บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 โดนปั่นหัว

มือหนาเก็บโทรศัพท์ลงรอยยิ้มแสนพึงพอใจระบายขึ้นเมื่อมองเห็นหญิงสาวที่ยืนลังเลในคราแรก ยามนี้กำลังเดินตรงมาที่ชั้นสอง แต่ทว่าความรู้สึกอีกอย่างที่แทรกแซงเข้ามานั้นคือความเดือดดาล

ชอบนักใช่ไหมขุนพลน่ะ

ทางเดินเบื้องหน้ายามนี้มีขุนพลยืนคอยอยู่ ฝ่าเท้าบอบบางชะงักทันทีแทนที่จะเดินตรงเข้าไปหาบุรุษที่อยู่ในใจมาตลอด

เขาเหมือนกับขุนศึกราวกับแกะสมแล้วที่คนทั้งคู่เป็นฝาแฝดกัน ทรงผมที่ไม่ได้ตกแต่งใส่เจล และการแต่งกายที่เรียบร้อยใบหน้าที่คลี่ยิ้มอย่างอบอุ่นนั้นมันช่างดูดีสมบูรณ์แบบ แต่ทว่ามันกลับไม่ได้เขย่าโสตประสาทของหล่อนให้ตื่นตัว

ภายในหัวกลับผุดภาพของแฝดน้องที่ใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม บุคคลิกน่ายำเกรงไม่ต่างจากอันธพาล

หล่อนเป็นอะไร...ไป หัวสมองสั่งการให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปเบื้องหน้าแต่ทว่าฝ่าเท้ากับหยุดนิ่งยืนอยู่กับที่ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่เฝ้าเตรียมตัวเข้าสอบสถานศึกษาแห่งนี้ก็เพื่อเขา...เพื่อขุนพล

“น้องทับทิม”

“ค่ะพี่ พี่ขุนพล”

ท้ายที่สุดกลับเป็นชายหนุ่มที่ก้าวเดินเข้ามาหาใบหน้าหล่อเหลาเกลือนไปด้วยรอยยิ้ม

“ขุนศึกบอกว่าน้องทับทิมชอบพี่หรือครับ”

“เอ่อ....อ่า”

แทนที่หล่อนจะตอบรับอย่างง่ายดายแต่ทำไมกลับอึกอักอย่างไม่สมควร

ใบหน้าหล่อลอบยิ้มมุมปากอย่างเยาะหยันเมื่อเห็นท่าทีของคนตรงหน้าที่ประหม่าขัดเขิน

“พี่ก็ชอบน้องทับทิมนะครับ”

หล่อนอ้าปากค้างตาโตด้วยอารามตระหนกแต่ทว่าภายในอกนั้นมีเพียงความตื่นเต้นแต่ปราศจากความรู้สึกอื่นใด

หัวสมองกลับหวนคิดทบทวนหากแปรเปลี่ยนจากขุนพลให้เป็นขุนศึกเล่า....หล่อนจะรู้สึกเช่นไร

“ชะ....ชอบทับทิมหรือคะ”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อจู่ร่างของหล่อนถูกเขารวบเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อก้มต่ำลงพร้อมกับประกบริมฝีปากกระด้างลงที่ปากอิ่ม

มือหนาเลื่อนมาประคองดวงหน้าของหล่อนความรู้สึกบางอย่างมันวิ่งพล่านภายในร่าง เขาเหมือนกัน...แม้แต่สัมผัส ไอร้อนอบอุ่นของฝ่ามือหรือแม้แต่กลิ่นกายที่เหมือนกับขุนศึก

หล่อนบ้าไปแล้วหรือ ยามนี้ควรจะอิ่มเอมกับสัมผัสแสนอ่อนโยนของคนตรงหน้าแต่หัวใจกลับโหยหานึกถึงแต่พ่อสื่อเช่นขุนศึก

ร่างบางถูกเขาผละออกใบหน้าหล่อก้มต่ำเล็กน้อยก่อนจะเงยขึ้นรอยยิ้มมุมปากผุดผายขึ้น มันทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างหัวใจสาวบีบตัวอย่างรุนแรง

หล่อนจดจำรอยยิ้มมุมปากเช่นนี้ได้

“เธอนี่มันซื่อบื้อเสียจริงนะทับทิม”

มือหนาเสยเส้นผมอย่างลวกๆ พยายามตีสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึกอื่นใด ทั้งที่ร่างกายบางส่วนกำลังปวดร้าวอย่างรุนแรง ต้องการสัมผัสคนตรงหน้ามากกว่าการประกบริมฝีปากอย่างผิวเผิน

“พี่ขุนศึก”

ใบหน้าหล่อที่เคยราบเรียบยามนี้มันเต็มได้วยรอยยิ้มของความขบขันราวกับหล่อนเป็นตัวตลก

“ฮ่ะๆๆๆๆ ฮ่า นี่รู้ตัวบ้างไหมทับทิมว่าเธอมันซื่อบื้อสุดๆ ไปเลย”

ดวงตากลมโตที่จ้องมองเขายามนี้มันเอ่อล้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา

“พี่ขุนศึกทำแบบนี้ทำไมคะ แกล้งหลอกทับทิมทำไม”

ก้อนเนื้อข้างซ้ายมันบีบตัวอย่างรุนแรงเมื่อรอคำตอบจากคนตรงหน้า

“ก็แค่อยากหาอะไรสนุกๆ ทำ”

ใช่...เขาคิดเช่นนั้นมาตลอดแต่ทว่าภายในอกแกร่งนั้นมันกลับมีบางสิ่งที่ซุกซ่อนเอาไว้คือความหงุดหงิดที่คนตรงหน้าเอาแต่มองพี่ชาย

“พี่ขุนศึก...”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง ในสายตาเขาหล่อนเป็นเพียงตัวตลกเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่สร้างความขบขันให้กับเขาในแต่ละวัน

“เธอคิดหรือว่าพี่ชายชั้นจะชอบผู้หญิงจืดชืดเรียบร้อยแบบเธอน่ะ”

ใบหน้างามก้มต่ำศีรษะทุยสวยส่ายสะบัดไปมาอย่างรู้ตัวตน ใช่...หล่อนไม่มีอะไรดีสักอย่าง

จูบแรกที่มันเต็มไปด้วยความหมายสำหรับ เด็กสาวกลับถูกคนตรงหน้าขยี้ทิ้งอย่างไร้ค่าราวกับหล่อนเป็นตัวตลก

“พี่ขุนศึก....พี่ทำแบบนี้ทำไม พี่แกล้งหลอกทับทิมทำไม”

หล่อนพูดซ้ำพึมพำด้วยความรู้สึกที่แสนปวดร้าวอย่างไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไม หล่อนถึงได้เจ็บปวดนักกับสิ่งที่เขาลวงหลอก

“ฉันหรือหลอกเธอ ? เป็นเธอหรือเปล่าที่เข้าใจผิดไปเอง”

“พี่จงใจ....จงใจให้ฉันเข้าใจว่าพี่คือ พี่ขุนพล”

“อย่าคิดมากจะได้ไหม ขำๆ นะ”

“คนใจร้าย...”

หล่อนตัดพ้อด้วยความเจ็บปวด มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่มันไหลเอ่อล้นออกมาอย่างไม่ขาดสายก่อนจะวิ่งหนีจากไปทั้งน้ำตา

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มค่อยๆจางหายไปหลงเหลือไว้เพียงความเคร่งเครียดที่อัดแน่นเต็มอกแกร่ง

สายตาคมกริบจับจ้องแผ่นหลังบอบบางจนลับสายตา มือหนากำเป็นกำปั้นก่อนจะทุบกับกระจกใสจนมันขึ้นเป็นรอยร้าว

“ทับทิม !!”

หัวใจแกร่งเจ็บแปลบขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำตาของผู้หญิงไม่เคยทำให้คนอย่างเขาต้องแยแสแต่กับหล่อนมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ความหงุดหงิดเดือดดาลระเบิดเต็มอกเมื่อคิดว่าเจ้าหล่อนคงเสียใจไม่น้อย ที่เมื่อสักครู่นั้นไม่ได้จูบกับชายในฝันอย่างขุนพลพี่ชายของตน

หล่อนไม่ได้เข้าคลาสเรียนในช่วงบ่ายเพราะเอาแต่หมกตัวอยู่ภายในห้องน้ำของสถานศึกษา ซึ่งเป็นส่วนของโรงยิมเพราะมันค่อนข้างปราศจากผู้คน

ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นทำให้หล่อนเสียใจแต่ปราศจากความโกรธเคืองทั้งที่มันควรจะเป็นเช่นนั้น

“พี่ขุนศึก...”

เขามองหล่อนเป็นเพียงตัวตลก เป็นแค่ของเล่นเท่านั้นที่สามารถสร้างความขบขันให้กับเขาได้ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมันไหลย้อนกลับมาราวกับเครื่องบันทึก

สิ่งที่เขาพูดเขากระทำนั้นมันเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น เขาคงสนุกที่ได้ปั่นหัวคนซื่อบื้อเช่นหล่อนน้ำตาที่มีมันไหลอาบดวงหน้าไม่ว่าจะปาดจะเช็ดมันอย่างไรมันกลับไหลทะลักทลายออกมาไม่ขาดสาย

จะโทษใครได้ในเมื่อหล่อนเองที่โง่เง่าให้เขา ปั่นหัว เกลียดตนเอง...เกลียดที่สุด เกลียดที่เป็นได้เพียงแค่ตัวตลกในสายตาของเขา

ภาพที่เขาคว้ามือของหล่อนมาจับจูง หรือสิ่งที่เขากระทำในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น มันคือสิ่งลวงตามันเป็นแค่เกมที่เขาได้วางเอาไว้

เสียใจ...ผิดหวังมันเจ็บแปลบไปทั้งใจ น่าแปลกที่ยามนี้ภายในอกนั้นมีแต่เขา...ขุนศึก

ดวงตากลมโตไหวระริกเมื่อทบทวนความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจ ภาพที่เขาจูงมือ ยามที่เขาชิดใกล้มันระเบิดในหัว ทุกฉากทุกตอนนั้นมันยิ่งตอกย้ำความจริงในใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อความรู้สึกนั้นชัดเจน...

หล่อนรักขุนศึก...รักเขาจนไม่เหลือพื้นที่ว่างในใจสำหรับใครอีก ความรู้สึกที่ตนเคยมีกับพี่ขุนพลนั้นมันเป็นเพียงแค่ความปลาบปลื้มเท่านั้น

แต่มันจะมีความหมายใดเล่าในเมื่อสำหรับขุนศึกแล้วหล่อนเป็นเพียงแค่ผู้หญิงซื่อบื้อ เป็นตัวตลกสำหรับเขาเพียงเท่านั้น

น้ำตาที่แห้งเหือดยามนี้มันกลับไหลบ่าออกมาอย่างท่วมท้น เมื่อค้นพบความรู้สึกจากใจที่แท้จริงแต่กลับต้องพบกับความผิดหวังทั้งที่ยังไม่มีโอกาสสารภาพความรู้สึก

ความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นทำให้หล่อนนั่งร่ำไห้อยู่ในห้องน้ำอยู่เนิ่นนานจวบจนกระทั่งผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้สึกตัว

เสียงบางอย่างที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องมันทำให้คนที่หลับใหลอยู่ในห้วงนิทรานั้นลืมตาตื่นขึ้น

ดวงตากลมโตที่ยามนี้บวมช้ำมองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าตนยังอยู่ในห้องน้ำของโรงยิม

“กี่โมงแล้วนะ”

ความเงียบสงัดและเวลาที่แสดงอยู่บนนาฬิกาข้อมือนั้นทำให้หล่อนต้องตระหนก

“หกโมงแล้ว...”

ร่างบอบบางรีบลุกขึ้นยืนตรงออกจากห้องน้ำทันทีเพราะยามนี้มันเลยเวลาที่ตนจะถึงบ้าน

“เอ้า แบตหมด !!”

หล่อนหย่อนเจ้าเรื่องมือสื่อสารที่ยามนี้ ไร้ประโยชน์ลงกระเป๋าสะพาย ป่านนี้บิดาคงเป็นห่วงไม่น้อย

เสียงบางอย่างยังคงดังอย่างต่อเนื่องมันทำให้หล่อนเลือกที่จะชะงักฝ่าเท้าและเปลี่ยนเส้นทางจากที่จะก้าวเดินออกจากโรงยิมเป็นเดินกลับเข้าไป

ตึก ตึก ตึก ตึก ผัวะ ผัวะ

ร่างบางชะงักกึกทันที เมื่อสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าคือขุนศึก...

เขากำลังซ้อมมวย ท่วงท่าที่เขาออกหมัดนั้นมันสะกดทุกโสตประสาทให้ชะงักงัน ในแบบที่ไม่อาจละสายตาได้ หยาดเหงื่อที่เกาะตามเนื้อตัวมันยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่

ร่างสาวกรีดร้องอย่างรุนแรงความรู้สึกประหลาดมันระเบิดขึ้นในช่องท้อง ใบหน้างามเหยเกเล็กน้อยเพราะยามนี้กลางร่างสาวกำลังปวดหนึบ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel