไปแล้ว ?”
“ใช่กลับไปแล้ว”
หล่อนกำลังจะอ้าปากตั้งคำถาม
“พอดีพี่ขุนพลมีธุระด่วนน่ะ”
เขาพูดมันด้วยใบหน้าราบเรียบเฉยชาไร้ความรู้สึก แววตาคมกริบมืดดำไม่ต่างจากคืนเดือนดับหล่อนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมบรรดาสาวๆ ในสถานศึกษานั้นต่างพากันขยาดหวาดกลัวเขา
แต่ทว่าความรู้สึกของหล่อนในยามนี้มันห่างไกลจากคำว่าหวาดกลัวยิ่งนักแต่ไม่อาจเข้าใจได้ว่ามันคือความรู้สึกใด
“อ่อค่ะ งั้นทับทิมขอ...”
หล่อนกำลังจะขอปลีกตัวจากสถานกาณ์อันแสนน่าอึดอัดเบื้องหน้า ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอย่างไรหัวใจหล่อนถึงได้เต้นรุนแรงนักโดยเฉพาะยามที่อยู่ใกล้ชิดเขา
หน้าเหมือน...มันต้องใช่แน่ๆ
“งั้นเธอไปเดินซื้อของกับฉันแทนล่ะกัน หรือว่าเธอไม่สะดวก”
หล่อนอ้าปากค้างทั้งที่ภายในใจนั้นไม่ได้อยากอยู่ใกล้ชิดคนตรงหน้า แต่หัวสมองดันผุดความคิดบางอย่าง มันคงดีเหมือนกัน...หากหล่อนจะอยู่ใกล้ขุนศึกในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับขุนพลนั้นจะได้ไม่ประหม่า
“ดะ...ได้ค่ะ”
ไม่รู้ว่าเขากลั่นแกล้งหล่อนหรือไม่เพราะตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงนั้นเขาไม่ได้ซื้อของแม้แต่ชิ้นเดียว
“ฉันหิวแล้วไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อย”
“แล้ว...พี่ขุนศึกไม่ซื้อของแล้วหรือคะ”
หล่อนยังคงเชื่อว่าเขาต้องการซื้อของโดยที่ไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย
“คือที่ฉันชวนเธอกินข้าวเนี่ยก็เผื่อที่จะบอกเรื่องสำคัญเกี่ยวกับพี่ขุนพลให้ฟัง แต่ถ้าเธอไม่อยากรู้ก็ไม่เป็นไร”
คนฟังเบิกตากว้างพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสที่ท่อนแขนแข็งแกร่งของเขาอย่างลืมตัวตน
“อยาก...อยากรู้สิคะ”
สายตาคมกริบตวัดมองมือบางที่สัมผัสท่อนแขนแข็งแกร่งของตนก่อนจะขบกรามแกร่งแน่นจนขึ้นเป็นสันนูนเด่นเมื่อร่างกายขานรับเสน่ห์ของผู้หญิงอ่อนต่อโลกเบื้องหน้า
เขาสะบัดแขนออกก่อนจะเดินนำหน้าเข้าไปภายในร้านอาหารโดยที่หญิงสาวรีบก้าวเดินตามด้วยใบหน้าแช่มชื่น
“บอกทับทิมหน่อยนะคะว่าเรื่องอะไร”
“อยากรู้ขนาดนั้นเชียวหรือ”
เขาพูดกับหล่อนก่อนจะหันไปสั่งอาหารสามสี่อย่างกับพนักงาน สายตาคมกริบตวัดมองผู้หญิงตรงหน้า
“อยากรู้สิคะ เรื่องเกี่ยวกับพี่ขุนพลทับทิมอยากรู้ทุกเรื่องเลยค่ะ”
สายตาคมกริบที่เคยมืดดำยามนี้มีประกายบางอย่างแอบแฝงแต่เพียงแว่บเดียวเท่านั้นก่อนที่ความมืดดำจะกลืนกินเช่นเดิม
“นี่เธอชอบพี่ชายฉันมากเลยสินะ”
ท้ายน้ำเสียงของเขามันแฝงไปด้วยความ เยาะหยันแต่คนฟังเช่นหล่อนไม่อาจสัมผัสได้
“ค่ะ ทับทิมชอบพี่ขุนพลมาก ครั้งแรกที่เห็นพี่เขาหัวใจทับทิมนี่เต้นแรงเลยนะคะ พี่เป็นคนเก่ง เรียนดี แถมยังใจดีอีกด้วย”
คนฟังพยักหน้ารับก่อนจะระบายยิ้มทั้งที่ดวงตานั้นวาวโรจน์เต็มไปด้วยความเดือดดาล
“พี่ขุนพลเขาก็ชอบเธอนะ เพราะฉันเอารูปเธอให้พี่เขาดู”
“จะ จริง จริงหรือคะ ที่พี่ขุนพลชอบ ชอบทับทิม”
ความรู้สึกตื่นเต้นลิงโลดวิ่งพล่านอยู่ภายในอกแต่ทว่ามันควรจะน่ายินดีกว่านี้หรือเปล่าในความรู้สึกทำไมหัวใจสาวกลับไม่ได้เบิกบานเท่าที่ควร
“ใช่ แต่ฉันแนะนำให้เธอแสดงตัวต่อหน้าคนอื่น”
คนฟังเต็มไปด้วยความสงสัย
“ยังไงหรือคะ”
“จูบต่อหน้าคนอื่น”
“จูบ !!!!”
หน้างามแดงก่ำส่ายหน้าดิก แต่หัวสมองไม่รักดีกลับจ้องหน้าขุนศึกแล้วจินตนาการในสิ่งที่เขาพูดออกมา
กายสาวเบ่งบานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนอวัยวะบางส่วนที่ซุกซ่อนใต้ร่มผ้ามันสร้างความปวดร้าวอย่างไม่สมควร น้ำลายในลำคอเหนียวหนึบภายในหัวยังคงจินตนาการสัมผัสดุดันจากเขา
“ไม่...ทับทิมไม่กล้าทำแบบนั้นหรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะ ในเมื่อพี่ชายฉันเขาสนใจเธออยู่แต่ถ้าเธอมัวแต่โอ้เอ้คงโดนคนอื่นแย่งชิงไปอย่างแน่นอน”
ถึงแม้เขาจะพูดแบบนั้นแต่หล่อนยังคงตั้งมั่นจะไม่ทำตามอย่างแน่นอนและดูเหมือนว่าเขาจะมองออก
“เธอควรจะรู้เอาไว้ว่าพี่ชายฉันเขาชอบผู้หญิงที่เป็นฝ่ายเข้าหา ไม่ใช่ขี้อาย อ่อนเดียงสา”
ทุกอย่างที่ขุนพลไม่ชอบนั้นเหมือนว่ามันคือตัวตนของหล่อน ซึ่งมันไม่ได้ตรงสเปคสำหรับเขาแม้แต่น้อย
“แต่ว่าทับทิม....”
หล่อนไม่เคยจูบใครมาก่อนและแน่นอนว่าไม่กล้า...
“ก็คิดเอาเองล่ะกัน อุตส่าห์ลงทุนวิ่งแจ้นตามผู้ชายมาถึงที่ขนาดนี้ ยังต้องกังวลอะไรอีก”
เขาพูดด้วยสีหน้าที่ฉาบทับไปด้วยรอยยิ้มแต่หากเป็นคนอื่นคงล่วงรู้ไปนานแล้วว่ากำลังถูกแดกดัน
“ค่ะ...ก็ถูกของพี่ขุนศึก”
บริกรที่ทำหน้าที่เสริฟอาหารเดินตรงเข้ามาทำหน้าที่จึงทำให้บทสนทนาต้องหยุดชะงักชั่วคราว
สายตาคมกริบหรี่ตามอง มือหนายกแก้วทรงสวยขึ้นเพื่อดื่มสิ่งที่บรรจุอยู่ภายในนั้นด้วยความพึงพอใจ
ในขณะที่หญิงสาวนั้นตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด
ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมานั้นพยายามไตร่ตรองในสิ่งที่ขุนศึกแนะนำ แต่หล่อนไม่อาจนึกภาพของตนเองยามที่จูบกับขุนพลได้เลย
แต่ทว่าภาพที่ผุดผายขึ้นในหัวนั้นมีแต่ขุนศึก ใบหน้าหล่อเหลาที่เหมือนกันราวกับแกะ แต่หล่อนไม่อาจนึกถึงขุนพลได้อย่างที่ผ่านมา
หล่อนนอนคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดรวมถึงความรู้สึกแสนสับสนที่เกิดขึ้นภายในอก หรือหล่อนจะชอบขุนศึก...
ไม่...ไม่มีทางเป็นไปได้หล่อนชอบขุนพล ชอบผู้ชายอบอุ่น สุภาพ สุขุม แต่ดูเหมือนว่าภายในหัวนั้นจะมีแต่ภาพของขุนศึกผู้ชายมาดกวน ที่เต็มไปด้วยข่าวเสียหายในทุกเรื่องซ้อนทับขึ้นมาในหัวเสมอ
“ไม่...เธอแค่สับสนทับทิมเธอแค่สับสน”
เสียงแอพพลิเคชั่นไลน์ดังขึ้นพร้อมกับข้อความจากขุนศึก
ตอนนี้พี่ขุนพลอยู่ชั้นสอง พี่เขารอเธออยู่
หล่อนควรจะกรีดร้องด้วยยินดีแต่ทว่าภายในอกนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยความกังวลใจ ได้แต่เฝ้าถามตนเองว่าเหตุใดมันถึงได้เป็นเช่นนั้น...
ลมหายใจถูกสูดเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกกำลังใจให้กับตนเองก่อนจะตัดความรู้สึกทุกอย่างออกไป
“ทับทิม...จะคิดมากทำไมในเมื่อคนที่เธอชอบคือพี่ขุนพล”
โอกาสของเธอมาถึงแล้ว...หล่อนบอกกับตนเองก่อนจะก้าวเดินไปตามทางเพื่อไปหาขุนพลที่รออยู่บริเวณชั้นสองของอาคาร
