[EPISODE5] - 1
รักสุดร้ายนายวิศวะข้างห้อง
[EPISODE5]
วันต่อมา...นาฬิกาดิจิทัลบนหน้าจอมือถือบอกเวลาตีห้าสี่สิบห้านาที แสงสลัวรางของยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างโถงทางเดินชั้นที่ 29 บัวบูชาในชุดนิสิตเรียบร้อยพยายามทำตัวให้ลีบเล็กและเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวนุ่มเพื่อไม่ให้เกิดเสียง ยามที่ย่องผ่านประตูห้องเพนต์เฮาส์หมายเลข 2901 หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจังหวะรัวกลอง
รอดแล้ว...รอดแน่ ๆ พี่เวลส์ไม่มีทางตื่นเช้าขนาดนี้หรอก เด็กสาวปีหนึ่งนึกกระหยิ่มในใจ พลางขยับพัดลมลายแมวที่ห้อยเป้ให้เข้าที่
ทว่ากลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสานความสุขุมลุ่มลึกของอำพันและไม้จันทน์ตัดกับกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ กลับลอยมาปะทะจมูกในจังหวะที่เธอกำลังจะเลี้ยวไปทางลิฟต์ บัวบูชาชะงักกึกจนตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ยืนพิงขอบระเบียงทางเดินส่วนกลางที่เปิดรับลมเย็นจัดของเช้ามืด...ฉิบหายแล้ว!
ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-จีนอยู่ในสภาพที่ชวนให้ลมหายใจสะดุด เขาไม่ได้สวมเสื้อช็อปหรือเสื้อยืดแบรนด์เนมอย่างเคย มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบาที่ไม่ได้ติดกระดุมแม้แต่เม็ดเดียว เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อรัดรึงและผิวกายขาวจัดที่รับกับเส้นผมทรงวูล์ฟคัทซึ่งยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเพิ่งตื่นนอน นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นดูร้ายลึกและดุดันยิ่งกว่าเดิมเมื่อมันจ้องตรงมาที่เธอผ่านกลุ่มควันสีเทาหม่น
“Nǐ juéde nǐ pǎo dé liǎo ma, Bua?” (เธอคิดว่าเธอหนีพ้นเหรอ บัว?) น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของเวลส์ดังก้องในความเงียบสงัด เขาดับบุหรี่ในมือด้วยท่าทางเฉยเมยก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ เข้าหาเหยื่อตัวน้อยทันที
บัวบูชาเห็นอย่างนั้นก็ถึงกับถอยกรูดจนหลังติดราวระเบียง ความสูงที่ต่างกันเกือบสามสิบเซนติเมตรทำให้เธอถูกเงาทมิฬของเขาโอบล้อมไว้อย่างสิ้นเชิง ร่างหนาเบียดเสียดเข้าหาจนบัวบูชาสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากผิวกายดิบเถื่อน
ฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนยันราวระเบียงขนาบข้างกายเธอไว้ สายตาคมกริบเลื่อนลงมองริมฝีปากนุ่มที่เผยอออกอย่างตกใจ ก่อนจะหลุบมองต่ำไปยังเป้ากางเกงผ้าเนื้อดีที่รัดรึงความยิ่งใหญ่อลังการถึง 10.5 นิ้วเอาไว้จนเห็นเป็นรูปทรงชัดเจนอย่างจงใจจะข่มขวัญและยั่วยวนในคราวเดียว
“Zuótiān de zhàng, wǒmen hái méi suàn wán ne.” (บัญชีเมื่อวาน เรายังคิดกันไม่จบเลยนะ) เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกคลอเคลียที่ซอกคอหอมกลิ่นซากุระ ลมหายใจกลิ่นเปปเปอร์มิ้นต์เป่ารดผิวเนื้ออ่อนจนบัวบูชาตัวสั่นสะท้าน ความต้องการในการควบคุมที่รุนแรงของเขาแผ่ซ่านจนเธอรู้สึกวาบหวามปนหวาดหวั่นไปถึงท้องน้อย
“พะ...พี่เวลส์คะ หนูรีบไปเรียนค่ะ รถเมล์จะหมด เอ้ย! รถจะติด!” บัวบูชาละล่ำละลักพยายามดันอกแกร่งที่แข็งราวกับหินผา
เวลส์แค่นหัวเราะร้ายกาจ นิ้วเรียวยาวไล้ผ่านปกเสื้อนิสิตของเธอช้า ๆ ราวกับกำลังประเมินจุดที่จะลงมือขยี้
“คิดว่ามุกเดิม ๆ จะใช้ได้ผลอีกเหรอ หืม” ทว่าบัวบูชาผู้ซนเก่งและไม่เคยยอมแพ้ง่าย ๆ กลับฉวยจังหวะที่เขาชะล่าใจและกำลังหลงมัวเมากับกลิ่นกายสาว เธอไม่ได้วิ่งหนี แต่กลับโถมตัวเข้าหาเขาแล้วใช้สองมือกอดเอวสอบไว้แน่นจนหน้าอกนุ่มหยุ่นเบียดชิดกับลอนกล้ามท้องของเขา เวลส์ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความคาดไม่ถึงที่จู่ ๆ ลูกแมว ก็กลายเป็นฝ่ายเข้าหา
“พี่เวลส์คะ ดูนั่นสิคะ พี่แม็กเดินมาทางโน้น!” เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางชี้มือไปทางมุมมืดของโถงทางเดิน
ด้วยความที่เวลส์เป็นคนหยิ่งทระนงและเกลียดความวุ่นวาย โดยเฉพาะการถูกเพื่อนจับได้ในสภาพกึ่งเปลือยแบบนี้ เขาจึงรีบหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง บัวบูชาที่เตรียมตัวอยู่แล้วก็ใช้แรงทั้งหมดที่มี เหยียบลงบนเท้าเปล่าของเขาอย่างจัง พร้อมกับใช้พัดลมมือถือลายแมวในกระเป๋าเป้ฟาดเข้าที่ลำตัวหนาเพื่อสร้างจังหวะ แล้วมุดหนีผ่านช่องว่างใต้แขนแกร่งวิ่งโกยแน่บไปยังลิฟต์ที่กำลังเปิดพอดีราวกับมีปาฏิหาริย์
