[EPISODE4] - 1
รักสุดร้ายนายวิศวะข้างห้อง
[EPISODE4]
“ใสซื่อ?” เวลส์แค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาสีเทาเข้มตวัดมองจินอย่างดุดัน “นั่นแหละที่กูต้องการ กูจะกระชากความใสซื่อของเธอออกจนหมด กูอยากจะเห็นใบหน้าหวาน ๆ นั่นบิดเบี้ยวเพราะความเสียวซ่านใต้ร่างกู อยากได้ยินเสียงเธอครางชื่อกูซ้ำ ๆ ตอนที่กูกระแทกกระทั้นเข้าไปในตัวเธอ I want to break her, completely.” (กูอยากจะทำลายเธอ ให้แหลกคามือกู)
ร่างสูงใหญ่บี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะจนแหลกละเอียด ราวกับเป็นตัวแทนของเด็กสาวร่างเล็กที่เขากำลังหมายหัว ความรุ่มร้อนในกายแกร่งยังคงเต้นตุบ ๆ เรียกร้องการปลดปล่อยอย่างหนักหน่วง เวลส์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดการขยับเป้ากางเกงยีนส์ที่คับแน่นให้เข้าที่อย่างไม่สบอารมณ์นัก
“วันนี้กูไม่เข้าเรียนคาบบ่าย” เวลส์ประกาศกร้าว สายตาร้ายลึกทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง มุ่งหน้าสู่ทิศทางของคอนโดมิเนียมหรู
“กูจะกลับไปรอเหยื่อของกูที่ห้อง ดูซิว่าเย็นนี้ ลูกแมวขี้ตื่นจะกล้าเดินผ่านหน้าประตูห้องกูไหม”
แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมขอบฟ้าให้เป็นสีส้มอมม่วงพาดผ่านกระจกบานยักษ์ของคอนโดมิเนียม Sky View บัวบูชายืนตัวลีบอยู่ภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนที่ขึ้นสู่ชั้น 29 อย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอกระตุกวูบทุกครั้งที่ตัวเลขดิจิทัลขยับเข้าใกล้จุดหมาย มือเล็กที่ชื้นเหงื่อกระชับสายเป้สีชมพูแน่น พัดลมลายแมวที่ห้อยอยู่แกว่งไกวไปมาตามจังหวะการหายใจที่ติดขัด
เธอยังคงหลอนกับคำพูดทิ้งท้ายของ ‘เจ้าชีวิต’ ประจำคณะวิศวะคนนั้น Room 2902 เขาไม่ได้แค่ขู่ แต่เขารู้ที่อยู่ของเธอจริง ๆ
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่เปิดออกสู่โถงทางเดินอันเงียบสงบและหรูหรา บัวบูชากลั้นหายใจค่อย ๆ ก้าวเท้าออกมาบนพรมเนื้อนุ่ม เธอพยายามทำตัวให้เงียบที่สุดราวกับนินจา ดวงตากลมโตสีเฮเซลจับจ้องไปยังประตูไม้บานใหญ่สีดำสนิทของห้องเพนต์เฮาส์หมายเลข 2901 ที่ตั้งตระหง่านอยู่ก่อนถึงห้องของเธอ
ความเงียบเชียบแผ่ซ่านจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัว กลิ่นน้ำหอมลึกลับที่ชวนให้ลุ่มหลงเหมือนจะยังอบอวลจาง ๆ อยู่ในอากาศบริเวณนี้ ยิ่งกระตุ้นให้ภาพเหตุการณ์รุ่มร้อนที่โรงอาหารย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว สัมผัสจากนิ้วร้ายที่สอดแทรกเข้ามาในโพรงปากและความร้อนจากกายแกร่งที่เบียดเสียดเธอนั้นยังคงทำให้ร่องรอยความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย
เขาคงไม่อยู่หรอกมั้ง คนอย่างพี่เวลส์น่าจะไปเที่ยวต่อกับกลุ่มเพื่อนสิ บัวบูชาพยายามปลอบใจตัวเอง พลางก้มหน้าเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้าประตูห้องข้าง ๆ ไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูห้อง 2901 เสียงปลดล็อกกลอนประตูดิจิทัลก็ดังขึ้น
แกร๊ก!
ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวจนเกือบเสียหลักล้ม บานประตูสีดำสนิทเปิดกว้างออกอย่างแรงพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาขวางทางไว้ทันควัน บัวบูชาเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับนัยน์ตาคมกริบสีเทาเข้มที่จ้องลึกเข้ามาอย่างมีเลศนัย ชายหนุ่มยังคงอยู่ในชุดเดิมแต่ถอดเสื้อช็อปออก เหลือเพียงเสื้อยืดแบรนด์เนมสีขาวที่ขับให้แผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อแขนดูเด่นชัดขึ้นจนน่าหวาดหวั่น กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นมินต์เย็น ๆ ลอยมาปะทะจมูก
“Wǒ děngle nǐ hěnjiǔ.” (ฉันรอเธอตั้งนาน) เวลส์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำเป็นภาษาจีนกลางที่ฟังดูทรงอำนาจและเยือกเย็น เขาไม่ได้แค่ยืนขวาง แต่ขยับเข้าหาเธอหนึ่งก้าวใหญ่จนบัวบูชาต้องถอยหลังกรูดไปจนหลังชนกับกำแพงโถงทางเดิน ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนยันผนังคร่อมร่างเธอไว้ทันที ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดหน้าผากมน
“ทำไมกลับช้า ไปป้วนเปี้ยนให้ไอ้หน้าไหนมันมองมาหรือไง” เขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจและสายตาที่สื่อถึงความหึงหวงอย่างรุนแรง นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้เธอสบตา
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้จำชื่อฉันไว้ให้ดี เพราะตั้งแต่วินาทีนี้ไป เธอจะไม่ได้เห็นหน้าใครนอกจากฉัน” สายตาร้ายลึกเลื่อนลงมองริมฝีปากที่เผยอหอบหายใจของเด็กสาวอย่างหิวกระหาย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งสันคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส ความกดดันและรังสีความต้องการทางเพศที่แผ่ออกมานั้นหนักหน่วงเสียจนบัวบูชารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะละลายลงไปกองกับพื้นโถงทางเดินคอนโดหรูแห่งนี้
