
บทย่อ
นิยายรัก ฉบับ boy love "รัก...ได้ไหม" เรื่องรักระหว่างเจ้าของบริษัทกับลูกน้องหนุ่มหน้าตี๋ ที่จะชวนให้คนอ่านปวดตับไปพร้อมความรักที่เหมือนจะ "เป็นไปไม่ได้" แต่สุดท้ายแล้วจะ "เป็นไปได้" หรือไหม? ติดตามกันนะคะ
ตอนที่ 1
“หนึ่ง”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เรียกชื่อคนที่เขากำลังหิ้วปีกลงจากรถ พลางหันไปโบกมือปฏิเสธความช่วยเหลือของสาวใช้ที่วิ่งออกมาจากตัวบ้านในสภาพงัวเงียเพราะเป็นเวลาหลังเที่ยงคืนมามากแล้ว ก่อนส่งกุญแจรถให้คนใช้หนุ่มอีกคนหนึ่งให้ขับรถไปเก็บ
“หนึ่ง” เขาเรียกคนเมาอีกครั้ง
“หื้ออออ” คนเมาที่แทบไม่มีแรงเดินส่งเสียงครางอือตอบรับ ตาเล็กชั้นเดียวยิ่งเล็กลงกว่าเดิม เพราะโดนความเมาและความง่วงเล่นงานหนัก
“ไหวไหม” อชิตะถาม กระชับเอวคนเมาแน่นขึ้น เพราะเจ้าตัวทำท่าจะทรุดไปกองพื้นทางเดินเสียให้ได้ น้ำหนักตัวทั้งหมดของคณิตทิ้งมาให้เขารับเอาไว้เกือบทั้งหมด
“หวายย...คร้าบบ...” ปากเล็กฉีกยิ้มตอบรับ ดวงตาเรียวเล็กฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์เดชของน้ำเมา คณิตพยายามปรือตามองหน้าคมเข้มแสนหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มที่ก้มลงมาถามด้วยความใส่ใจห่วงใย เห็นใกล้แบบนี้แล้ว เจ้านายของเขาหล่อสุดยอด หล่อกว่าเพื่อนสนิทของเขาที่ชื่อภาคีเสียอีก
พอคิดถึงเพื่อนรักเพื่อนสนิทก็นึกเซ็ง ตั้งแต่คืนดีกับคนรักรอบที่สอง ภาคีก็หายหน้าจากวงเหล้าไปเลย ซ้ำยังหนีไปเปิดบริษัทของตัวเองอีก มันก็ไม่ใช่ความผิดของเพื่อนรักหรอก เขาเข้าใจดีว่ามันเป็นอนาคตของเพื่อนและครอบครัวของมัน ส่วนเขายังเป็นลูกน้องของอชิตะไปอีกนานหลายสิบปีแน่ หรือไม่ก็จนกว่าเจ้าของบริษัทจะไล่ออก แต่คงจะยากหน่อย เพราะเขาซี้กับเจ้านาย เรียกว่าลูกน้องคู่กายคู่ใจเลยเชียวล่ะ ไม่มีวันที่อชิตะจะไล่เขาออกแน่นอน เขามั่นใจมาก...บอกเลย
นอกจากจะเป็นลูกน้องคนสนิทแล้วนั้น เขาคิดว่าตัวเองเป็นน้องชายของเจ้านายสุดหล่อด้วยนะ ทุกวันนี้แทบจะกินนอนอยู่ด้วยกันด้วยซ้ำ ดูอย่างห้องทางปีกซ้ายของเรือนหอหลังงามที่เขามีส่วนช่วยออกไอเดีย ก็ได้กลายเป็นห้องนอนประจำของเขาไปแล้ว
ข้าวฟรี เหล้าฟรี ที่นอนก็ฟรี นี่ถ้าไม่เกรงใจว่าที่ภรรยาคนสวยของ
อชิตะนะ เขาจะขายคอนโดที่อยู่มาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย มาอยู่ที่นี่ซะเลย บอกตามตรงว่าเขาชอบบ้านหลังนี้มากไม่รู้ทำไม หรืออาจเพราะเขาใส่ไอเดียความชอบของตัวเองลงไปด้วยมั้ง
อาทิ สระว่ายน้ำที่อชิตะไม่อยากได้ เพราะอยากใช้พื้นที่ไว้ปลูกต้นไม้ให้เป็นสวนล้อมตัวบ้าน แต่เมื่อเขาบอกว่าบ้านควรมีสระว่ายน้ำ พูดกรอกหูอยู่บ่อยครั้ง อชิตะก็เริ่มคล้อยตาม ก่อนอนุมัติให้แบ่งพื้นที่ของต้นไม้สีเขียวให้กับสระว่ายน้ำสีฟ้าใสเสียส่วนหนึ่ง
ก่อนเดินเข้าบ้าน ต้องเจอสระว่ายน้ำ เมื่อตาของคณิตมองไปเห็นสระว่ายน้ำ วิญญาณนักกีฬาว่ายน้ำประจำจังหวัดเมื่อครั้งยังใส่กางเกงขาสั้นก็เข้าสิงร่างทันทีทันใด
“จะทำอะไร” อชิตะร้องถามคนเมาที่จู่ๆ ก็ปัดมือเขาออกจากตัว แล้วเดินโซเซไปยังสระว่ายน้ำ พอถึงก็ถอดรองเท้า ตามด้วยถุงเท้าอย่างทุลักทุเลจนสำเร็จ แล้วจึงค่อยหันมาตอบ
“อาบน้ำครับ” ก่อนจะตามมาด้วยเสียงน้ำแตกกระจาย เมื่อเจ้าตัวกระโดดลงสระว่ายน้ำทั้งชุดทำงาน
อชิตะได้แต่ส่ายหน้า พลางย่อตัวลงนั่งข้างสระ นั่งมองคนเมาตีน้ำไปมาอย่างสนุกสนานเอาตอนตีหนึ่งเกือบตีสอง
แต่เมื่อผ่านไปเกือบสิบนาที คนเมาก็ยังไม่ยอมขึ้นจากสระว่ายน้ำอชิตะจึงต้องรีบเอ่ยเตือนและเรียกตัวกลับขึ้นมา
“ขึ้นมาหนึ่ง ดึกแล้ว เดี๋ยวไม่สบาย”
เวลาเมาคณิตจะซ่าเกินเหตุ เมื่อก่อนมีภาคีคอยกำราบปราบคนเมาให้ผ่อนฤทธิ์เดชลง มาตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะอดีตลูกน้องคงอยากใช้ค่ำคืนกับคนรักมากกว่าจะเที่ยวดื่มกินเหมือนแต่ก่อน ส่วนเขาก็ทำอะไรคณิตไม่ได้เลย เพราะเวลาปกติคณิตก็ไม่ค่อยฟังเขาอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับตอนคณิตเมา ยิ่งไม่ฟังเข้าไปใหญ่ คณิตเป็นลูกน้องที่ไม่เหมือนลูกน้องเลย เหมือนน้องชายที่เอาแต่ใจมากกว่า เป็นน้องชายที่เขาไม่มี เนื่องจากเขาเป็นลูกชายคนเล็ก เขาให้ความสนิทสนมกับคณิตจนแทบลืมไปด้วยซ้ำว่า
...เขาคือเจ้านาย ส่วนคณิตคือลูกน้อง
“บอสคร้าบบบ...ผมขึ้นไม่หวายยย...ช่วยหน่อยยย” คณิตตะโกนบอกเสียงยานคางมาจากกลางสระว่ายน้ำ จากนั้นหนุ่มผู้มีใบหน้าขาวกับดวงตาเรียวเล็กชั้นเดียวก็ลอยคอมาเกาะขอบสระตรงที่อชิตะนั่ง
คณิตยื่นมือที่เริ่มเหี่ยวไปตรงหน้าเจ้านายตน เป็นการบอกให้ช่วยดึงตัวเขาขึ้นจากสระโดยเร็ว
“จริงๆ เลยนะ” อชิตะส่ายหน้า ปลงกับลูกน้องตัวดี ก่อนขยับตัวให้สะดวกที่จะดึงตัวคนในสระขึ้นมา
“ช่วยหน่อยๆ หนาววววว บรื้อออ...”
คำพูดและท่าทางหนาวสั่นหลอกล่อให้อชิตะหลงเชื่อ ยื่นมือไปตรงหน้าคนเมา เพื่อดึงอีกฝ่ายขึ้นมาจากสระ หนีจากสายน้ำเย็นที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการสั่นสะท้าน อชิตะหารู้ไม่ว่ากำลังถูกลูกน้องตัวดีแกล้ง
เพียงแค่มือที่เล็กกว่าเอื้อมขึ้นมาจับ แรงกระตุกเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ทุกอย่างก็เกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วแบบที่อชิตะตั้งตัวไม่ทันเลย ได้แต่ส่งเสียงร้องห้ามเมื่อรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตนเอง
“อย่าหนึ่ง!”
ทว่าไม่ทันเสียแล้ว อชิตะตกลงไปในสระว่ายน้ำตามแรงดึงของคนเมา ลงมาสัมผัสกับสายน้ำเย็นของยามค่ำคืนที่ล่วงเข้าสู่วันใหม่
“ฮ่าๆๆๆ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที เมื่อร่างของอชิตะตกลงมาในสระว่ายน้ำ ทั้งที่คณิตไม่ได้ออกแรงอะไรมาก คงเพราะอชิตะไม่ทันระวังตัว ไม่คิดว่าตนจะโดนลูกน้องตัวดีแกล้ง ถึงได้เสียหลักตกลงมาอย่างง่ายดาย
“เล่นเป็นเด็กไปได้หนึ่ง เห็นไหมผมเปียกหมดแล้ว” อชิตะว่าแกมบ่น น้ำเสียงเซ็งแต่ไม่ได้โกรธคนแกล้ง มือเสยผมที่ปรกหน้าผากไปด้านหลัง พร้อมกับปาดน้ำออกจากหน้าไปด้วย บอกตามตรงเขาเป็นพวกไม่ถูกกับน้ำ ไม่ชอบสภาพร่างกายเปียกๆ แถมยังต้องมาเปียกทั้งชุดทำงานด้วย
“อ้าวบอส ตกน้ำก็ต้องเปียกสิคร้าบ...เป็นไงคร้าบบบ...สดชื่นไหม” คณิตยิ้มกว้างล้อ ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของเจ้านาย ก็มันน่ากลัวชวนให้สะเทือนซะที่ไหน
“สดชื่นมากหนึ่ง ขึ้นได้แล้ว” อชิตะบอกแกมสั่ง ถึงแม้พรุ่งนี้จะเป็นวันเสาร์ เขาไม่ต้องไปทำงาน แต่เจ้าลูกน้องตัวดีมีนัดคุยงานลูกค้า รายนี้เป็นเพื่อนเขาแต่ไม่สนิทมาก ต้องการสร้างบ้านแบบ Home Office สไตล์ Modern Tropical เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เวลาที่คณิตจะมาแหวกว่ายในสระว่ายน้ำตอนตีหนึ่งเกือบตีสองเช่นนี้ เจ้าตัวควรอาบน้ำนอนได้แล้ว เขาก็เช่นกัน ควรนอนหลับพักผ่อนซะที เพราะพรุ่งนี้ต้องขับรถไปส่งคู่หมั้นที่สนามบิน
“ก็ผมอยากว่ายน้ำ” คณิตทำหน้ายุ่ง ต่อต้านคำสั่งอชิตะ อาการเมาจางลงเยอะแล้ว หลังจากแช่อยู่ในน้ำนานกว่าสิบนาที
“เอาไว้พรุ่งนี้นะหนึ่ง นี่มันดึกมากแล้ว เกิดไม่สบายขึ้นมาจะยุ่ง” อชิตะว่า ก่อนดึงตัวคนอยากเล่นน้ำขึ้นจากสระ แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดตัวหนี ทำหน้ายุ่งมากขึ้นเพราะโดนขัดใจ
“ไม่เอา! ผมจะเล่นน้ำ ไม่ต้องมาห้ามเสียให้ยาก!” คณิตทำหน้างอ ด้วยเพราะความสนิทสนมทำให้หลงลืมบ่อยๆ ว่าอชิตะเป็นนายจ้างที่ตนต้องให้ความเคารพและเกรงกลัว ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองแบบที่ทำเป็นประจำ
“ตามใจละกัน” อชิตะมองลูกน้องแล้วส่ายหน้าด้วยอาการปลง ตอนไม่เมาก็พอพูดรู้เรื่องอยู่บ้าง แต่เมาทีไรเป็นแบบนี้ทุกที เจ้านายแสนดีอย่างอชิตะชินเสียแล้วกับลูกน้องผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวคนนี้
“บอสใจดีจริงๆ ครับ” คณิตกลับมายิ้มแฉ่ง
“เล่นให้สนุกนะหนึ่ง” อชิตะบอก ไม่คิดห้ามคนเมาแล้ว อยากเล่นน้ำตอนตีหนึ่งตีสองก็เอา ตามสบายของคนเมาละกัน ส่วนเขาควรเอาตัวเองขึ้นจากน้ำเสียที อากาศตอนดึกถึงไม่เย็นจัดแต่ก็จัดว่าเย็นกว่าตอนหัวค่ำมาก ยิ่งตัวเปียกอยู่ในน้ำด้วยแล้ว ความรู้สึกจึงไม่ใช่แค่เย็น แต่หนาวจนสั่นได้เหมือนกัน
