ตอนที่ 5
เป็นอะไรไปวะไอ้หนึ่ง!
ตอนที่โดนไอ้ชิตจูบไม่ได้เป็นแบบนี้เลยนะเว้ย!
เพราะโดนเพื่อนคนหนึ่งจูบและเขาไม่นึกรังเกียจนั่นแหละ ถึงทำให้เกิดคำถามกับตัวเองว่า ทำไมไม่รังเกียจที่ถูกผู้ชายจูบ เขาเป็นเกย์อย่างนั้นเหรอ
แต่นั่นแค่ ‘จูบ’ ไง ไม่ได้แก้ผ้าเอากันซะหน่อย เขาสับสน จะเอาไปถามเพื่อนรักอย่างภาคีก็ไม่ได้ เดี๋ยวพิษบ้ามันกำเริบ เนื่องจากภาคีไม่ถูกกับเพื่อนคนนี้ตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งแล้ว เขาเลยกลุ้มใจมาตลอด นับตั้งแต่วันที่โดนจูบ
เขาอยากรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์หรือไม่เป็น แต่ก็ไม่คิดว่าการเอาความหนักใจมาถามอชิตะ จะทำให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น แทนที่จะได้คำตอบว่าผู้ชายจูบกัน ไม่ต้องเป็นเกย์เสมอไปก็ได้ ดันมาถูกจูบถูกทำมากกว่าที่โดนเพื่อนทำซะอีก
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องไป ผมโทรไปเลื่อนนัดให้” อชิตะบอกเอาใจ พลางคลายอ้อมกอด ลูกค้าที่คณิตต้องไปคุยงานด้วยเป็นเพื่อนเขา จึงไม่ใช่เรื่องยากหากจะโทรหาเพื่อเลื่อนนัดไปเป็นวันอื่น เพราะอยากให้คณิตพักผ่อน ถึงไข้จะไม่มากแต่เขาก็เป็นห่วง บวกกับอาการ ‘หวง’ แบบปัจจุบันทันด่วน เมื่อคิดไปถึงสายตาเพื่อนที่มองคณิต รวมทั้งคำพูดที่บอกเขาว่าสนใจคณิตถึงขั้นจริงจัง
“จะดีหรือครับบอส คุณโก้จะไม่ว่าเอาเหรอครับ”
“ไม่เป็นไร คุณไม่สบายนี่”
“ก็ดีครับบอส บอกตรงๆ ผมไม่อยากไปเจอเพื่อนบอสเลย” คณิตทำหน้ายุ่ง นึกถึงเพื่อนเจ้านายทีไร ทำเอาเขาเซ็งทุกที เพราะไม่ชอบสายตาของอีกฝ่ายที่ชอบมองเขาแปลกๆ ถึงเนื้อถึงตัวเขาก็บ่อย หนำซ้ำยังชอบนัดคุยงานในวันหยุดด้วย แต่ละครั้งก็ชวนคุยแต่เรื่องเรื่อยเปื่อย แทบไม่ได้งานเป็นชิ้นเป็นอันเลย
“ถ้าไม่อยากทำงานนี้ ผมให้ปริญรับผิดชอบแทนคุณเลยดีไหม”
อชิตะรู้ว่าคณิตไม่อยากทำงานให้เพื่อนเขา เคยขอให้หาคนอื่นมารับผิดชอบแทน โมโหเขาไปหลายรอบเพราะเขาไม่ยอมทำตามคำขอ
ตอนนั้นไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องเปลี่ยนให้คนอื่นมาทำแทน บวกกับเพื่อนเขาเจาะจงคณิตคนเดียว เลยไม่อยากขัดใจเพื่อน แต่ตอนนี้ไม่เหมือนตอนนั้นแล้ว เพราะเขารู้สึกหวงคณิต อยากเก็บไว้มองคนเดียว ความรู้สึกนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน รุนแรงเสียจนเขาตั้งตัวไม่ทัน แต่มันก็ชัดเจนดีเหลือเกิน
“ดีมากครับบอส ขอบคุณนะครับ” นี่คือสิ่งที่คณิตต้องการ ทั้งคุย ขอร้อง แถมขู่เจ้านายไปหลายครั้งให้หาคนไปทำงานแทนเขา แต่ไม่เคยสำเร็จสักที
ยิ้มกว้างที่แสดงถึงความดีใจของคณิต ทำเอาคนเป็นเจ้านายจ้องรอยยิ้มนั้นไม่วางตา นึกถามตัวเองในใจว่า ตั้งแต่เมื่อไรที่รอยยิ้มของคณิตทำเขาใจสั่นและหวั่นไหว แล้วก็ได้คำตอบแทบจะทันทีว่า...
‘เมื่อคืน’
เมื่อคืนทำให้ความรู้สึกทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ทำให้เขามองคณิตแปลกไปกว่าทุกวัน ความปรารถนาบางอย่างรุนแรงอยู่ในอก
“เอ่อ...บอสครับ...ผมไป...แปรงฟันก่อนนะครับ” คำพูดของคณิตขาดเป็นห้วงๆ ความรู้สึกเขินอายที่หลงลืมไปกลับคืนมาอีกครั้งเมื่อเจอสายตาที่ไม่ปกติของเจ้านายหนุ่ม ดวงตาคมสีราตรีฉ่ำหวานมองมาด้วยห้วงอารมณ์ปรารถนา คณิตสัมผัสได้ชัดเจน...เหมือนจะกลืนกินก็ไม่ปาน
“หนึ่ง...” เสียงทุ้มเรียกชื่อแผ่วหวาน ท่วมท้นด้วยความรู้สึกพิเศษ ปรารถนาสิ่งเดียวกับเมื่อคืน ผิวกายเนียนลื่นที่เผลอขย้ำไปหลายหนกับกลีบปากนิ่ม และลิ้นนุ่มแสนหวาน
“เรื่องเมื่อคืน ผมคิดว่ามัน...”
“เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับบอส” คณิตพูดตัดบทขึ้นมาก่อน เขาไม่อยากพูดถึงเรื่องเมื่อคืน เขาไม่กล้าพอที่จะคุยกับอชิตะเลย ว่าเรื่องเมื่อคืนมันเกิดขึ้นได้ยังไง เป็นเพราะอะไร หรืออารมณ์อะไรที่ทำให้มันเกิดเรื่องนั้นขึ้นมา
“แต่เมื่อคืน...”
“ผมปวดฉี่ ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” พูดจบคณิตก็แกะนิ้วอชิตะออกจากข้อมือ รีบลุกลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปทันที
‘ผมไปส่งหวานที่สนามบิน แล้วจะรีบกลับมา อย่าเพิ่งไปไหนนะหนึ่ง รอผมก่อน’
คณิตอ่านโน้ตที่อชิตะเขียนทิ้งไว้ให้บนโต๊ะ หลังจากที่เขาหลบหน้าเจ้าตัวอยู่ในห้องน้ำนานเกือบชั่วโมง จนแน่ใจว่าอชิตะไม่อยู่ในห้องแล้วถึงได้เปิดประตูออกมา
“ใครจะอยู่รอวะ”
คณิตวางกระดาษโน้ตไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงขาสั้นในตู้มาสวมแทนชุดเมื่อคืน ห้องนอนแขกห้องนี้เรียกว่าเป็นห้องของเขาเลยก็ว่าได้ เสื้อผ้าในตู้ก็ของเขาทั้งหมด หอบหิ้วมาทิ้งไว้ตั้งแต่อชิตะย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ใหม่ๆ บ้านที่จะใช้เป็นเรือนหอ
อชิตะใกล้จะแต่งงานคือสิ่งที่เขารู้ แต่สิ่งที่จะเกิดหลังจากนี้คือสิ่งที่เขาไม่รู้ เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่เห็นสายตาที่เปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืนของคนที่จูบกับเขาในสระ เขากลัวเป็นคนที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอชิตะกับหญิงสาวคนรักพังทลายลง เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย
เขาต้องทำยังไงให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม...
